หน้าแรกINSIDE - INSIGHT รัฐบาลอนุทิน บนเส้นทาง 4 เดือนที่เต็มไปด้วยกับดัก

 รัฐบาลอนุทิน บนเส้นทาง 4 เดือนที่เต็มไปด้วยกับดัก

เผยแพร่

spot_img

 ในที่สุดประเทศไทยก็มีนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 หลังจากผ่านพ้นช่วงสุญญากาศทางการเมืองมาหลายสัปดาห์ ด้วยคะแนนเสียง 311 เสียง

                    นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศภายใต้ฉากทัศน์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นคือการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจที่มีอายุจำกัดเพียงสี่เดือน  

                  ภารกิจหลักของรัฐบาลนี้ถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในบันทึกข้อตกลง (MOA) ที่ลงนามร่วมกับ “พรรคประชาชน” ซึ่งเป็นพรรคที่พลิกเกมการเมืองในครั้งนี้ด้วยการยอมเป็นฝ่ายค้านเพื่อผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 

                   การขึ้นสู่อำนาจของนายอนุทินจึงไม่ใช่ชัยชนะที่ปราศจากเงื่อนไข แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ที่เต็มไปด้วยความเปราะบางและความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้า

                    ในอนาคตอันใกล้ รัฐบาลชุดนี้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญถึงสามประการ 

                   ประการแรกคือ “อัมพาตทางนโยบาย” (policy paralysis) เนื่องจากอายุรัฐบาลที่ถูกจำกัดไว้ล่วงหน้า นโยบายระยะยาวที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจะถูกแช่แข็งไว้ ทุกการตัดสินใจและการบริหารงานจะถูกมองว่าเป็นการ “ทำไปพลางก่อน” เพื่อรอการยุบสภาเท่านั้น ซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ

                    ประการที่สองคือ “ดาบสองคม” จากพันธมิตรของตนเอง การที่พรรคประชาชนเป็นทั้งผู้หนุนให้จัดตั้งรัฐบาลและเป็นฝ่ายค้านที่คอยตรวจสอบรัฐบาลไปพร้อมๆ กัน ทำให้รัฐบาลไม่สามารถทำงานได้อย่างอิสระและขาดเสถียรภาพ การผลักดันกฎหมายสำคัญแต่ละฉบับจะต้องอาศัยการประนีประนอมเป็นรายกรณี ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นได้ตลอดเวลา 

                     นอกจากนี้ รัฐบาลใหม่ยังต้องแบกรับภาระหนักจาก “ข่าวลือ” เรื่องการใช้เงินมหาศาลเพื่อซื้อเสียงสนับสนุนในสภา แม้จะเป็นข้อกล่าวหาที่ยังไม่มีการพิสูจน์ แต่การที่มี สส. จากพรรคเพื่อไทยออกมาอภิปรายอย่างชัดเจน ทำให้เกิดคำถามต่อความชอบธรรมในการขึ้นสู่อำนาจตั้งแต่ต้น บรรยากาศแห่งความไม่ไว้วางใจนี้จะกัดกร่อนความน่าเชื่อถือของรัฐบาล และเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถใช้เป็นเครื่องมือโจมตีได้ตลอดเวลา ซึ่งอาจกลายเป็นกับดักที่ทำให้รัฐบาลไปไม่ถึงจุดหมายที่กำหนดไว้ 

                    การเมืองในระยะสี่เดือนข้างหน้าจึงไม่ต่างจากการแสดงละครฉากใหญ่ที่ตัวละครหลักต้องเล่นตามบทที่เขียนไว้แล้ว โดยที่ฝ่ายเขียนบทคือคนที่ถืออำนาจในการยุบเลิกการแสดงได้ตลอดเวลา

                     ดังนั้น รัฐบาลของนายอนุทินจึงไม่ใช่รัฐบาลที่มุ่งมั่นจะ “สร้าง” หรือ “ปฏิรูป” แต่เป็นรัฐบาลที่ถูกออกแบบมาเพื่อ “เคลียร์ทาง” ให้กับการเลือกตั้งครั้งใหม่และการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามความต้องการของผู้กุมอำนาจที่แท้จริง 

                    ความท้าทายของพวกเขาจึงไม่ใช่การแก้ปัญหาน้ำท่วมหรือปากท้องของประชาชน แต่เป็นการรักษาสมดุลทางการเมืองในภาวะที่เปราะบางที่สุดเพื่อไม่ให้ถูกล้มกลางคันเสียก่อน 

                  รัฐบาลนี้จึงไม่ต่างจากรถแข่งที่ต้องวิ่งเข้าสู่เส้นชัยในระยะทางเพียงสี่เดือน โดยมีผู้ควบคุมเกมที่นั่งอยู่ในสนามหญ้าและพร้อมจะโบกธงยุติการแข่งขันได้ทุกเมื่อ

