วันอาทิตย์, เมษายน 12, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT   คดี “ฮั้ว ส.ว.” คลื่นใต้น้ำที่กำลังสั่นสะเทือนรัฐบาลสีน้ำเงิน

   คดี “ฮั้ว ส.ว.” คลื่นใต้น้ำที่กำลังสั่นสะเทือนรัฐบาลสีน้ำเงิน

เผยแพร่

spot_img

แม้รัฐบาลจะยังยืนยันว่าทุกอย่างเป็น “ไปตามกระบวนการ” แต่ความเงียบในห้องประชุมสภาฯ และเอกสารลับที่หลุดออกมา กลับดังกว่าคำชี้แจงใด ๆ  และสะท้อนว่า เสถียรภาพของรัฐบาลอาจไม่ได้ถูกคุกคามจากฝ่ายค้าน หากแต่มาจากแรงสั่นสะเทือนภายในตัวเอง

                               คดี “ฮั้ว ส.ว.” กลายเป็นบททดสอบศรัทธาของประชาชนต่อระบบการเมืองไทยอีกครั้ง หลังคณะกรรมการไต่สวนฯ มีมติส่งเรื่องให้ กกต. ดำเนินการต่อ โดยมีเวลาเพียง 90 วันก่อนเข้าสู่การชี้ขาดขั้นสุดท้าย หลักฐานที่ถูกเปิดเผย ตั้งแต่โพยรายชื่อผู้ได้รับเลือกที่ตรงกับผลจริง ไปจนถึงเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงเครือข่าย 229 รายชื่อ ไม่เพียงชี้ให้เห็นถึงความเป็นระบบในกระบวนการ “จัดตั้ง” ส.ว. หากแต่สะท้อนถึงการแทรกซึมของพรรคการเมืองในพื้นที่ที่ควรเป็นอิสระ ซึ่งกระแสข่าวมีพรรคภูมิใจไทยถูกจับตามากที่สุดในฐานะแกนนำรัฐบาล

                               การอภิปรายในสภาฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้คดีนี้ปะทุอีกครั้ง ฝ่ายค้านนำ “เอกสารแจ้งข้อกล่าวหา” มาเปิดเผยกลางสภา พร้อมระบุชื่อบุคคลระดับสูงในรัฐบาลว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายการฮั้ว ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลโต้กลับว่าฝ่ายค้าน “ต้องการเวลาออกทีวีมากกว่าความจริง” แต่สิ่งที่ตามมาคือความไม่ไว้วางใจทั้งในสภาและนอกสภา เมื่อเลขาธิการ กกต. ต้องสั่งสอบภายในถึงการรั่วของเอกสารลับเอง ความพยายามป้องกันความเสียหายทางภาพลักษณ์จึงยิ่งกลายเป็นการยอมรับโดยปริยายว่า “รอยร้าวมีอยู่จริง”

                          ผลลัพธ์ทางการเมืองของคดีนี้อาจแยกเป็นสองเส้นทางชัดเจน

                       ประการแรก  หาก กกต. และศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ามีหลักฐานเพียงพอในการเชื่อมโยงไปถึงคณะกรรมการบริหารพรรค อาจนำไปสู่การยุบพรรคและการตัดสิทธิ์ทางการเมืองของแกนนำ ซึ่งจะเป็นแรงกระเพื่อมใหญ่ต่อรัฐบาลปัจจุบัน

                       ประการที่สอง  หากกระบวนการยืดเยื้อออกไปจนกระแสสังคมจาง คดีอาจจบแบบ “มวยล้มต้มคนดู” ด้วยการลงโทษเฉพาะรายบุคคล   และปล่อยให้ระบบการเมืองไทยเดินต่อไปด้วยความปวดร้าวแบบเงียบ ๆ

                     ในขณะที่นักการเมืองบางคนยังยืนกรานว่า “ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เกี่ยว” กับเส้นทางเงินที่ซับซ้อนเหมือนเขาวงกต คดีนี้กำลังเผยให้เห็นการเมืองไทยในมิติที่ขมขื่น  การฮั้ว ส.ว. ไม่ได้เป็นเพียงการซื้อเสียง แต่คือการซื้อ “กลไกคุ้มกัน” เพื่อประกันอำนาจของตัวเอง

