หน้าแรกINSIDE - INSIGHTนโยบาย 4 เดือน  กับเดิมพันการเมืองและความวุ่นวายในคูหา

นโยบาย 4 เดือน  กับเดิมพันการเมืองและความวุ่นวายในคูหา

เผยแพร่

spot_img

 ผ่านไปแล้วหนี่งวันกับการแถลงนโยบายของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล ต่อรัฐสภา ได้ตอกย้ำถึงการบริหารราชการแผ่นดินภายใต้ กรอบเวลาอันจำกัด และแรงกดดันทางการเมืองอย่างชัดเจน 

                       นายกรัฐมนตรีได้ประกาศอย่างตรงไปตรงมาถึง พันธะที่จะยุบสภาในวันที่ 31 มกราคม ปีหน้า โดยถือเป็นข้อตกลง จาก MOA ที่ลงนามกันไว้

                      การแถลงเน้นหลักการพื้นฐาน 3 ประการ และการเร่งแก้ 4 ภัยสำคัญของประเทศ คือเศรษฐกิจ, ความมั่นคง, สังคม, สิ่งแวดล้อม  ในฐานะรัฐบาลเสียงข้างน้อย 

                       อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการแถลงถูกบดบังด้วยความวิตกจากฝ่ายค้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ถึงขนาดระบุว่าช่วงเวลา 4 เดือนนี้คือ “4 เดือนหายนะ” ขณะที่ผู้นำฝ่ายค้าน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กลับใช้เวทีนี้ในการ นับถอยหลังสู่การยุบสภา เพื่อผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

                      กับประเด็นของความเป็นไปได้ในการปฏิบัติงานของรัฐบาลใหม่นั้น ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับในช่วง 4 เดือนนี้จะเน้นไปที่ มาตรการบรรเทาทุกข์ระยะสั้น ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่ซับซ้อน นโยบายที่มุ่งแก้ไขปัญหาภัยเศรษฐกิจโดยเร่งด่วน เช่น การควบคุมค่าใช้จ่ายและการกระตุ้นกำลังซื้อ จะสามารถดำเนินการได้จริงและเห็นผลเร็วที่สุด     

                       อย่างไรก็ดี ด้วยงบประมาณที่รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้จัดทำเองและสถานะรัฐบาลเสียงข้างน้อย อำนาจในการบริหารเชิงโครงสร้างระยะยาวจึงมีข้อจำกัดอย่างมาก ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นเพียงการซื้อเวลา ให้กับประชาชนในการตั้งหลักจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเท่านั้น

                       สำหรับการจัดทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญและการยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา ตามที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีได้อธิบายว่า ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศที่จะตัดสินในความเป็นอธิปไตยของขาติ รัฐบาลเฉพาะกิจ ไม่คสรตัดสินใจเอง จึงใข้กระบวนการผ่านทางประชามติ  เป็นฉันทานุมัติ ซึ่งประชาชนจะได้รับประโยชน์ในมิติของ การมีส่วนร่วมทางการเมือง มากกว่าการเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทันที

                       ประเด็นที่สร้างความกังวลอย่างยิ่งคือข้อเสนอของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ระบุว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นหลังรัฐบาลนี้ประกาศยุบสภา   ประชาชนจะต้องกาบัตรถึง 4 ใบ (1. ส.ส. เขต, 2. ส.ส. บัญชีรายชื่อ, 3. ประชามติแก้รัฐธรรมนูญ, 4. ประชามติยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา

                       จากประสบการณ์ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา แม้แต่การกาบัตร 2 ใบก็ยังสร้างความสับสนและเป็นเหตุให้บัตรเสียจำนวนมาก การเพิ่มบัตรถึง 4 ใบในคูหาเลือกตั้ง ย่อมส่งผลให้เกิด ความวุ่นวาย ในระดับบริหารจัดการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยจะต้องทำงานหนักขึ้นอย่างมหาศาล ขณะที่ประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่ไม่มีความคุ้นเคยกับกระบวนการ อาจเกิดความสับสนในการใช้สิทธิ การเพิ่มภาระการตัดสินใจ  2 ประเด็นใหญ่ เข้าไปในการเลือกตั้งทั่วไปพร้อมกันนี้ ถือเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้ ยอดบัตรเสีย พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ และบั่นทอนเจตนารมณ์ประชาธิปไตย

