วันจันทร์, มกราคม 19, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTวิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงยิงกันต่อเนืองในขณะที่ผู้นำของไทยไร้ยุทธศาสตร์เชิงรุกและเกมข้อมูลข่าวสาร

วิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงยิงกันต่อเนืองในขณะที่ผู้นำของไทยไร้ยุทธศาสตร์เชิงรุกและเกมข้อมูลข่าวสาร

เผยแพร่

spot_img

   สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในขณะนี้ยังคงอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง การปะทะที่ดำเนินมาหลายวัน ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของทั้งสองฝ่ายอย่างมหาศาล แต่ยังสั่นคลอนเสถียรภาพและความสัมพันธ์ทางการทูตในภูมิภาคอาเซียนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน สิ่งที่น่าจับตาคือท่าทีของผู้นำไทยที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ายังไม่สามารถแสดงบทบาทเชิงรุกและใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสารในยุคปัจจุบันได้อย่างเต็มที่

                การปะทะที่ผ่านมาได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีการใช้ทั้งอาวุธเบา ปืนใหญ่ และจรวด BM-21 จากฝั่งกัมพูชา ขณะที่ไทยตอบโต้ด้วยเครื่องบินขับไล่ F-16 โดยมีรายงานความสูญเสียทั้งทหารและพลเรือนจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโจมตีเป้าหมายพลเรือนและโรงพยาบาลในไทยที่ถูกประณามอย่างหนักจากประชาคมโลก นอกจากนี้ การที่ไทยเรียกเอกอัครราชทูตกลับและขับเอกอัครราชทูตกัมพูชาออกนอกประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงระดับความตึงเครียดทางการทูตที่รุนแรงที่สุด

                 นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าบทบาทของผู้นำไทยยังขาดความเข้มแข็งในยุทธศาสตร์เชิงรุกและอ่อนด้อยสงครามข้อมูลข่าวสาร

                ผู้นำไทยในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรีถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ายังไม่สามารถแสดงบทบาทเชิงรุกที่ชัดเจน ในการแก้ไขวิกฤตครั้งนี้ การประคองสถานการณ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการยุติความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในทางกลับกันผู้นำที่เข้มแข็งควรแสดงออกถึงความเด็ดขาดและวิสัยทัศน์ในการนำพาสถานการณ์ให้คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นการใช้ช่องทางการทูตอย่างแข็งขัน การสร้างพันธมิตรระหว่างประเทศหรือการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อการกระทำที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ การขาดความริเริ่มในการรุกทางการทูตและการสื่อสารที่แข็งขันทำให้ไทยอาจเสียเปรียบในเวทีโลกและไม่สามารถสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ได้

                  การใช้โซเชียลมีเดียในยุคข้อมูลข่าวสารมีความสำคัญยิ่งจึงปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย 

                  ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลเวียนอย่างรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย การที่ผู้นำไทยยังไม่สามารถใช้ช่องทางเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ถือเป็นการพลาดโอกาสครั้งสำคัญ ในการสร้างความได้เปรียบทางข้อมูลข่าวสาร ในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้ การสื่อสารที่รวดเร็ว ชัดเจน และมีประสิทธิภาพผ่านโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างความเข้าใจ  ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโปร่งใสเพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูลและข่าวลือ  ยังสามารถสร้างความร่วมมือและความเห็นอกเห็นใจจากประชาคมโลก โดยการนำเสนอภาพรวมของความเสียหายและความจำเป็นในการยุติความขัดแย้ง  อีกทั้งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถของผู้นำในการจัดการสถานการณ์

                ในขณะเดียวกันเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นกลาง เพื่อหักล้างข้อมูลเท็จที่อาจถูกเผยแพร่จากฝ่ายตรงข้าม

                  การที่ผู้นำยังไม่สามารถนำเกมทั้งในทางรุกและการก้าวล้ำหน้าในข้อมูลข่าวสารถือเป็นจุดอ่อนสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของประเทศในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

ประชาธิปไตย “แพงขึ้น” ทุกครั้งที่เข้าคูหา “เลือกตั้ง” “ประชามติ” ใช้งบภาษีเกือบ 9,000 ล้าน 

การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กับการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองตามปกติ หากแต่เป็น “การลงทุนของรัฐ” ที่ใช้เงินภาษีประชาชนในระดับสูงถึง 8,978,267,690 บาท

เหนือฟ้ายังมีฟ้า: เมื่อ Starlink เจอ “ของจริง” จากรัสเซีย-จีน ในสมรภูมิ อิหร่าน!

สงครามปี 2026 ไม่ได้สู้กันด้วยจำนวนรถถัง แต่สู้กันด้วย "คลื่นล่องหน" บนชั้นบรรยากาศ เมื่ออเมริกาพยายามใช้ Starlink เป็นไพ่ตายส่งเน็ตทะลวงการปิดกั้นสื่อในอิหร่าน เพื่อหนุนการประท้วงใหญ่หวังเดินเกมรุกแบบ Soft Power

โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมตั้งองค์กรนานาชาติใหม่ชื่อ “บอร์ดสันติภาพ”

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตั้งองค์กรนานาชาติใหม่ ประเทศต่างๆที่อยากมีสถานะถาวรใน "บอร์ดสันติภาพ" ต้องจ่ายเงินอุดหนุนอย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลาร์ เชื่อตั้งขึ้นมาเพื่อทดแทนสหประชาชาติ

ในย่านเก่าแก่ของสิงคโปร์ กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ

การเปลี่ยนแปลงอย่างเงียบ ๆ ด้านความมั่นคงทางอาหารและความยั่งยืน ผ่านตู้ล็อกเกอร์อาหารเคลื่อนที่ที่บรรจุอาหาร และเป็นตู้ที่ควบคุมอุณหภูมิ โดยถูกติดตั้งไว้ตามจุดสาธารณะที่เข้าถึงได้ง่าย

ข่าวอื่นๆ

ประชาธิปไตย “แพงขึ้น” ทุกครั้งที่เข้าคูหา “เลือกตั้ง” “ประชามติ” ใช้งบภาษีเกือบ 9,000 ล้าน 

การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กับการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองตามปกติ หากแต่เป็น “การลงทุนของรัฐ” ที่ใช้เงินภาษีประชาชนในระดับสูงถึง 8,978,267,690 บาท

ทรัมป์ ระงับวีซ่า  75 ประเทศ ? ไทย ติดโผ…สะท้อนอะไรบ้าง… !

การประกาศของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องการ “ระงับการพิจารณาวีซ่าผู้อพยพ” จาก 75 ประเทศ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในเวทีโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อดังกล่าว

“ตึก สตง.” “สีคิ้ว” “พระราม 2”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญเหตุโศกนาฏกรรมจากโครงการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานของรัฐอย่างต่อเนื่อง