                     หากมองให้ลึก มันคือการทำประกันภัยทางการเมืองชั้นหนึ่ง เพียงแต่ตอนนี้กรมธรรม์กำลังถูกเพิกถอน  เพราะผู้ถือประกันดัน “จุดไฟเผาบ้านตัวเอง” เพื่อหวังเคลม

ข่าวล่าสุด

“เจริญนครกำลังจะเปลี่ยน!” มหาดไทยทุ่ม 5.5 พันล้าน สร้างศูนย์ราชการใหม่ รองรับคน 7,600 คน

ล่าสุด โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย มูลค่ากว่า **5,574 ล้านบาท** มีความคืบหน้าแล้ว **34.07%** และเดินหน้าต่อเนื่อง คาดเสร็จภายในปี **2570**

 “สีหศักดิ์” ยันไม่ร่วม JBC 17-15 เม.ย.รอตั้งกรรมการฝ่ายไทยก่อน 

“สีหศักดิ์” ย้ำไทยยังไม่พร้อม ประชุมเจบีซี 17-25 เม.ย. เผยฝรั่งเศสให้ความร่วมมือไทยเข้าถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พร้อมระบุยกเลิกเอ็มโอยู43 ต้องเป็นฉันทามติ

อิตาลี-สเปน เรียกทูตอิสราเอลประท้วงหลังยิงเตือนและกักขังทหารรักษาสันติภาพ UNIFILในเลบานอน

อิตาลีและสเปนเดินหน้ากดดันอิสราเอล โดยเรียกนักการทูตเข้าชี้แจงอย่างเป็นทางการ หลังเกิดเหตุสองกรณีที่เกี่ยวข้องกับทหารรักษาสันติภาพในภารกิจ United Nations Interim Force in Lebanon (UNIFIL) ในเลบานอน

อิสราเอลจะทำทุกวิถีทางเพื่อจุดชนวนสงครามขึ้นมาอีกครั้ง

การหยุดยิงในตะวันออกกลางและการเปิดช่องทางเดินเรือผ่าน Strait of Hormuz อีกครั้งนั้น อยู่บนพื้นฐานที่เปราะบางอย่างยิ่ง และอิสราเอลจะทำทุกอย่างเพื่อให้สงครามปะทุขึ้นอีก

ข่าวอื่นๆ

สงกรานต์หงอย-คนเดินทางน้อย

สงกรานต์ปี 2569 ถูกจารึกว่าเป็นเทศกาลที่ "เงียบเหงา" และ "แพง" ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เมื่อวิกฤตสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ฉุดราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูง ส่งผลให้ดีเซลในประเทศแตะเพดานลิตรละ 47-50 บาท

วิกฤต “บัตรทอง”  หนี้เน่า 6 หมื่นล้าน !  สั่นคลอนระบบสาธารณสุข

รูรั่วบริหารจัดการทำกองทุนส่อเค้า "ถังแตก"  รัฐบาลใหม่เผชิญบททดสอบหินกลางสภาฯ                             วงการสาธารณสุขไทยถึงคราวสั่นสะเทือน เมื่อการอภิปรายนโยบายรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร  9-10 เมษายน 2569 เปิดเผยตัวเลขหนี้ค้างชำระค่ายาและเวชภัณฑ์สะสมสูงถึง 6 หมื่นล้านบาท สะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการงบประมาณ สปสช. ที่สวนทางกับต้นทุนจริง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ "อาการป่วย"...

แถลงนโยบาย  ชูยุทธศาสตร์ 5 เสาหลัก  เดิมพัน “รัฐบาลใหม่“ วัดใจเศรษฐกิจฐานราก

อนุทิน ชาญวีรกูล แถลงนโยบายรัฐบาลวันแรกต่อรัฐสภา ชูยุทธศาสตร์ 5 เสาหลักยกระดับเศรษฐกิจ สังคม พร้อมเป้าหมายพาประเทศเข้าสู่ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