                        การแถลงนโยบายครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลนายอนุทินมีความชัดเจนในการดำเนินงาน ตามพันธะสัญญาทางการเมือง ที่จะนำไปสู่การยุบสภา แต่ความชัดเจนดังกล่าวนั้นกลับเป็น ความคลุมเครือต่ออนาคตของประเทศ ในระยะยาว     

                       นโยบายที่นพเสนอเป็นเพียงการ ฉีดสารกระตุ้น เพื่อประคับประคองอาการป่วยทางเศรษฐกิจไว้ชั่วคราว ก่อนที่จะส่งไม้ต่อให้พรรคการเมืองอื่นเข้ามารับผิดชอบปัญหาที่หมักหมม และดูเหมือนว่ารัฐบาลจะทิ้งระเบิดเวลา ลูกใหม่ไว้ให้ประชาชนจัดการด้วยตัวเอง นั่นคือ ความวุ่นวายของการกาบัตร 4 ใบ ที่มีแต่จะสร้างความสับสนและเป็นภาระต่อกลไกประชาธิปไตย…        

                        สุดท้ายแล้ว รัฐบาลชุดนี้อาจไม่ได้สร้างรากฐานประเทศตามที่กล่าวอ้าง แต่กลับกำลังสร้าง ‘รากฐาน’ ให้กับความโกลาหลในคูหาเลือกตั้งเสียเอง

ข่าวล่าสุด

“A Spectacular Convergence of Faith and Culture: Wat Sarod Celebrates New Preceptor”

"Bangkok’s historic Wat Sarod, located in the Rat Burana District, is set to host an extraordinary cultural and religious milestone on May 30, 2026.

โปรดเกล้าฯ ให้ผู้นำเวียตนาม เข้าเฝ้าฯ  มุ่งเจรจาการค้าพลิกฟื้น…เสถียรภาพอินโดจีน

ในวโรกาสอันเป็นนิมิตหมายอันดีนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายโต เลิม และคณะผู้แทนเวียดนาม เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

หรือ…ตราชั่งชำรุดที่จุดเริ่มต้น ?  เมื่อศาลตัดสินจำคุกอดีต ประธาน ปปช.กับพวก

วานนี้ คำพิพากษาของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่สั่งจำคุกอดีตประธาน ปปช. และกรรมการ กรณีปกปิดข้อความเอกสารคดีนาฬิกาหรู แม้จะเป็นเพียงเสี้ยวแรกของกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลต้นที่ยังไม่ถึงที่สุด

ครบรอบ 120 ปี ชาตกาล พุทธทาสภิกขุ

วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เป็นวาระอันประเสริฐและทรงความหมายยิ่งสำหรับพระพุทธศาสนาและสังคมโลก เนื่องในโอกาสครบรอบ 120 ปี วันชาตกาล ของ พระธรรมโกศาจารย์ หรือ พุทธทาสภิกขุ

ข่าวอื่นๆ

โปรดเกล้าฯ ให้ผู้นำเวียตนาม เข้าเฝ้าฯ  มุ่งเจรจาการค้าพลิกฟื้น…เสถียรภาพอินโดจีน

ในวโรกาสอันเป็นนิมิตหมายอันดีนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายโต เลิม และคณะผู้แทนเวียดนาม เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

หรือ…ตราชั่งชำรุดที่จุดเริ่มต้น ?  เมื่อศาลตัดสินจำคุกอดีต ประธาน ปปช.กับพวก

วานนี้ คำพิพากษาของศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่สั่งจำคุกอดีตประธาน ปปช. และกรรมการ กรณีปกปิดข้อความเอกสารคดีนาฬิกาหรู แม้จะเป็นเพียงเสี้ยวแรกของกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลต้นที่ยังไม่ถึงที่สุด

ศึกศรัทธา 2 ขั้ว “สายวัด“ VS   ”สายวัง”  คลื่นใต้น้ำวงการพระเครื่อง เดิมพันนับแสนล้าน

การเผชิญหน้าครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การโต้เถียงเรื่องความแท้-เก๊ในแผงพระทั่วไป หากแต่เป็นสงครามช่วงชิง “ความชอบธรรม” ในการกำหนดทิศทางมูลค่าทรัพย์สินที่ขับเคลื่อนด้วยแรงศรัทธา