หน้าแรกINSIDE - INSIGHTพุทธพาณิชย์ปีละ 10,000 ล้านบาท เมื่อวัดปิดประตูธุรกิจศรัทธา 

พุทธพาณิชย์ปีละ 10,000 ล้านบาท เมื่อวัดปิดประตูธุรกิจศรัทธา 

เผยแพร่

spot_img

“เจ้าพิธี” ยุคใหม่กำลังเปิดตลาด

  สังฆราโชบาย 12 ข้อ กับแรงสะเทือนเศรษฐกิจพระเครื่อง และการย้ายศูนย์กลางพิธีกรรมออกนอกวัด

                           มติของมหาเถรสมาคมที่น้อมรับ พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ ของสมเด็จพระสังฆราช ไม่ได้เป็นเพียงการจัดระเบียบกิจการสงฆ์ในเชิงวินัย แต่เป็นการกำหนด “เส้นแบ่งใหม่” ระหว่างศาสนากับธุรกิจอย่างชัดเจนที่สุดในรอบศตวรรษ

                         การห้ามปลุกเสกวัตถุมงคล ห้ามกิจกรรมเชิงพาณิชย์ และการย้ำว่าวัดต้องเป็นพื้นที่ศึกษาและปฏิบัติธรรมเท่านั้น เท่ากับปิดฉากบทบาทวัดในฐานะ ศูนย์กลางการผลิตความศักดิ์สิทธิ์เชิงพาณิชย์ ที่สังคมไทยคุ้นชินมาอย่างยาวนาน

                          คำถามสำคัญคือ การ “ถอนวัดออกจากพุทธพาณิชย์” ครั้งนี้ กระทบเศรษฐกิจศรัทธามากเพียงใด แม้หน่วยงานกรมการศานา เดิม หรือสำนักพระพุทธศาสนา ไม่เคยจัดทำตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่สำนักข่าว Reuters เคยรายงานเชิงสำรวจตลาดว่า ธุรกิจพระเครื่องและวัตถุมงคลในประเทศไทยเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มีเงินหมุนเวียนระดับ หลายพันล้านบาทต่อปี    และ The Nation  ซึ่งอ้างอิงการประเมินจากผู้ค้าพระและนักสะสม ระบุว่า มูลค่าตลาดรวมของ พระเครื่องและวัตถุมงคล ในไทยอยู่ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี และเคยถูกหยิบยกเป็นประเด็นถกเถียงเชิงนโยบายมาแล้ว เรื่องการกำกับการโฆษณาและการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง

                        เมื่อวัดไม่สามารถเป็นพื้นที่ประกอบพิธีปลุกเสกได้อีกต่อไป เงินจำนวนนี้ไม่ได้หายไปในอากาศ หากแต่กำลัง “ย้ายที่อยู่” จากเขตพุทธาวาสออกสู่พื้นที่เอกชน ห้างสรรพสินค้า ตลาดสด ตลาดนัด หรือสถานที่จัดพิธีเฉพาะกิจ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ คือการเติบโตของอาชีพใหม่ในตลาดศรัทธา นั่นคือ “เจ้าพิธี”  

                        ฆราวาส ผู้รับบทบาทนำในพิธีกรรมแทนพระสงฆ์ ทำหน้าที่ออกแบบพิธี สร้างเรื่องเล่า และรับรองความศักดิ์สิทธิ์ให้กับวัตถุมงคลนอกวัด   อาชีพที่มีแนวโน้ม ฟู่เฟื่องแบบติดจรวด เมื่อข้อห้ามในวัดยิ่งเข้ม ตลาดนอกวัดยิ่ง..“ขยายตัว”

                        ในเชิงโครงสร้าง มติพระสังฆราโชบาย 12 ข้อ ยังส่งแรงกระเพื่อมถึงระบบอำนาจภายในคณะสงฆ์ การย้ำว่าการแต่งตั้งหรือเลื่อนตำแหน่งสังฆาธิการต้องยึด “การปฏิบัติจริงตามพระธรรมวินัย” มากกว่าเสนาสนะ ความใหญ่โตของวัด หรือความสามารถในการระดมศรัทธา เท่ากับเป็นการ ปรับสมดุลเกณฑ์อำนาจของคณะสงฆ์ จากเดิมที่เคยผูกโยงกับกิจกรรมภายนอก มาเน้นแก่นแท้ของชีวิตสงฆ์ มตินี้จึงถูกมองว่าเป็นการจัดระเบียบโครงสร้างอำนาจใหม่ มากกว่าการลงโทษใครเป็นรายบุคคล

