หน้าแรกINSIDE - INSIGHTวิกฤต “แพงทั้งแผ่นดิน”… รีดเนื้อเค้นกระดูกชนชั้นกลาง

วิกฤต “แพงทั้งแผ่นดิน”… รีดเนื้อเค้นกระดูกชนชั้นกลาง

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”

ประจำวันที่ 13 กันยายน 2569

เมื่อค่าแรงโตตามไม่ทันอัตราเงินเฟ้อ ฝันร้ายปากท้องที่รัฐบาลยังแก้ไม่ตก

                                ท่ามกลางดัชนีราคาผู้บริโภค เดือนสิงหาคมที่พุ่งสูงขึ้น 2.53% ส่งผลให้สินค้าจำเป็นพาเหรดปรับราคาขึ้นรวดเดียว 310 รายการ นำโดยราคาพลังงานที่ทะยานชนเพดาน 14.12% วิกฤตค่าครองชีพในขณะนี้กำลังลุกลามจากกลุ่มเปราะบางเข้าสู่ “ชนชั้นกลางตัวจริง” ที่กำลังถูกบีบอัดด้วยสภาวะรายได้โตไม่ทันรายจ่าย กลายเป็นโจทย์หินข้อใหญ่ที่ส่งสัญญาณเตือนว่า มาตรการระยะสั้นของภาครัฐอาจไม่เพียงพอที่จะพยุงโครงสร้างเศรษฐกิจฐานรากได้อีกต่อไป

                               กระแสตื่นตระหนกบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับความอยู่รอดของมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ 15,000 บาท เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของปัญหาที่หยั่งรากลึก ในความเป็นจริงแล้ว อัตราการปรับขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยของภาคเอกชนในปีนี้อยู่ที่เพียง 3-4% ซึ่งเมื่อหักลบกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อหมวดอาหารสำเร็จรูปที่พุ่งสูงถึง 3.72% แล้ว เท่ากับว่าอำนาจซื้อที่แท้จริงของประชาชนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ความล่อแหลมทางการเงินไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มผู้มีรายได้น้อย แต่กำลังกัดเซาะความมั่นคงของกลุ่มประชากรที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของระบบภาษี

                             สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในเชิงโครงสร้างคือผลกระทบลูกโซ่ที่ลามเข้าสู่สถาบันครอบครัวและคุณภาพชีวิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รายงานล่าสุดจากองค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ระบุว่า ครัวเรือนไทยถึง 4 ใน 5 ต้องเผชิญภาวะจำยอมในการลดสัดส่วนและคุณค่าทางโภชนาการของอาหารลงเนื่องจากสู้ราคาไม่ไหว  ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่า วิกฤตปากท้องกำลังเปลี่ยนรูปจากปัญหาสภาพคล่องทางการเงินระยะสั้น ไปสู่ปัญหาสุขภาวะระยะยาวของประชากรรุ่นต่อไป ซึ่งจะกลายเป็นต้นทุนทางสังคมที่รัฐบาลต้องแบกรับในอนาคต

                             เมื่อมองไปที่การตอบสนองเชิงนโยบาย มาตรการระยะสั้นอย่างโครงการสินค้าธงฟ้าราคาประหยัด หรือการตรึงราคาพลังงานแบบเดือนต่อเดือนของกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงาน ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นเพียง “ยาพาราเซตามอล” ที่ช่วยบรรเทาอาการไข้ชั่วคราว แต่ไม่ได้รักษาโรคเรื้อรัง นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักประเมินตรงกันว่า หากรัฐบาลยังไม่มีการรื้อโครงสร้างราคาพลังงานอย่างจริงจัง หรือไม่มีมาตรการจูงใจทางภาษีเพื่อให้ภาคเอกชนปรับฐานเงินเดือนตามอัตราเงินเฟ้อที่แท้จริง แรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์โลกในช่วงไตรมาสที่ 4 อาจดันให้เงินเฟ้อแตะ 2.7% และทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีก

