หน้าแรกINSIDE - INSIGHTยุทธการ "รัดเข็มขัด" ผ่าแผนงบฯ 2570 บนด่านหน้าสงครามตะวันออกกลาง

ยุทธการ “รัดเข็มขัด” ผ่าแผนงบฯ 2570 บนด่านหน้าสงครามตะวันออกกลาง

เผยแพร่

spot_img

“อนุทิน” กางแผน 5 สายพานสู้กับดักรายได้ปานกลาง พร้อมเดิมพันความโปร่งใสด้วย “5 เสือใยแมงมุม”

เมื่อรัฐบาลสั่ง “งดดูงาน-เลิกสร้างตึก” เพื่อเทหน้าตักให้การลงทุนและอธิปไตย ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกที่กำลังเดือดระอุ

                               การเคลื่อนทัพขุนพลราชการจากทั่วสารทิศมุ่งหน้าสู่ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในเช้าวันที่ 20 เมษายน 2569 ไม่ใช่เพียงการรับฟังนโยบายงบประมาณตามวงรอบปกติ แต่คือการประกาศภาวะ “บริหารความเสี่ยง” ในระดับสูงสุด เมื่อนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เดินหน้าเข็นงบประมาณรายจ่ายปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เข้าสู่สมรภูมิความผันผวนของโลก ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังไม่หยุดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งแรงกระแทกโดยตรงต่อความมั่นคงทางพลังงานและต้นทุนการผลิตของไทย 

                            นโยบาย “10 Plus” จึงถูกชูขึ้นมาเป็นคัมภีร์หลัก เพื่อหวังฉุดกระชากประเทศไทยให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ผ่านยุทธศาสตร์ 5 ด้านที่เน้นความ “ตรงเป้าและแม่นยำ” โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การปฏิรูปงบประมาณสู่ระบบฐานศูนย์ (Zero-based Budgeting) ที่พร้อมจะตัดทิ้งทุกแผนงานที่ล้าหลังและไม่ตอบโจทย์ความมั่งคั่งของประชาชน

                            ในมิติด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ นายกฯ อนุทินเลือกที่จะ “เดินหมากรุก” อย่างระมัดระวังแต่ทรงพลัง โดยสั่งการให้หน่วยงานรัฐรัดเข็มขัดอย่างเข้มงวด ทั้งการสั่งงดงบดูงานและชะลอการสร้างอาคารสำนักงานใหม่ เพื่อโยกงบประมาณไปลงในภาคการลงทุนที่มีน้ำหนักต่อการเติบโตของ GDP ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของคำขอรับงบประมาณ 

                           ขณะเดียวกันในมิติด้านอธิปไตย รัฐบาลยังส่งสัญญาณชัดเจนไปยังกองทัพว่า “แสนยานุภาพต้องพร้อม” ไม่ใช่เพื่อการรุกราน แต่เพื่อเป็นอำนาจต่อรองและปกป้องผลประโยชน์ของชาติในยามที่ภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังระอุ ซึ่งถือเป็นการรักษาสมดุลระหว่าง “ความมั่งคั่ง” และ “ความปลอดภัย” ที่ท้าทายอย่างยิ่ง

                           กุญแจดอกสำคัญที่เป็น “Game Changer” ของงบประมาณปีนี้ คือการลงนาม MOU ร่วมกันของ 5 เสือแห่งการตรวจสอบ ทั้งสำนักงบประมาณ, กรมบัญชีกลาง, สตง., ปปช, และ ป.ป.ท. ซึ่งเป็นการสร้าง “เครือข่ายใยแมงมุมดิจิทัล” เชื่อมโยงฐานข้อมูลการใช้จ่ายเงินแผ่นดินเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ 

                           นวัตกรรมนี้มุ่งหวังจะปิดตายห้องลับทางการเมืองและลายแทงเงินทอนที่เคยซุกซ่อนอยู่ในรอยต่อระหว่างหน่วยงาน  เปลี่ยนจากระบบการตรวจสอบภายหลัง มาเป็น “การเฝ้าระวังแบบเกาะติด”  ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญหากไทยหวังจะยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลเพื่อเข้าสู่สมาชิก OECD ภายในปี 2571 ตามที่ตั้งเป้าไว้

                         OECD หรือ  Organization for Economic Cooperation and Development   หมายถึง องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา คือกลุ่มประเทศที่ได้รับการยอมรับว่า เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว

                        อย่างไรก็ตาม ความน่าสนใจไม่ได้หยุดอยู่ที่ความทันสมัยของระบบ แต่ไปอยู่ที่การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างพลังงานภายใต้นโยบาย “AI Plus” และ “Green Policy” ที่บังคับให้หน่วยงานราชการต้องเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และ Solar Rooftop ทั้งประเทศ 

                     นี่ไม่ใช่เพียงการลดโลกร้อนตามเทรนด์โลก แต่มันคือการ “ปรับตัวเพื่อความอยู่รอด” ของงบประมาณไทย เพราะในวันที่ราคาน้ำมันโลกถูกชี้นำด้วยความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การลดการพึ่งพาฟอสซิลในภาคส่วนรัฐ คือการประหยัดงบประมาณที่เป็นรูปธรรมที่สุด และเป็นการสร้างตลาด EV ภายในประเทศให้เข้มแข็งไปพร้อมกัน

