วันอังคาร, มกราคม 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT รัฐบาลอนุทิน บนเส้นทาง 4 เดือนที่เต็มไปด้วยกับดัก

 รัฐบาลอนุทิน บนเส้นทาง 4 เดือนที่เต็มไปด้วยกับดัก

เผยแพร่

spot_img

 ในที่สุดประเทศไทยก็มีนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 หลังจากผ่านพ้นช่วงสุญญากาศทางการเมืองมาหลายสัปดาห์ ด้วยคะแนนเสียง 311 เสียง

                    นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำประเทศภายใต้ฉากทัศน์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นคือการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกิจที่มีอายุจำกัดเพียงสี่เดือน  

                  ภารกิจหลักของรัฐบาลนี้ถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในบันทึกข้อตกลง (MOA) ที่ลงนามร่วมกับ “พรรคประชาชน” ซึ่งเป็นพรรคที่พลิกเกมการเมืองในครั้งนี้ด้วยการยอมเป็นฝ่ายค้านเพื่อผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 

                   การขึ้นสู่อำนาจของนายอนุทินจึงไม่ใช่ชัยชนะที่ปราศจากเงื่อนไข แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ที่เต็มไปด้วยความเปราะบางและความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้า

                    ในอนาคตอันใกล้ รัฐบาลชุดนี้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญถึงสามประการ 

                   ประการแรกคือ “อัมพาตทางนโยบาย” (policy paralysis) เนื่องจากอายุรัฐบาลที่ถูกจำกัดไว้ล่วงหน้า นโยบายระยะยาวที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจะถูกแช่แข็งไว้ ทุกการตัดสินใจและการบริหารงานจะถูกมองว่าเป็นการ “ทำไปพลางก่อน” เพื่อรอการยุบสภาเท่านั้น ซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นทั้งในและต่างประเทศ

                    ประการที่สองคือ “ดาบสองคม” จากพันธมิตรของตนเอง การที่พรรคประชาชนเป็นทั้งผู้หนุนให้จัดตั้งรัฐบาลและเป็นฝ่ายค้านที่คอยตรวจสอบรัฐบาลไปพร้อมๆ กัน ทำให้รัฐบาลไม่สามารถทำงานได้อย่างอิสระและขาดเสถียรภาพ การผลักดันกฎหมายสำคัญแต่ละฉบับจะต้องอาศัยการประนีประนอมเป็นรายกรณี ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นได้ตลอดเวลา 

                     นอกจากนี้ รัฐบาลใหม่ยังต้องแบกรับภาระหนักจาก “ข่าวลือ” เรื่องการใช้เงินมหาศาลเพื่อซื้อเสียงสนับสนุนในสภา แม้จะเป็นข้อกล่าวหาที่ยังไม่มีการพิสูจน์ แต่การที่มี สส. จากพรรคเพื่อไทยออกมาอภิปรายอย่างชัดเจน ทำให้เกิดคำถามต่อความชอบธรรมในการขึ้นสู่อำนาจตั้งแต่ต้น บรรยากาศแห่งความไม่ไว้วางใจนี้จะกัดกร่อนความน่าเชื่อถือของรัฐบาล และเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามสามารถใช้เป็นเครื่องมือโจมตีได้ตลอดเวลา ซึ่งอาจกลายเป็นกับดักที่ทำให้รัฐบาลไปไม่ถึงจุดหมายที่กำหนดไว้ 

                    การเมืองในระยะสี่เดือนข้างหน้าจึงไม่ต่างจากการแสดงละครฉากใหญ่ที่ตัวละครหลักต้องเล่นตามบทที่เขียนไว้แล้ว โดยที่ฝ่ายเขียนบทคือคนที่ถืออำนาจในการยุบเลิกการแสดงได้ตลอดเวลา

                     ดังนั้น รัฐบาลของนายอนุทินจึงไม่ใช่รัฐบาลที่มุ่งมั่นจะ “สร้าง” หรือ “ปฏิรูป” แต่เป็นรัฐบาลที่ถูกออกแบบมาเพื่อ “เคลียร์ทาง” ให้กับการเลือกตั้งครั้งใหม่และการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามความต้องการของผู้กุมอำนาจที่แท้จริง 

                    ความท้าทายของพวกเขาจึงไม่ใช่การแก้ปัญหาน้ำท่วมหรือปากท้องของประชาชน แต่เป็นการรักษาสมดุลทางการเมืองในภาวะที่เปราะบางที่สุดเพื่อไม่ให้ถูกล้มกลางคันเสียก่อน 

                  รัฐบาลนี้จึงไม่ต่างจากรถแข่งที่ต้องวิ่งเข้าสู่เส้นชัยในระยะทางเพียงสี่เดือน โดยมีผู้ควบคุมเกมที่นั่งอยู่ในสนามหญ้าและพร้อมจะโบกธงยุติการแข่งขันได้ทุกเมื่อ

                  วันนี้  เรามาถึงจึดสำคัญขอวการเมืองไทยที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าโมเดลการเมือง“แบบใหม่”ที่อาศัยการประนีประนอมในเงื่อนไขที่ไม่เคยมีมาก่อนจะสามารถนำพาประเทศไปสู่ทางออกได้จริงหรือเป็นเพียงการยืดเวลาแห่งความวุ่นวายออกไปเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ "รากฐาน" ของประเทศ

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ: เมื่ออิหร่าน “ปิด Starlink”

อิหร่านสามารถ ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่าน Starlink ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก พร้อมพาดหัวแรงว่า “Kill Switch—Iran Shuts Down Starlink Internet For First Time”

ส้มโอเวียงแก่นเชียงราย GI น้องใหม่

ขึ้นทะเบียนสินค้า GI “ส้มโอเวียงแก่น” 3 สายพันธุ์ จากจ.เชียงราย ส่งผลให้เป็นจังหวัดที่มี GI มากในไทยถึง 9 รายการ สร้างมูลค่าสู่ชุมชนรวมกว่า 400 ล้านบาทต่อปี

สรุปมหากาพย์ “ITD: ยักษ์ล้มที่กำลังหายใจรวยริน” ฉบับ Droid ตัวจบมาให้!

งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเครนถล่ม แต่มันคือวิกฤต "ไส้เน่า" ที่หมักหมมมานาน จนมูลค่าบริษัทที่เคยเป็นหมื่นล้าน ตอนนี้เหลือแค่พันล้าน!

ข่าวอื่นๆ

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ "รากฐาน" ของประเทศ

ประชาธิปไตย “แพงขึ้น” ทุกครั้งที่เข้าคูหา “เลือกตั้ง” “ประชามติ” ใช้งบภาษีเกือบ 9,000 ล้าน 

การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กับการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองตามปกติ หากแต่เป็น “การลงทุนของรัฐ” ที่ใช้เงินภาษีประชาชนในระดับสูงถึง 8,978,267,690 บาท

ทรัมป์ ระงับวีซ่า  75 ประเทศ ? ไทย ติดโผ…สะท้อนอะไรบ้าง… !

การประกาศของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องการ “ระงับการพิจารณาวีซ่าผู้อพยพ” จาก 75 ประเทศ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในเวทีโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อดังกล่าว