                              ความทุกข์ยากของประชาชนยังถูกซ้ำเติมด้วยภัยคุกคามรอบด้าน ทั้งอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ทรงตัวในระดับสูงทำให้ภาระหนี้สินครัวเรือนขยับชิดเพดาน รวมถึงกระแสความหวาดผวาต่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีและแก๊งคอลเซนเตอร์ที่คอยสูบเงินก้อนสุดท้ายไปจากกระเป๋า ความล้มเหลวในการบูรณาการนโยบายระหว่างกระทรวงดีอี กระทรวงแรงงาน และธนาคารแห่งประเทศไทย ยิ่งทำให้ประชาชนรู้สึกเหมือนถูกปล่อยเกาะให้เผชิญมรสุมเศรษฐกิจตามลำพัง โดยไร้ตาข่ายรองรับทางสังคมที่มีประสิทธิภาพ

                            ท้ายที่สุดแล้ว ความท้าทายของผู้นำประเทศในเวลานี้ไม่ใช่การออกมายืนยันว่าเศรษฐกิจไทยยัง “แข็งแกร่ง” บนแผ่นกระดาษ แต่อยู่ที่การยอมรับความจริงว่า ประชาชนกำลังเผชิญหน้ากับสภาวะล้มละลายทางคุณภาพชีวิตอย่างเงียบๆ ตราบใดที่ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของรัฐบาลยังคงผูกอยู่กับตัวเลข GDP ที่เติบโตกระจุกตัว แต่ปล่อยให้เงินในกระเป๋าของคนทำงานส่วนใหญ่กลายเป็นเพียงเศษเหรียญที่แทบไม่มีค่าเมื่อเดินเข้าตลาดสด

                            ท่ามกลางเสียงโอดครวญเรื่องไข่ไก่แพงและค่าน้ำมันพุ่ง รัฐบาลก็ยังคงแสดงความห่วงใยด้วยการแนะนำให้ประชาชนใช้ชีวิตตามหลัก “พอเพียงเชิงรุก” โดยอาจเริ่มจากการลดมื้ออาหารลงเหลือวันละสองมื้อเพื่อสุขภาพที่ดี หรือหันมาปั่นจักรยานไปทำงานแทนการขึ้นรถเมล์ที่เพิ่งปรับราคาขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าแล้ว ยังช่วยลดมลพิษ PM 2.5 ให้ประเทศได้อีกด้วย

ข่าวล่าสุด

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนญี่ปุ่น   ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านกีฬา 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 14–22 ตุลาคม พุทธศักราช 2569 ในฐานะที่ทรงดำรงตำแหน่งทูตฮอกกี้น้ำแข็งหญิงโลก

13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช    พระราชปณิธานแห่งการพัฒนา รากฐานแห่งความผาสุกของแผ่นดิน

วันที่ 13 ตุลาคม เป็นวัน“นวมินทรมหาราช” วันคล้ายวันสวรรคตแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วาระสำคัญที่ปวงชนชาวไทยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

โลก…กำลังมองไทย !   แต่ “ไทย“ พร้อมหรือยังที่จะมองเห็นปัญหาของตัวเอง ?

วันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026)

จากโบ๊เบ๊-ประตูน้ำ-พาหุรัด-สำเพ็ง ถึงวันที่ “คนซื้อ” ไม่ต้องเดินเข้าตลาด

โบ๊เบ๊,ประตูน้ำ,พาหุรัด,สะพานหัน, และสำเพ็ง เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการค้าส่งไทย แต่วันนี้ร้านค้าที่เคยคึกคักต้องเผชิญยอดขายที่เปลี่ยนไป ลูกค้าเดินทางมาน้อยลง และบางพื้นที่มีร้านปิดหรือประกาศให้เช่าต่อ

ข่าวอื่นๆ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนญี่ปุ่น   ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านกีฬา 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 14–22 ตุลาคม พุทธศักราช 2569 ในฐานะที่ทรงดำรงตำแหน่งทูตฮอกกี้น้ำแข็งหญิงโลก

13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช    พระราชปณิธานแห่งการพัฒนา รากฐานแห่งความผาสุกของแผ่นดิน

วันที่ 13 ตุลาคม เป็นวัน“นวมินทรมหาราช” วันคล้ายวันสวรรคตแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วาระสำคัญที่ปวงชนชาวไทยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

โลก…กำลังมองไทย !   แต่ “ไทย“ พร้อมหรือยังที่จะมองเห็นปัญหาของตัวเอง ?

วันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026)