วันพฤหัสบดี, มกราคม 22, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTตำรวจปฏิญาณทุกเช้าว่า…ไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม

ตำรวจปฏิญาณทุกเช้าว่า…ไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม

เผยแพร่

spot_img

 กระแสตำรวจแฉตำรวจเรื่องเส้นเงินเว็บพนัน,ส่วย,ระบบตั๋ว,ซื้อขายตำแหน่ง ทำให้สังคมสงสัยว่าองค์กรผู้รักษากฎหมายกำลังจะกลายเป็น “องค์กรอาชญากรรม” ตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ 

                        ขณะที่อดีตรอง ผบ.ตร. คนเดียวในองค์กร ออกสื่อย้ำเดือนแล้วเดือนเล่า พร้อมข้อมูลเส้นทางเงินเชื่อมโยงนายตำรวจนับร้อย นายตำรวจระดับสูงถูกชี้มูลวินัยร้ายแรง แต่ยังไม่ถูกพักราชการทั้งหมด ทำให้ประชาชนหันกลับไปมอง “พฤติการณ์จริง” มากกว่าคำปฏิญาณที่ให้กล่าวทุกเช้า

                       ข้อเท็จจริงที่ตำรวจต้องออกมายืนปฏิญาณว่า “เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม” เป็นสัญญาณสะท้อนความไม่ไว้วางใจระดับลึกในสังคม เพราะการจัดวางถ้อยคำ ไม่ได้บรรเทาความสงสัยเมื่อข้อมูลจาก กมธ.ความมั่นคงฯ ชี้ว่ามีตำรวจกว่า 200–300 นายถูกกล่าวหาพัวพันเว็บพนัน,ส่วย และมีคำชี้มูลวินัยร้ายแรงแล้วบางส่วน 

                      นักวิชาการด้านความมั่นคงจึงเห็นตรงกันว่า ความเป็นองค์กรอาชญากรรมไม่ได้เกิดจากคำกล่าวหา แต่เกิดจากการไม่จัดการผู้กระทำผิดภายในองค์กรอย่างเฉียบขาดและโปร่งใส การนิ่งเฉยหรือการดำเนินการล่าช้า กลับยิ่งตอกย้ำความคลางแคลงของสังคมว่าโครงสร้างตำรวจอาจมีปัญหาจริง

                      การออกมาแฉกันเองระหว่างอดีต ผบ.ตร. และอดีตรอง ผบ.ตร. นอกจากมีปัญหาขัดแย้งส่วนตัวกันเองอยู่แล้วยังสะท้อนรอยแตกภายในองค์กรที่ลึกกว่าการเมืองในเครื่องแบบ เพราะข้อมูลที่นำเสนอผ่าน กมธ. และสื่อออนไลน์ ไม่ใช่แค่ความขัดแย้งส่วนตัว แต่ชี้ให้เห็นเส้นทางธุรกรรมของเครือข่ายพนันออนไลน์เชื่อมโยงตำรวจหลายระดับ ทั้งชั้นประทวนจนถึงนายพล ความเห็นจากอดีตนายตำรวจและผู้เชี่ยวชาญชี้ชัดว่า หากผู้บังคับบัญชาไม่เร่งดำดนินการเร่่องทั้งหมดอย่างรวดเร๋วและโปรงใสกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด แม้เพียงเพื่อป้องกันผลกระทบต่อการสอบสวน ก็อาจทำให้สถานการณ์อ่อนแรงกว่าเดิม เปิดพื้นที่ให้ทุนเทาและสแกมเมอร์ขยายผลได้อย่างรวดเร็ว

