หน้าแรกINSIDE - INSIGHTจากกุฏิถึงสภา  ตัณหาคราบสบง-นักการเมือง กับสูตร.. "เงิน อำนาจ สตรี“

จากกุฏิถึงสภา  ตัณหาคราบสบง-นักการเมือง กับสูตร.. “เงิน อำนาจ สตรี“

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”

ประจำวันที่ 12 กันยายน  2569

ถอดรหัสกิเลสเบื้องลึกผ่านคดียักยอก 92 ล้าน วัดดัง

จากกุฏิวัดถึงสภาผู้แทน 

ตัณหาในคราบสบง และมายาแห่งสีกา อำนาจ

เมื่อกิเลสมนุษย์ทรงอิทธิพลเหนือธรรมวินัย  บทเรียนยักยอก 92 ล้าน วัดพุทไธศวรรย์

                              เป็นกิเลสสามัญในคราบผ้าเหลือง เมื่อเงินและสตรีท้าทายศรัทธา  จากปฏิบัติการของตำรวจกองปราบปรามในการบุกจับกุม “หลวงพ่ออติโชติ” เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ในข้อหายักยอกเงินวัดกว่า 92 ล้านบาทไปให้สีกาคนสนิท พร้อมหลักฐานเสพเมถุนชัดเจน ถือเป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมทางศรัทธาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

                               หากย้อนมองคดีในอดีต ตั้งแต่วัดไร่ขิงไปจนถึงกรณีวัดพุทธบาทน้ำพุ แบะวัดอื่น ๆ  จะพบรูปแบบพฤติกรรมที่ไม่แตกต่างกัน นั่นคือการเบียดบังทรัพย์สินทำบุญของศาสนิกชนไปสู่กิเลสส่วนตน โดยมี “เงิน” และ “สตรี” เป็นศูนย์กลางของความตกต่ำ เหตุการณ์นี้ย้ำเตือนว่า ผ้ากาสาวพัสตร์ไม่อาจเป็นเกราะป้องกันกิเลสได้ หากผู้สวมใส่ไร้ซึ่งจิตสำนึกและการยับยั้งชั่งใจ

                                ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์ ของมาสโลว์ (Maslow’s Hierarchy of Needs) บอกว่ามนุษย์ย่อมแสวงหาความมั่นคงและการยอมรับ แต่ในสภาวะที่สัญชาตญาณเบื้องลึกครอบงำ ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์มักถูกรีดลดลงเหลือเพียงปัจจัยตัณหาหลัก ได้แก่ เงิน สตรี และอำนาจ สำหรับพระภิกษุ การก้าวข้ามจากความเลื่อมใสของศรัทธาชนไปสู่การสะสมทรัพย์สิน ทำให้ “เงิน” กลายเป็นเครื่องมือซื้อความสุขทางโลก และ “สตรี” กลายเป็นเป้าหมายเติมเต็มตัณหาที่ถูกกดทับ เมื่อธรรมวินัยซึ่งเป็นกฎควบคุมสถาบันสงฆ์ถูกมองข้าม กิเลสตระหนี่และการเสพสุขทางกายจึงเข้าแทนที่หน้าที่พุทธบุตรอย่างสิ้นเชิง

                               การพิจารณาปัญหานี้ต้องแยกแยะระหว่าง “พระศาสนา” กับ “คนในศาสนา” ประเทศไทยมีวัดมากกว่า 40,000 แห่ง และมีพระภิกษุสามเณรนับแสนรูป ตัววัดหรือพระธรรมวินัยไม่ได้มีความบกพร่องในตัวเอง ตรงกันข้าม   พระไตรปิฏกและศีล 227 ข้อมีความรัดกุมสูงยิ่ง ทว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นผลมาจากตัวบุคคลที่เข้ามาอาศัยคราบผ้าเหลืองแสวงหาผลประโยชน์ การลงโทษหรือการกวาดล้างคดีทุจริตสงฆ์จึงเป็นเรื่องของ “จิตสำนึก” และการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด เพื่อคัดสรรบุคคลที่ไร้ศรัทธาจริงออกจากระบบศาสนา

                          พฤติกรรมของพระสงฆ์ที่ลุ่มหลงในเงินและสตรี มีสัจธรรมทางพฤติกรรมศาสตร์ที่ไม่ต่างไปจาก “นักการเมือง” บางคนในเชิงโครงสร้าง นักการเมืองบางคนบางส่วนใช้นโยบายและวาทกรรมแสวงหา “อำนาจ” เมื่อได้อำนาจมาครอบครอง “เงิน” หรือผลประโยชน์ทับซ้อนจะไหลตามมา และในที่สุด “สตรี” หรือความสุขส่วนตนก็กลายเป็นสิ่งที่ไขว่คว้า ขณะที่พระสงฆ์บางรูปใช้ศรัทธาสร้าง “อำนาจบารมี” เพื่อให้ได้มาซึ่ง “เงิน” แล้วนำไปปรนเปรอ “สตรี” วงรอบแห่งความโลภและการกอบโกยของทั้งสองกลุ่มจึงเดินบนเส้นทางเดียวกัน นั่นคือการเอาความเชื่อและบทบาทหน้าที่มาเป็นเครื่องมือฟอกกิเลส

