วันจันทร์, มกราคม 19, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTปราบสแกมเมอร์-ค้ามนุษย์

ปราบสแกมเมอร์-ค้ามนุษย์

เผยแพร่

spot_img

 รัฐบาลเดินหน้าวาระชาติปราบ “สแกมเมอร์-ค้ามนุษย์” จุดปะทุความขัดแย้งทางการเมือง

                             รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งแก๊ง สแกมเมอร์ และ การค้ามนุษย์ ขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีการมอบหมายให้ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลการดำเนินงาน 

                             การตัดสินใจครั้งนี้ได้จุดชนวนให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสาธารณชนและฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ นายรังสิมันต์ โรม สส. พรรคประชาชน ที่ออกมาโจมตีอย่างรุนแรงถึงความไม่เหมาะสมของการมอบหมายงาน พร้อมกล่าวหาว่าเป็นการ “ตั้งโจรปราบโจร” และตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหา ด้วยการพาดพิงถึงประวัติและพฤติการณ์ในอดีตของ ร.อ.ธรรมนัส ที่ถูกโจมตีมาโดยตลอดในทางการเมือง รวมถึงการถูกพาดพิงเชื่อมโยงกับกลุ่มทุนต่างชาติและวงจรสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน 

                             การโจมตีนี้ถูกมองว่าอาจ ลดทอนความน่าเชื่อถือ ของประเทศไทยในการผลักดันตนเองเป็นแกนนำปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ในเวทีระหว่างประเทศ

                              ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนถึงบทบาทที่แท้จริง โดยยืนยันว่า ตนไม่ได้เป็นประธานคณะกรรมการปราบปรามสแกมเมอร์ แต่เป็นประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) โดยตำแหน่ง และยืนยันในความบริสุทธิ์พร้อมถูกตรวจสอบในฐานะนักการเมืองที่เข้ามาตั้บแต่ปี พ.ศ. 2562 

                               นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังระบุว่า ไม่รู้สึกน้อยใจ ต่อคำพูดของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ที่กล่าวถึงการตั้งโจรปราบโจร โดยยืนยันความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องร่วมสาบานที่เข้าใจสไตล์การพูดที่ตรงไปตรงมา 

                              อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะมีเป้าหมายเพื่อยกระดับสถานะของไทยในรายงาน TIP Report แต่การทำงานยังเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ ได้แก่ อุปสรรคทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ต้องอาศัยความไว้วางใจจากนานาชาติในการปราบปรามฐานปฏิบัติการของแก๊งสแกมเมอร์ในต่างประเทศ และ ปัญหาความน่าเชื่อถือเชิงบุคคล ที่ถูกฝ่ายค้านนำมาเป็นเครื่องมือโจมตีอย่างต่อเนื่อง

                              การยกระดับการปราบปรามเป็นวาระแห่งชาติเป็นสิ่งจำเป็น แต่ความสำเร็จจะถูกบั่นทอนอย่างรุนแรงหากความกังขาต่อความโปร่งใสของผู้รับผิดชอบหลักยังคงอยู่ ความขัดแย้งเชิงผลประโยชน์นี้อาจกลายเป็น “ระเบิดเวลา” ที่ทำให้สาธารณชนตั้งคำถามถึงเจตนาที่แท้จริงของการปราบปราม และว่าเป็นการปราบปรามแบบเลือกปฏิบัติหรือเพียงการ “ซื้อเวลา” เท่านั้น

                              เพื่อลดความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือระดับชาติ รัฐบาลต้องเร่ง แยกบทบาทการกำกับนโยบาย ของ ร.อ.ธรรมนัส ออกจากการปฏิบัติการโดยสิ้นเชิง และควรพิจารณาจัดตั้ง คณะทำงานเฉพาะกิจร่วมอิสระ ที่มีผู้เชี่ยวชาญและภาคประชาสังคมที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติมาดูแลและรายงานผลอย่างโปร่งใสทันที มิฉะนั้นแล้ว สิ่งที่ฝ่ายค้านโจมตีว่า “ใช้โจรปราบโจร” จะไม่จบลงแค่ความกังขาทางการเมือง แต่จะสั่นคลอนความร่วมมือระหว่างประเทศ และอาจถูกมองว่าเป็นการ ใช้ “อำนาจรัฐมาเป็นเครื่องมือฟอกขาว” ให้กับผู้ที่ถูกกล่าวหาได้

ข่าวล่าสุด

ประชาธิปไตย “แพงขึ้น” ทุกครั้งที่เข้าคูหา “เลือกตั้ง” “ประชามติ” ใช้งบภาษีเกือบ 9,000 ล้าน 

การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กับการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองตามปกติ หากแต่เป็น “การลงทุนของรัฐ” ที่ใช้เงินภาษีประชาชนในระดับสูงถึง 8,978,267,690 บาท

เหนือฟ้ายังมีฟ้า: เมื่อ Starlink เจอ “ของจริง” จากรัสเซีย-จีน ในสมรภูมิ อิหร่าน!

สงครามปี 2026 ไม่ได้สู้กันด้วยจำนวนรถถัง แต่สู้กันด้วย "คลื่นล่องหน" บนชั้นบรรยากาศ เมื่ออเมริกาพยายามใช้ Starlink เป็นไพ่ตายส่งเน็ตทะลวงการปิดกั้นสื่อในอิหร่าน เพื่อหนุนการประท้วงใหญ่หวังเดินเกมรุกแบบ Soft Power

โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมตั้งองค์กรนานาชาติใหม่ชื่อ “บอร์ดสันติภาพ”

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตั้งองค์กรนานาชาติใหม่ ประเทศต่างๆที่อยากมีสถานะถาวรใน "บอร์ดสันติภาพ" ต้องจ่ายเงินอุดหนุนอย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลาร์ เชื่อตั้งขึ้นมาเพื่อทดแทนสหประชาชาติ

ในย่านเก่าแก่ของสิงคโปร์ กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ

การเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ ด้านความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืน ผ่านตู้ล็อกเกอร์อาหารเคลื่อนที่ที่บรรจุอาหาร และเป็นตู้ที่ควบคุมอุณหภูมิ โดยถูกติดตั้งไว้ตามจุดสาธารณะที่เข้าถึงได้ง่าย

ข่าวอื่นๆ

ประชาธิปไตย “แพงขึ้น” ทุกครั้งที่เข้าคูหา “เลือกตั้ง” “ประชามติ” ใช้งบภาษีเกือบ 9,000 ล้าน 

การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กับการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองตามปกติ หากแต่เป็น “การลงทุนของรัฐ” ที่ใช้เงินภาษีประชาชนในระดับสูงถึง 8,978,267,690 บาท

ทรัมป์ ระงับวีซ่า  75 ประเทศ ? ไทย ติดโผ…สะท้อนอะไรบ้าง… !

การประกาศของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องการ “ระงับการพิจารณาวีซ่าผู้อพยพ” จาก 75 ประเทศ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในเวทีโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อดังกล่าว

“ตึก สตง.” “สีคิ้ว” “พระราม 2”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญเหตุโศกนาฏกรรมจากโครงการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานของรัฐอย่างต่อเนื่อง