หน้าแรกINSIDE - INSIGHTจองรถ 1 แสน 3 หมื่นคัน  Motor Show  คนไทยทิ้งรถสันดาปหนี..น้ำมันแพง

จองรถ 1 แสน 3 หมื่นคัน  Motor Show  คนไทยทิ้งรถสันดาปหนี..น้ำมันแพง

เผยแพร่

spot_img

วิกฤตพลังงานโลก หวั่น “ระเบิดเวลา”

สงครามราคาค่ายรถจีนกระตุ้นยอดขายพุ่ง 70% ท่ามกลางความกังวลเรื่องศูนย์บริการและราคาขายต่อที่ยังไร้คำตอบชัดเจน

                              ปิดฉากลงด้วยตัวเลขประวัติศาสตร์สำหรับงาน Motor Show 2026 ที่มียอดจองรถรวมสูงถึง 132,951 คัน โดยมีสัดส่วนเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กว่าร้อยละ 60 

                              ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงภาวะ “จำยอมเปลี่ยน” ของผู้บริโภคชาวไทยที่เผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่องจากสภาวะสงคราม จนทำให้ต้นทุนการใช้รถสันดาปกลายเป็นภาระที่เกินแบกรับ ทว่าท่ามกลางความตื่นตัวกลับมีสัญญาณเตือนถึงปัญหาการซ่อมบำรุงและระบบประกันภัยที่อาจกลายเป็นวิกฤตระลอกสองในอนาคตอันใกล้

ในมิติของปัจจัยผลักดัน วิกฤตการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามในต่างประเทศได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานในประเทศอย่างรุนแรง บีบให้ผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ตัดสินใจ “ย้ายตะกร้าเงิน” จากค่าน้ำมันรายเดือนมาเป็นการผ่อนชำระรถยนต์ไฟฟ้าแทน

                              ประกอบกับสงครามราคา  ที่ดุเดือดของค่ายรถหน้าใหม่ โดยเฉพาะแบรนด์จากจีนที่ลดราคาลงมาจนอยู่ในระดับที่เข้าถึงง่าย กระตุ้นให้เกิดยอดจองถล่มทลายอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ

                               อย่างไรก็ตาม ชัยชนะทางการตลาดครั้งนี้กำลังถูกตั้งคำถามถึงความยั่งยืน เมื่อโครงสร้างพื้นฐานในการดูแลหลังการขายยังโตไม่ทันยอดขายที่ก้าวกระโดด ปัญหาหลักที่มองเห็นคือ “คอขวด” ของศูนย์บริการและช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์การรออะไหล่ข้ามปี และการร้องเรียนเรื่องมาตรฐานการซ่อมบำรุงที่จะพุ่งสูงขึ้นตามปริมาณรถบนท้องถนน

                                ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือเรื่อง “มูลค่าสินทรัพย์” และการประกันภัย การลดราคาอย่างรุนแรงเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดส่งผลกระทบเป็นโดมิโนต่อราคาขายต่อในตลาดมือสองที่ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว สิ่งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายให้แก่เจ้าของรถเดิม แต่ยังทำให้บริษัทประกันภัยเริ่มขยับตัวด้วยการปรับขึ้นเบี้ยประกันหรือเพิ่มเงื่อนไขการรับประกันที่เข้มงวดขึ้น เนื่องจากค่าซ่อมแบตเตอรี่ที่สูงเกือบเท่าราคาตัวรถในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

                                  นอกจากนี้ มาตรฐานการจัดการแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพหรือเสียหายเพียงเล็กน้อยยังคงเป็นช่องว่างทางกฎหมาย ปัจจุบันระบบการเคลมประกันมักจบลงด้วยการ “คืนซาก”  เมื่อมีความเสียหายที่โครงสร้างใต้ท้องรถ แม้แบตเตอรี่จะยังทำงานได้ก็ตาม ซึ่งนอกจากจะสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจแก่ผู้บริโภคแล้ว ยังเป็นโจทย์ใหญ่ในด้านการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ภาครัฐยังไม่มีแผนรองรับที่ชัดเจนสำหรับปริมาณรถหลักแสนคันนี้

