วันพุธ, เมษายน 15, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTจีน-รัสเซีย นิ่งสนิท “สลัดทิ้ง” เตหะรานลำพัง  อินทรีประกาศปิดจ็อบ “เด็ดหัวยักษ์”  

จีน-รัสเซีย นิ่งสนิท “สลัดทิ้ง” เตหะรานลำพัง  อินทรีประกาศปิดจ็อบ “เด็ดหัวยักษ์”  

เผยแพร่

spot_img

สมช. ยกระดับแผนอพยพรับมือฮอร์มุซวิกฤต

จับตาทองคำผันผวนหนัก-พาณิชย์คุมเข้มสินค้าฉวยโอกาส

                        โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงยืนยันภารกิจสังหาร “คาเมเนอี” และกลุ่มแคนดิเดตทายาทอำนาจอิหร่านแบบถอนรากถอนโคน ท่ามกลางปฏิกิริยาจากจีนและรัสเซียที่ยังคงสงบนิ่งไม่ขยับช่วยพันธมิตร ขณะที่รัฐบาลไทยขยับแผนเชิงรุกหลังประชุม สมช. เร่งบริหารจัดการสต็อกพลังงานสำรองและเตรียมเปิดเส้นทางอพยพคนไทย ด้านตลาดทองคำในประเทศปั่นป่วนหนัก ปรับราคาขึ้นรวดเดียวกว่า 2,000 บาท สอดรับความกังวลสถานการณ์โลกที่ยังไม่นิ่ง

                            เหตุการณ์โจมตีปลิดชีพผู้นำสูงสุดอิหร่านและว่าที่ผู้นำรุ่นใหม่หลายคนตามคำแถลงของสหรัฐฯ กลายเป็นความพยายาม “ล้างไพ่” ทางอำนาจครั้งใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์ที่น่าจับตาคือการที่ “จีนและรัสเซีย” เลือกใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว ไม่ขยับกำลังพลหรือแสดงท่าทีแทรกแซงอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ประเมินว่านี่อาจเป็นสัญญาณบีบให้เตหะรานต้องยอมรับสภาพความพ่ายแพ้ในสงครามระยะสั้นที่อาจจบลงภายใน 2 สัปดาห์ เนื่องจากโครงสร้างสั่งการล่มสลายและขาดพี่เลี้ยงหนุนหลังอย่างเป็นรูปธรรม

                             ในส่วนของประเทศไทย นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ สมช. นัดสำคัญ โดยมีมติยกระดับแผนเผชิญเหตุขั้นสูงสุด 3 ด้านหลัก

                             ประการแรกคือ “แผนอพยพคนไทย” 7 หมื่นชีวิตในพื้นที่พิกัดอันตราย 210 เมือง โดยกระทรวงการต่างประเทศเตรียมใช้จอร์แดนเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว 

                            ประการต่อมาคือ “ความมั่นคงพลังงาน” ที่สั่งการให้กระทรวงพลังงานเร่งจัดหาแหล่งพลังงานทดแทนจากภูมิภาคอื่นนอกตะวันออกกลางเพื่อลดความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และสุดท้ายคือ “การบริหารจัดการการค้า” โดยกระทรวงพาณิชย์ต้องทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันการกักตุนและควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้พุ่งสูงเกินความจริง

                         สำหรับสถานการณ์ตลาดทุนไทย ความผันผวนพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบปี โดยราคาทองคำในประเทศมีการปรับเปลี่ยนราคาตลอดวันรวมถึง 42 ครั้ง และพุ่งขึ้นกว่า 2,000 บาทเศษในวันเดียว ส่งผลให้คนไทยแห่เข้าคิวยาวเหยียดที่เยาวราชเพื่อเก็งกำไรและกักเก็บสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความเห็นจากนายกสมาคมค้าทองคำที่มองว่า “หากสถานการณ์ลามปามจนกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 ราคาทองคำอาจมีความเป็นไปได้ที่จะพุ่งแตะระดับบาทละ 100,000 บาท” ซึ่งความเห็นดังกล่าวยิ่งโหมกระแสความตื่นตระหนกให้ประชาชนเร่งเข้าหาทองคำท่ามกลางความไม่แน่นอน

                             ในมิติของการบินและการขนส่ง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการเส้นทางบินใหม่ที่ต้องอ้อมน่านฟ้าสู้รบ แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงจะขยับขึ้นตามราคาตลาดโลก แต่การที่มหาอำนาจตะวันออกอย่างจีนและรัสเซียไม่โดดเข้าร่วมสังเวียน ทำให้ความเสี่ยงของการขยายวงสงครามถูกจำกัดวงไว้อยู่เพียงในคาบสมุทรตะวันออกกลางเท่านั้น

