วันพฤหัสบดี, มกราคม 22, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTชายแดนเดือด-ข้อมูลเดือดกว่า ! ศึกชายแดนลามสู่ “ศึกข้อมูล”

ชายแดนเดือด-ข้อมูลเดือดกว่า ! ศึกชายแดนลามสู่ “ศึกข้อมูล”

เผยแพร่

spot_img

  เปิดเกมลอบบี้ยิสต์ เมื่อกัมพูชายกสมรภูมิรบขึ้นเวทีโลก

                          จากแนวปะทะสู่โต๊ะเจรจานานาชาติ สงครามข้อมูลข่าวสารที่ไทยห้ามมองข้าม

                           ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเผชิญหน้าของกำลังทหาร หากแต่กำลังขยายตัวสู่ “สมรภูมิที่มองไม่เห็น” นั่นคือ สงครามข้อมูลข่าวสาร หลังมีรายงานว่ากัมพูชาใช้บริการบริษัทลอบบี้ยิสต์ในต่างประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการรับรู้ของนานาชาติต่อข้อพิพาทดังกล่าว

                             ในเวทีการเมืองโลก ลอบบี้ยิสต์คือผู้เชี่ยวชาญด้านการโน้มน้าวเชิงยุทธศาสตร์ ทำงานผ่านเครือข่ายสื่อ สถาบันนโยบาย องค์กรสิทธิมนุษยชน และผู้กำหนดนโยบายในประเทศมหาอำนาจ เป้าหมายไม่ใช่การชนะทางทหาร แต่คือการทำให้ “เรื่องเล่า” ของฝ่ายตน กลายเป็นกรอบคิดหลักของประชาคมโลก

                             สำหรับประเทศขนาดเล็กหรือกำลังพัฒนา การว่าจ้างลอบบี้ยิสต์ถือเป็นทางลัดในการเพิ่มน้ำหนักเสียงของตนบนเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในกรณีข้อพิพาทชายแดน ซึ่งการนิยามว่าใครคือ “ผู้ถูกรุกราน” มักมีผลต่อท่าทีของประเทศที่สามมากกว่าข้อเท็จจริงทางภูมิศาสตร์เพียงอย่างเดียว

                            ทุกครั้งของการปะทะที่เกิดจากการละเมิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าของกัมพูชา กลับได้รับการตอบโต้ด้วยข้อมูลข่าวสารทันทีทันใด   นี่คือเกมทำงานของลอบบี้ยิสต์ ทำให้ไทยกลายเป็นประเด็น

                             แหล่งข่าวด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชี้ว่า ยุทธศาสตร์หลักไม่ใช่การโจมตีไทยโดยตรง แต่เป็นการตั้งคำถามต่อบทบาทของไทย ผ่านถ้อยคำที่คุ้นเคยในเวทีโลก เช่น “ความไม่สมดุลของอำนาจ” หรือ “ผลกระทบด้านมนุษยธรรม” การเคลื่อนประเด็นลักษณะนี้เข้าสู่สื่อสากลและองค์กรระหว่างประเทศ สามารถสร้างแรงกดดันเชิงภาพลักษณ์ได้โดยไม่ต้องเผชิญหน้าตรง ๆ

                            แล้วไทยอยู่ตรงไหนในสมรภูมินี้

                           ในขณะที่หลายประเทศยอมรับการลอบบี้อย่างเปิดเผย ประเทศไทยยังคงขาดโครงสร้างทางกฎหมายและนโยบายที่รองรับการสื่อสารเชิงรุกในระดับโลก การทำงานจึงมักกระจัดกระจาย อยู่ในกรอบการทูตแบบรัฐต่อรัฐ ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามใช้กลไกนอกภาครัฐเข้าช่วยเสริมพลัง

                            นักวิชาการด้านความมั่นคงระบุว่า ปัญหาของไทยไม่ใช่ “ไม่มีข้อมูล” แต่คือ “ไม่สามารถแปลงข้อมูลให้เป็นเรื่องเล่าที่โลกเข้าใจและเชื่อได้ทันเวลา”

                            กรณีการว่าจ้างลอบบี้ยิสต์ของกัมพูชา สะท้อนความจริงข้อหนึ่งของการเมืองโลกยุคใหม่ นั่นคือ ชัยชนะไม่ได้วัดกันที่แนวชายแดนเท่านั้น แต่ตัดสินกันที่การรับรู้ของประชาคมโลก ประเทศใดควบคุมเรื่องเล่าได้ ประเทศนั้นย่อมได้เปรียบ

                           สำหรับไทย การเผชิญหน้าครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า สงครามยุคใหม่ไม่รอให้กระสุนดัง แต่เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ข้อมูลถูกเผยแพร่  และใครพูดก่อน พูดเก่งกว่า มักเป็นฝ่ายกุมเกม

18/12/2568    “ชัยทัศน์“ 

ข่าวล่าสุด

“ระเบิด“..เป็นสัญญาณเตือนรัฐก่อนเลือกตั้ง

เหตุระเบิดและลอบวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 11 แห่ง ใน จว.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ช่วงกลางดึกวันที่ 10 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 11 มกราคม 2569 กลายเป็นเหตุรุนแรงครั้งใหญ่รับศักราชใหม่

เปิด 7 แผนที่ยุทธศาสตร์กรีนแลนด์ ทำไมโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงต้องการเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นของสหรัฐฯ?

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ สร้างความสั่นสะเทือนในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum - WEF) ณ เมืองดาวอส โดยระบุว่าประเด็นเกาะกรีนแลนด์ (Greenland)

“ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา”

อ. พุทธทาสได้เคยวิพากษ์สภาและการเมืองไว้ในหนังสือ "ธรรมะกับการเมือง" โดยยกพุทธภาษิตที่ว่า "ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา" (น สา สภา ยตฺถ น สนฺติ สนฺโต) หมายความว่าต่อให้มีชื่อ มีโครงสร้าง และมีกฎหมายรองรับ หากที่ประชุมไม่มีสัตบุรุษ...

‘ภูมิธรรม-ทวี’ รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

คำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง

ข่าวอื่นๆ

“ระเบิด“..เป็นสัญญาณเตือนรัฐก่อนเลือกตั้ง

เหตุระเบิดและลอบวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 11 แห่ง ใน จว.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ช่วงกลางดึกวันที่ 10 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 11 มกราคม 2569 กลายเป็นเหตุรุนแรงครั้งใหญ่รับศักราชใหม่

ถ้า “เสียงเตือน” ที่ดังช้า…อาจดังไม่ทันเสียงถล่ม

เสียงเตือนที่ไม่ดังทันเวลา กับราคาที่ประเทศต้องจ่ายเป็นชีวิตคน ในประเทศที่เคยสูญเสียจากน้ำท่วม แผ่นดินไหว และอาคารรัฐพังราบในพริบตา

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ "รากฐาน" ของประเทศ