                   ในคณะกมธ. เห็นตรงกันว่าต้นตอของวิกฤตนี้ไม่ใช่เพียงการคอร์รัปชันรายบุคคล แต่เป็นโครงสร้างอำนาจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ “ผิดธรรมชาติ” มานาน ตั้งแต่ระบบตั๋ว,เส้นสาย,การโยกย้ายที่ไม่อิงผลงาน ไปจนถึงการจัดสรรกำลังพลแบบกระจุก และระบบงานไซเบอร์สามหน่วยที่ซ้ำซ้อนจนกลายเป็นช่องทางเก็บส่วยแบบมีอิทธิพลไขว้กัน การปฏิรูปตำรวจจึงไม่ใช่ “ปรับภาพลักษณ์” หรือออกคำสั่งห้ามรับส่วยเป็นครั้งคราว แต่ต้องยอมรับปัญหาก่อนว่าโครงสร้างใหญ่กำลังเอื้อความเสื่อม จึงจะมีโอกาสเปลี่ยนผ่านสู่ระบบตรวจสอบที่ใช้งานได้จริง

                              หลายกลุ่มนักวิชาการเตือนตรงกันว่าหากรัฐบาลและ ผบ.ตร. ไม่ขยับเชิงโครงสร้างตั้งแต่ดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับเรื่องดังกล่าวทั้งหมด การรวมศูนย์งานไซเบอร์ให้ชัดเจน การทบทวนระบบตั๋ว และการสร้าง KPI ที่แท้จริ ง ความเสื่อมในองค์กรจะสะสมจนกลายเป็นวงจรทำลายความเชื่อมั่นทั้งระบบยุติธรรม  เพราะเมื่อผู้คุมกฎหมายอ่อนแอ อาชญากรรมจะขยายตัวเร็วที่สุด และเมื่อประชาชนไม่มั่นใจตำรวจ พื้นฐานของรัฐสมัยใหม่ทั้งหมดก็สั่นคลอนตามไปด้วย

                            เมื่อสถานีตำรวจต้องลุกขึ้นมาประกาศทุกเช้าว่า “เราไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม… นะ“   มันก็เหมือนคนที่ยืนยันทุกวันว่า “ฉันไม่โกงนะ”สุดท้ายประชาชนอาจไม่ได้ฟังที่พูด แต่จ้องดูว่าในลิ้นชักมีอะไรอยู่มากกว่า

“ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

“ระเบิด“..เป็นสัญญาณเตือนรัฐก่อนเลือกตั้ง

เหตุระเบิดและลอบวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 11 แห่ง ใน จว.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ช่วงกลางดึกวันที่ 10 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 11 มกราคม 2569 กลายเป็นเหตุรุนแรงครั้งใหญ่รับศักราชใหม่

เปิด 7 แผนที่ยุทธศาสตร์กรีนแลนด์ ทำไมโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงต้องการเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นของสหรัฐฯ?

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ สร้างความสั่นสะเทือนในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum - WEF) ณ เมืองดาวอส โดยระบุว่าประเด็นเกาะกรีนแลนด์ (Greenland)

“ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา”

อ. พุทธทาสได้เคยวิพากษ์สภาและการเมืองไว้ในหนังสือ "ธรรมะกับการเมือง" โดยยกพุทธภาษิตที่ว่า "ที่ใดไม่มีสัตบุรุษ ที่นั่นไม่เรียกว่าสภา" (น สา สภา ยตฺถ น สนฺติ สนฺโต) หมายความว่าต่อให้มีชื่อ มีโครงสร้าง และมีกฎหมายรองรับ หากที่ประชุมไม่มีสัตบุรุษ...

‘ภูมิธรรม-ทวี’ รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

คำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง

ข่าวอื่นๆ

“ระเบิด“..เป็นสัญญาณเตือนรัฐก่อนเลือกตั้ง

เหตุระเบิดและลอบวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รวม 11 แห่ง ใน จว.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ช่วงกลางดึกวันที่ 10 ต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 11 มกราคม 2569 กลายเป็นเหตุรุนแรงครั้งใหญ่รับศักราชใหม่

ถ้า “เสียงเตือน” ที่ดังช้า…อาจดังไม่ทันเสียงถล่ม

เสียงเตือนที่ไม่ดังทันเวลา กับราคาที่ประเทศต้องจ่ายเป็นชีวิตคน ในประเทศที่เคยสูญเสียจากน้ำท่วม แผ่นดินไหว และอาคารรัฐพังราบในพริบตา

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ "รากฐาน" ของประเทศ