                             แผนการสำรองพลังงาน 60 วันของรัฐบาลไทยจึงยังคงอยู่ในวิสัยที่บริหารจัดการได้ หากสงครามจบลงไวตามยุทธศาสตร์ “เด็ดหัว” ที่ไร้ผู้หนุนหลัง

                            สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งกว่าอานุภาพขีปนาวุธในเตหะราน คือ “สัญชาตญาณ” ของเหล่าบรรดาพ่อค้าทองและสินค้าจำเป็นในไทย ที่ดูจะคาดการณ์ความพินาศของโลกได้ไวกว่าเรดาร์ของกองทัพ เสียตรงที่ราคาสินค้ามัก “พุ่งตัว” ไปรอรับข่าวก่อนที่น้ำมันหยดแรกจะเปลี่ยนราคาจริงเสียอีก ในขณะที่ประชาชนกำลังลุ้นว่าทองในมือจะพุ่งไปถึงแสนตามแรงยุหรือไม่ แต่ความจริงที่น่ากังวลคือราคาไข่ไก่และแก๊สหุงต้มที่ “ขึ้นแล้วลงยาก” ซึ่งเป็นสงครามปากท้องที่กัดกินเงินในกระเป๋าคนไทยรุนแรงกว่าความขัดแย้งของมหาอำนาจที่อยู่ห่างออกไปหลายพันไมล์

                          วิกฤตครั้งนี้คือบทพิสูจน์ความเฉียบคมของรัฐบาลในการเปลี่ยนผ่านจาก “โหมดตื่นตระหนก” สู่ “โหมดบริหารความยั่งยืน” การที่จีนและรัสเซียเลือกนิ่งเฉยอาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ไฟสงครามมอดดับเร็วกว่าที่คิด รัฐบาลจึงต้องเร่งควบคุมไม่ให้ความตื่นตระหนกภายในประเทศกลายเป็นเครื่องมือให้ผู้ฉวยโอกาสทางเศรษฐกิจใช้เป็นช่องทางสูบเลือดประชาชน บทสรุปของสงครามครั้งนี้จึงไม่ได้วัดกันที่ใครตายในตะวันออกกลาง แต่อยู่ที่ว่าใครจะรักษา “สติ” และ “ปากท้อง” ของคนไทยให้รอดพ้นจากกระแสข่าวลือที่รุนแรงกว่าความจริงได้ดีกว่ากัน

2569-03-03    “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

รถพลังงานไฮโดรเจน: รถในอนาคตอันใกล้

Toyota Crown FCEV จะเปิดตัวรุ่นขุมพลัง FCEV หรือ Hydrogen Fuel-Cell วิ่งไกล 820 กม. เติมเต็มถังใน 3 นาทีราคาเริ่มต้นที่ 8.3 ล้านเยน หรือประมาณ 1,970,719 บาท

เบื้องหลังเจ้าของปั๊มน้ำมันที่แท้จริง

เชลล์ ตราหอย คือ ผู้ประกอบการของกลุ่มต่างชาติในไทย โดยต่างชาติ แบรนด์นี้พวกอังกฤษ ถือหุ้นใหญ่

ยูเนสโก …มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ขึ้นทะเบียน สงกรานต์ในประเทศไทย เทศกาลปีใหม่ไทยดั้งเดิม ในบัญชีรายชื่อตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

ข่าวอื่นๆ

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

อย่าปล่อย ..“คนแก่ 14 ล้าน”  ในกรงขังดิจิทัล

“วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” ประจำปี 2569 ข้อมูลระบุชัดว่าไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์โดยมีประชากรอายุเกิน 60 ปี กว่า 14 ล้านคน หรือร้อยละ 20 ของประเทศ

“สงกรานต์”  จากหยดน้ำแห่งศรัทธาสู่“มหาเทศกาลโลก”

สถิติล่าสุดพบว่ามีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาสัมผัสบรรยากาศปีใหม่ไทยพุ่งสูงกว่า 6.6 แสนคนภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว สะท้อนให้เห็นว่าเสน่ห์ของ "เทศกาลน้ำ" แห่งอุษาคเนย์นี้ได้กลายเป็น "คานิวัลระดับโลก" ที่สร้างรายได้หมุนเวียนมหาศาล