                          มติของมหาเถรสมาคมครั้งนี้อาจเป็นข่าวดีของทั้งศาสนาและตลาดในเวลาเดียวกัน วัดได้กลับคืนสู่บทบาทดั้งเดิมของการฝึกตน ลดกิเลส และแสวงหาความหลุดพ้น ขณะที่ธุรกิจศรัทธาก็ถูกเชิญให้ออกไปยืนในพื้นที่ของตัวเองอย่างเปิดเผย ไม่ต้องอาศัยผ้าเหลืองเป็นฉากหลังอีกต่อไป ศรัทธาที่แท้จริงจึงไม่ถูกบังคับให้ซื้อ และธุรกิจก็ไม่สามารถอ้างศาสนาเพื่อเพิ่มมูลค่าได้ง่ายเหมือนเดิม

                       ท้ายที่สุด พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ อาจไม่ใช่จุดจบของพุทธพาณิชย์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความซื่อตรงระหว่าง ศาสนา กับ ตลาด เมื่อวัดเลิกขายความศักดิ์สิทธิ์ และตลาดต้องยอมรับว่าตนกำลังขายอะไรอยู่จริง ๆ 

                      บางที นี่อาจเป็นการปฏิรูปที่เมตตาที่สุดต่อทั้งพระพุทธศาสนา และต่อศรัทธาของพุทธศาสนิกชนเอง

ข่าวล่าสุด

 “ตามล่า…เหรียญวิเศษ”

เรือสำราญขนาดใหญ่จอดนิ่งอยู่ที่ท่า ท่ามกลางแสงไฟยามค่ำที่สะท้อนเป็นริ้วสั่นไหวบนผิวน้ำ ผู้โดยสารกำลังทยอยขึ้นเรือทีละกลุ่ม

ทำไมเข้าฤดูฝนแล้วยังร้อนอบอ้าว

ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป อุณหภูมิจะยังคงสูงกว่าปกติ แต่จะไม่สูงเท่าเดือนเมษายนปี 2569 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะร้อนสุดๆเดือนเมษายน 2570 ที่จะมาถึง

สร้างแลนด์มาร์คใหม่กลางยอดเขา ทำแบบนี้ได้เหรอ? 

ป้ายประชาสัมพันธ์ขนาดยักษ์คำว่า “@NONGBUALAMPHU” ตรงแหล่งท่องเที่ยวภูพานน้อย ระยะที่ 2 บริเวณวัดดอยเทพสมบูรณ์ อ.เมืองหนองบัวลำภู โดยมีการติดตั้งอักษรตัว “L” เป็นปฐมฤกษ์

เตรียมพร้อมรับมือทั้งสองโหมดแล้งท่วมแม้จะเข้าสู่ปรากฎการณ์เอลนิญโญ

ศูนย์ภูมิอากาศ และภัยพิบัติ ม.รังสิต ได้ติดตามวิเคราะห์ และประเมินสภาพอากาศเพื่อแจ้งเตือนหากมีสัญญาณความเสี่ยงจากสภาพอากาศสุดขั้วที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน

ข่าวอื่นๆ

“คนพิการไทย”….กำลังถูกปล่อยให้อยู่ข้างหลัง ?

รัฐให้เงินสงเคราะห์   เหมือนบล็อกเส้นทางพึ่งพาตนเอง ส่องกฎหมายจ้างงาน-ทางลาดสายพันธุ์ไทย เมื่อเทียบชั้นเพื่อนบ้านและสากล ยังเป็นได้แค่เสือกระดาษ                               มติล่าสุดของคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบให้ปรับเพิ่มเบี้ยความพิการจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาทต่อเดือน พร้อมอุดหนุนเงินผู้ช่วยดูแลสูงสุด 10,800...

เลิก MOU 44 กัมพูชาหนาว..วิ่งหา UN  เปลี่ยนสนามขอใช้ “กระบวนการประนอม“

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไทยมีมติ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ประกาศยกเลิกและถอนตัวฝ่ายเดียวจากบันทึกความเข้าใจฉบับปี 2544 หรือ MOU 2544

“แจ็ค” อาจหาญจะ “ฆ่ายักษ์” ข้ามชาติ ได้หรือไม่ ?

หมุดหมายวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) จะนำทีมผู้เสียหายฟ้องบริษัท เมตา (Meta Platforms, Inc.) ต่อศาลแพ่ง ในคดีผู้บริโภคแบบกลุ่ม จากปมสินค้าไม่ตรงปกและเพจหลอกลวง ถือเป็นมหากาพย์ "แจ็คผู้ฆ่ายักษ์"