                                 ในเชิงนโยบาย ภาครัฐและหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคจำเป็นต้องปรับบทบาทจากการเป็นผู้ส่งเสริม “ยอดจอง” มาเป็นผู้กำกับดูแล “มาตรฐานบริการ” อย่างเร่งด่วน การกำหนดสัดส่วนจำนวนศูนย์บริการต่อปริมาณรถที่จำหน่าย รวมถึงการสร้างมาตรฐานราคากลางของอะไหล่ไฟฟ้า เป็นทางเดียวที่จะช่วยให้การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค EV ของคนไทยครั้งนี้ไม่กลายเป็นความล้มเหลวในระยะยาว

                                 ในขณะที่ผู้บริโภคเซ็นใบจองด้วยความหวังจะทำลายโซ่ตรวนของ “ค่าน้ำมัน”   ความน่ากังวลคือการหนีจากรายจ่ายหมุนเวียน ไปติดกับดักของ “ค่าเสื่อมราคา” ที่รุนแรงกว่าค่าเสื่อมของรถยนต์ทั่วไปหลายเท่าตัว ภาพความพึงพอใจในวันนี้อาจถูกแทนที่ด้วยความพะวักพะวงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เมื่อพบว่าส่วนต่างค่าน้ำมันที่ประหยัดได้มาตลอดหลายปี อาจไม่เพียงพอที่จะชดเชยราคาขายต่อที่หายไปเกือบครึ่ง หรือแม้แต่การต้องแลก “เวลาทำงาน” ไปกับการรอคิวซ่อมที่ยาวนาน 

                               การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิง แต่คือการตัดสินใจเดิมพันระหว่าง “ความสะดวกในกระเป๋าปีนี้” กับ “ความมั่นคงของสินทรัพย์ในวันหน้า” ที่ผู้บริโภคต้องชั่งน้ำหนักให้ดีกว่าเดิม

2569-04-09   “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

สแกนทางแยก “ครัวโลก” ไทย ในวันที่ปัจจัย“ลบรอบทิศ”

ยุทธศาสตร์ “ครัวของโลก” ถูกผลักดันมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2540 โดยมุ่งหวังใช้ความโดดเด่นด้านเกษตรกรรม การแปรรูป และการทูตอาหาร เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ

“โดรน” เปลี่ยนโลก !  จากเทคโนโลยีพลเรือน สู่ขีดความสามารถความมั่นคง   ที่ไทยต้อง “ใช้ให้เป็น-ป้องกันให้ทัน !”

“โดรน” ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ถ่ายภาพหรือเครื่องมือเกษตรอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญทั้งในเศรษฐกิจ การกู้ภัย การรักษาความปลอดภัย และสนามรบ

อนุทิน บิน 3 ประเทศ เปิดประตูโลก…แล้วไทยได้อะไรกลับบ้าน ?

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2569 เยือนญี่ปุ่น เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 หรือ UNGA81 (United Nations General Assembly) ที่นครนิวยอร์ก และต่อไปยังสหราชอาณาจักร

“ท่วม” หรือ “แล้ง” ยังเป็นภัยเงียบ ?   พายุเงียบในอ่างเก็บน้ำ ! เมื่อ “80%” ต้องไม่กลายเป็นกับดัก

กรมชลประทานประเมินว่า ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอาจมีน้ำประมาณ 61,064 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือราว 80% ของความจุอ่าง

ข่าวอื่นๆ

สแกนทางแยก “ครัวโลก” ไทย ในวันที่ปัจจัย“ลบรอบทิศ”

ยุทธศาสตร์ “ครัวของโลก” ถูกผลักดันมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2540 โดยมุ่งหวังใช้ความโดดเด่นด้านเกษตรกรรม การแปรรูป และการทูตอาหาร เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ

“โดรน” เปลี่ยนโลก !  จากเทคโนโลยีพลเรือน สู่ขีดความสามารถความมั่นคง   ที่ไทยต้อง “ใช้ให้เป็น-ป้องกันให้ทัน !”

“โดรน” ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ถ่ายภาพหรือเครื่องมือเกษตรอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญทั้งในเศรษฐกิจ การกู้ภัย การรักษาความปลอดภัย และสนามรบ

อนุทิน บิน 3 ประเทศ เปิดประตูโลก…แล้วไทยได้อะไรกลับบ้าน ?

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2569 เยือนญี่ปุ่น เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 หรือ UNGA81 (United Nations General Assembly) ที่นครนิวยอร์ก และต่อไปยังสหราชอาณาจักร