                     แต่กระนั้น ในมุมมองนักวิเคราะห์ ความท้าทายที่แท้จริงหาใช่เพียงแค่ตัวเลขงบประมาณที่เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 0.2 เท่านั้น หากแต่อยู่ที่ “ความนิ่ง” ของสถานการณ์โลก หากความขัดแย้งในต่างแดนขยายตัวจนกลายเป็นสงครามวงกว้าง ต้นทุนวัสดุและพลังงานที่สูงขึ้นอาจทำให้งบลงทุนที่วางไว้กลายเป็น “เบี้ยหัวแตก” ได้ง่ายๆ การบริหารงบประมาณปี 70 จึงเปรียบเสมือนการขับรถแข่งบนถนนที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ โดยมีผู้ช่วยนักขับ หรือ 5 เสือ คอยดูแผนที่และตรวจสอบความผิดปกติของเครื่องยนต์อยู่ตลอดเวลาเพื่อให้ไปถึงเส้นชัยโดยไม่ตกเหวไปเสียก่อน

                           ท้ายที่สุด ประชาชนย่อมต้องเฝ้าติดตามว่าเครือข่ายความร่วมมือของ “5 เสือ” จะปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มประสิทธิภาพเพียงใด เพราะในเชิงปฏิบัติ ต่อให้มีระบบการตรวจสอบที่ซับซ้อนเพียงใด หากกลไกดังกล่าวขาดความเป็นอิสระหรือถูกแทรกแซงโดยอำนาจทางการเมือง การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่ประกาศไว้ในวันนี้ ย่อมไม่อาจนำไปสู่การเอาผิดผู้กระทำการทุจริตได้อย่างเป็นรูปธรรม

                           นอกจากนี้ หากภายหลังการจัดสรรงบประมาณปี 2570 ยังคงปรากฏความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะโครงการนำร่องอย่างรถยนต์ไฟฟ้าหรือระบบโซลาร์เซลล์ที่ขาดความคุ้มค่า ย่อมสะท้อนถึงความล้มเหลวของระบบการตรวจสอบเชิงป้องกันที่วางไว้ ความสำเร็จของนโยบายนี้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการลงนามบันทึกข้อตกลง แต่ขึ้นอยู่กับความเด็ดขาดในการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาล เพื่อพิสูจน์ว่างบประมาณทุกบาทจะถูกใช้ไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติอย่างโปร่งใสตามที่พึงจะเป็น

2569-04-22  “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

ผวจ.สุราษฎร์ฯย้ำพร้อมลงดาบ นอมินี ต่างชาติประกอบกิจการผิดกฎหมายแหล่งท่องเที่ยวหมู่เกาะ

มาตรการของจังหวัดสุราษฎร์ธานีบนเกาะพะงันและเกาะสมุย ทำทุกเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาติไหนรวมทั้งคนไทยที่ทำผิดกฎหมาย เราก็จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

รวบชาวจีนขับรถคว่ำ ค้นเจอปืนและกระสุนปืนสงคราม 

เกิดเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำเขตนาจอมเทียน โดยมีชาวต่างชาติเป็นผู้ขับรถ ตรวจสอบบัตร ทราบชื่อ นายหมิงเฉิน อายุ 31 ปี ถือพาสปอร์ตจีน และมีบัตรประจำตัวสีชมพู และ ผู้หญิงอีก 1 คน ในรถ อายุ 33 ปี สัญชาติไต้หวัน จากการตรวจค้นในรถพบอาวุธสงคราม

อนุทิน-ฮุน มาเนต-มากอส กับการทูตที่ “เซบู”  เดิมพันความสงบในในอ้อมกอดอาเซียน ?

การแถลงร่วมกันครั้งนี้ไม่เพียงแค่เป็นการรักษาหน้าตามมารยาททางการทูต แต่คือความพยายาม “รีเซ็ต” ความสัมพันธ์ที่กำลังจะเข้าสู่ภาวะทางตัน

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

ข่าวอื่นๆ

อนุทิน-ฮุน มาเนต-มากอส กับการทูตที่ “เซบู”  เดิมพันความสงบในในอ้อมกอดอาเซียน ?

การแถลงร่วมกันครั้งนี้ไม่เพียงแค่เป็นการรักษาหน้าตามมารยาททางการทูต แต่คือความพยายาม “รีเซ็ต” ความสัมพันธ์ที่กำลังจะเข้าสู่ภาวะทางตัน

“ปลานิล” จำแลงกาย… เข้าไปแทน “แมคเคอเรล”   เปิดปมฉาวปลากระป๋องนับหมื่นชิ้น

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อ “ปลานิล” ลอบสวมสิทธิ์เป็น “ปลาแมคเคอเรล” ในกระป๋องซอสมะเขือเทศ

จากม่านหมอกที่ “ปาย”  เคลื่อนลงใต้ “เกาะพะงัน”

ปฏิบัติการสายฟ้าแลบบุกค้นศูนย์การเรียนรู้เถื่อนบนเกาะพะงันเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง