วันพฤหัสบดี, มกราคม 22, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTข้อตกลงหลังหยุดยิงกำลังจะไร้ความหมาย 

ข้อตกลงหลังหยุดยิงกำลังจะไร้ความหมาย 

เผยแพร่

spot_img

 เมื่อกัมพูชายังแสดงพฤติกรรมปฏิเสธทุกเรื่องที่ตนก่อขึ้น 

ขณะไทยอดทนตีแผ่ความจริงท่ามกลางการรับรู้กว้างขวาง

 ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา แม้จะถูกควบคุมด้วยข้อตกลงหยุดยิงที่ลงนามปลายเดือนกรกฎาคม แต่ยังคงมีเหตุการณ์และข้อกล่าวหาที่ทำให้บรรยากาศคลี่คลายได้ไม่เต็มที่ ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการสื่อสารในเชิงรุก ทั้งในสื่อสังคมออนไลน์และสื่อกระแสหลัก เพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาการละเมิดข้อตกลง พร้อมโยนความรับผิดชอบกลับไปยังฝ่ายไทยในเกือบทุกกรณี

                        ความสัมพันธ์ชายแดนระหว่างสองประเทศไม่ใช่เรื่องใหม่ ความขัดแย้งเรื่องพื้นที่ทับซ้อนและสิทธิ์เหนือแหล่งโบราณสถาน เช่น ปราสาทพระวิหาร และพื้นที่ใกล้เคียง เป็นชนวนปะทุซ้ำในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา แต่รอบล่าสุดนี้ จุดโฟกัสอยู่ที่การใช้ “สงครามข้อมูลข่าวสาร” ควบคู่กับปฏิบัติการภาคสนาม ซึ่งสร้างผลกระทบต่อการรับรู้ของประชาชนทั้งในและนอกประเทศ

                       สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดเหตุเหยียบกับระเบิดบริเวณชายแดน ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 3 นาย หนึ่งในนั้นอาการสาหัส ฝ่ายไทยระบุว่าเป็นกับระเบิดที่เพิ่งถูกติดตั้งใหม่ ขณะที่กัมพูชาปฏิเสธทันที โดยระบุว่าเป็น “ระเบิดเก่า” และกล่าวหาไทยว่าเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

                        เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่อาเซียนส่งผู้สังเกตการณ์ลงพื้นที่นำโดยมาเลเซีย เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์หยุดยิง ฝ่ายไทยยังคงยืนยันให้การสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใสและอ้างอิงหลักฐาน เช่น ภาพถ่ายดาวเทียมและรายงานจากพื้นที่

                         นอกจากการปฏิเสธข้อกล่าวหา ฝ่ายกัมพูชายังขยายประเด็นผ่านเหตุการณ์ที่ถูกมองว่ามีความหมายเชิงสัญลักษณ์สูง   การเดินขบวนของพระสงฆ์กว่า 2,500 รูป จากวัดพนมไปยังอนุสรณ์สถานอิสรภาพ กรุงพนมเปญ เรียกร้องให้ไทยปล่อยตัวเชลยศึก 18 นาย

                          แม้กระบวนการเกี่ยวกับเชลยศึกนี้อยู่ภายใต้พันธกรณีของสมาชิกสหประชาชาติ และกำลังดำเนินไปตามขั้นตอนทางกฎหมายระหว่างประเทศ การใช้บุคคลและสัญลักษณ์ทางศาสนาถูกมองว่าเป็นการดึงประเด็นเข้าสู่สนามความรู้สึกของสาธารณชน มากกว่าการถกเถียงบนฐานข้อเท็จจริง

                           นักวิเคราะห์ระบุว่านี่คือยุทธวิธีผสมผสานระหว่าง Information Warfare และ Psychological Operations ที่ตั้งเป้าสร้างกระแสความเห็นใจอย่างรวดเร็ว เพื่อกดดันไทยทั้งในเวทีภายในประเทศกัมพูชาและในสายตาสาธารณะโลก

                           ฝ่ายไทยยังคงรักษาท่าทีระมัดระวัง ใช้การเก็บข้อมูลเชิงประจักษ์จากหลายแหล่ง ทั้งรายงานผู้สังเกตการณ์อาเซียน ภาพถ่ายดาวเทียม และคำให้การจากพื้นที่ เพื่อเตรียมตีแผ่ข้อเท็จจริงสู่สังคมโลก การเคลื่อนไหวนี้มุ่งลดความคลุมเครือของข้อมูล และสร้างความเข้าใจว่าข้อตกลงหยุดยิงต้องยึดถือโดยทุกฝ่าย

                       ในขณะที่สงครามข้อมูลยังดำเนินไป การสื่อสารของไทยเน้นการใช้หลักฐานมากกว่าการโต้เถียงเชิงวาทกรรม เพื่อรักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือในเวทีระหว่างประเทศ

                      สายตานานาประเทศกำลังเบื่อหน่ายกับพฤติกรรมของผู้นำกัมพูชา

ข่าวล่าสุด

“ระเบิด“..เป็นสัญญาณเตือนรัฐก่อนเลือกตั้ง

เหตุระเบิดและลอบวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 11 แห่ง ใน จว.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ช่วงกลางดึกวันที่ 10 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 11 มกราคม 2569 กลายเป็นเหตุรุนแรงครั้งใหญ่รับศักราชใหม่

เปิด 7 แผนที่ยุทธศาสตร์กรีนแลนด์ ทำไมโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงต้องการเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นของสหรัฐฯ?

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ สร้างความสั่นสะเทือนในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum - WEF) ณ เมืองดาวอส โดยระบุว่าประเด็นเกาะกรีนแลนด์ (Greenland)

“ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา”

อ. พุทธทาสได้เคยวิพากษ์สภาและการเมืองไว้ในหนังสือ "ธรรมะกับการเมือง" โดยยกพุทธภาษิตที่ว่า "ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา" (น สา สภา ยตฺถ น สนฺติ สนฺโต) หมายความว่าต่อให้มีชื่อ มีโครงสร้าง และมีกฎหมายรองรับ หากที่ประชุมไม่มีสัตบุรุษ...

‘ภูมิธรรม-ทวี’ รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

คำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง

ข่าวอื่นๆ

“ระเบิด“..เป็นสัญญาณเตือนรัฐก่อนเลือกตั้ง

เหตุระเบิดและลอบวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 11 แห่ง ใน จว.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ช่วงกลางดึกวันที่ 10 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 11 มกราคม 2569 กลายเป็นเหตุรุนแรงครั้งใหญ่รับศักราชใหม่

ถ้า “เสียงเตือน” ที่ดังช้า…อาจดังไม่ทันเสียงถล่ม

เสียงเตือนที่ไม่ดังทันเวลา กับราคาที่ประเทศต้องจ่ายเป็นชีวิตคน ในประเทศที่เคยสูญเสียจากน้ำท่วม แผ่นดินไหว และอาคารรัฐพังราบในพริบตา

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ "รากฐาน" ของประเทศ