                  วันนี้  เรามาถึงจึดสำคัญขอวการเมืองไทยที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าโมเดลการเมือง“แบบใหม่”ที่อาศัยการประนีประนอมในเงื่อนไขที่ไม่เคยมีมาก่อนจะสามารถนำพาประเทศไปสู่ทางออกได้จริงหรือเป็นเพียงการยืดเวลาแห่งความวุ่นวายออกไปเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

“ผักกาดขาว”…อาบฟอร์มาลดีไฮด์

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จากคลิปไวรัลในจีน สู่คำถามใหญ่เรื่องความปลอดภัยอาหารข้ามพรมแดน                             เมื่อสารเคมีต้องห้ามถูกนำมาใช้ยืดอายุผัก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “กินแล้วอันตรายหรือไม่” แต่คือระบบตรวจสอบสามารถสกัดความเสี่ยงได้ก่อนถึงจานอาหารหรือไม่                             กรณีการใช้สารละลายฟอร์มาลดีไฮด์กับผักกาดขาวในมณฑลเหอเป่ยของจีน กลายเป็นประเด็นความปลอดภัยอาหารที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังมีการเผยแพร่คลิปแสดงภาพการนำผักกาดขาวไปจุ่มสารละลายก่อนขนส่งเพื่อรักษาความสด เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ากำลังเกิดการกระทำดังกล่าวและมีการดำเนินการตามกฎหมาย...

“ใข่ไก่”..แพง… แซงหน้า “นำ้มัน”   วิกฤตปากท้องชนกำแพงอำนาจ

ล่าสุดเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจาก 3.80 บาท เป็น 4.00 บาทต่อฟอง มีผลตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่ข้อมูลราคาขายปลีกที่อัปเดต 24 สิงหาคม พบว่าไข่เบอร์ 4 อยู่ราว 4.05 บาท และเบอร์ 3 ราว 4.35 บาทต่อฟอง

สะโตรก-“ภัยเงียบ” จากแรงขับ “หวาน-มัน-เค็ม”

ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นราว 1.5 แสน ถึง 250,000 รายต่อปี และคร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ รองจากมะเร็งและโรคหัวใจตามบริบทปีนั้นๆ โดยมีผู้เสียชีวิตราว 30,000 - 50,000 คนต่อปี

 เรื่องสั้น   “คืน…ฝนตก”  | “ชัยทัศน์”

เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มก่อนจะสำลักไอเสียออกมาเป็นจังหวะสุดท้ายแล้วดับสนิทลง ท่ามกลางเสียงคำรามของท้องฟ้ากัมปนาททั่วหุบเขา “เอก” ทุบพวงมาลัยด้วยความโมโห เข็มความร้อนของรถคันเก่งพุ่งสูงจนมิดเกจ์แดงฉานเหมือนคำเตือนจากนรก

ข่าวอื่นๆ

“ผักกาดขาว”…อาบฟอร์มาลดีไฮด์

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์” ประจำวันที่ 27 สิงหาคม 2569 จากคลิปไวรัลในจีน สู่คำถามใหญ่เรื่องความปลอดภัยอาหารข้ามพรมแดน                             เมื่อสารเคมีต้องห้ามถูกนำมาใช้ยืดอายุผัก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “กินแล้วอันตรายหรือไม่” แต่คือระบบตรวจสอบสามารถสกัดความเสี่ยงได้ก่อนถึงจานอาหารหรือไม่                             กรณีการใช้สารละลายฟอร์มาลดีไฮด์กับผักกาดขาวในมณฑลเหอเป่ยของจีน กลายเป็นประเด็นความปลอดภัยอาหารที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง หลังมีการเผยแพร่คลิปแสดงภาพการนำผักกาดขาวไปจุ่มสารละลายก่อนขนส่งเพื่อรักษาความสด เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่ากำลังเกิดการกระทำดังกล่าวและมีการดำเนินการตามกฎหมาย...

“ใข่ไก่”..แพง… แซงหน้า “นำ้มัน”   วิกฤตปากท้องชนกำแพงอำนาจ

ล่าสุดเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจาก 3.80 บาท เป็น 4.00 บาทต่อฟอง มีผลตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่ข้อมูลราคาขายปลีกที่อัปเดต 24 สิงหาคม พบว่าไข่เบอร์ 4 อยู่ราว 4.05 บาท และเบอร์ 3 ราว 4.35 บาทต่อฟอง

สะโตรก-“ภัยเงียบ” จากแรงขับ “หวาน-มัน-เค็ม”

ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นราว 1.5 แสน ถึง 250,000 รายต่อปี และคร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ รองจากมะเร็งและโรคหัวใจตามบริบทปีนั้นๆ โดยมีผู้เสียชีวิตราว 30,000 - 50,000 คนต่อปี