                              การแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ประพฤติผิดวินัยและทุจริต ไม่อาจพึ่งพาเพียงการตั้งกรรมการตรวจสอบ,การดำเนินคดี หรือเพิ่มมาตรการทางกฎหมายภายนอกเท่านั้น เพราะรากเหง้าที่แท้จริงคือ “จิตสำนึก” ต่อเกรงกลัวและละอายต่อบาป จากหิริ-โอตตัปปะ การรีดศีลธรรมกลับคืนสู่ใจของผู้บวช และการตรวจสอบจากชุมชนศรัทธาอย่างตั้งมั่นโดยไม่หลงใหลในตัวบุคคล จะเป็นปราการสำคัญที่ช่วยปกป้องศาสนสถานไม่ให้กลายเป็นแหล่งฟอกเงิน หรือสถานที่ตอบสนองความใคร่ของคนในสบงจีวร

                          เมื่ออาภรณ์สบงจีวร และสูทสง่างามสวมบนหุ่นตัวเดียวกัน

ท้ายที่สุดแล้ว ชายในผ้าเหลืองที่ยักยอกเงินวัดไปปรนเปรอสีกา กับนักการเมืองในชุดสูทโก้หรูที่โกงงบประมาณไปเลี้ยงกิเลส ก็เป็นเพียงมนุษย์“คนเดียวกัน” ที่สวม “เสื้อผ้าคนละชุด”  ต่างฝ่ายต่างอ้าง“ธรรมะ”และ“ประชาชน” เพื่อไต่เต้าสู่อำนาจ   แต่สุดท้ายกลับพ่ายแพ้ให้กับสิ่งพื้นฐานที่สุดอย่างเงินตราและสตรี ราวกับจะเตือนสติสังคมว่า ไม่ว่าจะห่มสบงหรือใส่สูท หากละทิ้งจิตสำนึกแล้ว สัจธรรมชีวิตก็เหลือเพียงคำถามเดียวว่า ระหว่างกุฏิที่มีกล้องวงจรปิดกับสภาที่มีกลองนักข่าว ที่ไหนจะซ่อนกิเลสได้มิดชิดกว่ากัน

                     “เงิน อำนาจ และ สตรี” เป็นสูตรไม่ลับที่ยังมีคนอยากไขว่คว้า !

ข่าวล่าสุด

สงคราม…ใบกะเพรา !จากพืชสามัญประจำบ้านยอดฮิต สู่คำถามใหญ่เรื่องสิทธิและผลประโยชน์

เจาะ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ปมแบ่งปันผลประโยชน์และความไว้วางใจต่อรัฐ เมื่อพืชคู่ครัวไทยกลายเป็นเดิมพันระหว่างนวัตกรรมเอกชนกับทรัพยากรพันธุกรรมส่วนรวม

”ปลดล็อก“…ที่ดินเวนคืน รฟม.เปิดทางเอกชนใช้ทางเข้า-ออกได้ แต่ห้ามใช้ทรัพย์สินรัฐเอื้อประโยชน์เฉพาะราย

บทเรียน “แอชตัน-อโศก” ย้ำว่า อำนาจรัฐต้องชอบด้วยกฎหมายและรับผิดชอบต่อสาธารณะ

ย้อนรอยความฝันและตัวตนที่เคยหล่นหาย: สิทธิธรรม โรหิตะสุข กับนิทรรศการเฉพาะกิจ “ว่าด้วยนักศึกษาศิลปะคนหนึ่งซึ่งมีความฝันอยากเป็นศิลปินคอนเซปชวลแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ : กรณี สิทธิเดช โรหิตะสุข”

ในเส้นทางชีวิตของคนเรา มีสักกี่ครั้งที่เราจะได้หวนกลับไปพบกับ "ความฝันในวัยเยาว์" ที่เคยหล่นหายไประหว่างทาง นิทรรศการศิลปะล่าสุดจาก สิทธิธรรม โรหิตะสุข (หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อเดิม สิทธิเดช โรหิตะสุข) ณ VS Gallery

อุเทนถวาย-ปทุมวัน ปมขัดแย้ง…ครึ่งศตวรรษ !

งดเรียน 90 วันอาจหยุดเหตุเฉพาะหน้า แต่ไม่อาจหยุดวงจรความรุนแรง

ข่าวอื่นๆ

สงคราม…ใบกะเพรา !จากพืชสามัญประจำบ้านยอดฮิต สู่คำถามใหญ่เรื่องสิทธิและผลประโยชน์

เจาะ พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ปมแบ่งปันผลประโยชน์และความไว้วางใจต่อรัฐ เมื่อพืชคู่ครัวไทยกลายเป็นเดิมพันระหว่างนวัตกรรมเอกชนกับทรัพยากรพันธุกรรมส่วนรวม

”ปลดล็อก“…ที่ดินเวนคืน รฟม.เปิดทางเอกชนใช้ทางเข้า-ออกได้ แต่ห้ามใช้ทรัพย์สินรัฐเอื้อประโยชน์เฉพาะราย

บทเรียน “แอชตัน-อโศก” ย้ำว่า อำนาจรัฐต้องชอบด้วยกฎหมายและรับผิดชอบต่อสาธารณะ

อุเทนถวาย-ปทุมวัน ปมขัดแย้ง…ครึ่งศตวรรษ !

งดเรียน 90 วันอาจหยุดเหตุเฉพาะหน้า แต่ไม่อาจหยุดวงจรความรุนแรง