หน้าแรกINSIDE - INSIGHTสงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

เผยแพร่

spot_img

ชำแหละดัชนีความสูญเสีย ประสิทธิภาพการควบคุม 

หรือต้นทุนที่บีบให้คนต้องหยุดเดินทาง?

                               วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ 

                              แม้สถิติอุบัติเหตุจะลดลงในเชิงปริมาณตามจำนวนรถบนท้องถนนที่เบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อเจาะลึกถึง “ดัชนีความรุนแรง” และยอดคดีเมาแล้วขับกลับพบว่า สวัสดิภาพทางถนนของไทยยังคงเผชิญความท้าทายในระดับสูง สะท้อนถึงโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลในการวางระบบความปลอดภัยที่ยั่งยืน ท่ามกลางภาวะที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจและภาระค่าครองชีพเข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจเดินทางของประชาชนมากกว่ามาตรการเชิงรุกของรัฐ

                              จากการตรวจสอบข้อมูลสะสม 6 วันอันตราย (11-16 เมษายน 2569) อ้างอิงรายงานจากศูนย์อำนวยความสะดวก ป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) พบว่าจำนวนอุบัติเหตุสะสมลดลงจากปีก่อนราว 18% โดยมียอดรวมอยู่ที่ 1,261 ครั้ง (เทียบกับ 1,538 ครั้งในปี 2568)

                            อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่น่ากังวลคือสัดส่วนผู้เสียชีวิตสะสมในปีนี้ที่สูงถึง 234 ราย เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของ ปี 2568 ซึ่งมียอดผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 253 ราย จะเห็นได้ว่าอัตราการเสียชีวิตลดลงเพียง 7.5% เท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับปริมาณรถส่วนบุคคลบนถนนสายหลักที่หายไปกว่า 20% ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าแม้รถจะน้อยลง แต่ความรุนแรงต่อการเกิดอุบัติเหตุหนึ่งครั้งกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

                            ในด้านการบังคับใช้กฎหมาย สถิติจากกรมคุมประพฤติ ระบุว่ายอดสะสมคดี “เมาแล้วขับ” ในช่วง 6 วันของเทศกาลปี 2569 ยังคงพุ่งสูงถึง 5,542 คดี แม้ปริมาณการเดินทางข้ามจังหวัดจะหดตัวลงจากปัจจัยราคาน้ำมัน แต่ตัวเลขนี้กลับลดลงจากปี 2568 (ที่มียอดสะสม 6 วันอยู่ที่ 5,830 คดี) เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ข้อมูลนี้เป็นหลักฐานสำคัญว่ามาตรการเชิงป้องกันและการรณรงค์ในระดับฐานรากยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงได้อย่างสัมฤทธิผล และการกวดขันวินัยจราจรยังคงเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงพฤติกรรมในระดับชุมชน

                            เมื่อน้ำมันราคา 44.40 บาท บีบให้ประชาชนต้องทิ้งรถส่วนตัวและหันมาพึ่งพาระบบขนส่งสาธารณะ ข้อมูลจากการสังเกตการณ์ ณ สถานีขนส่งหมอชิต 2 และสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ กลับพบปัญหาความแออัดและการระบายผู้โดยสารที่ล่าช้า ประสิทธิภาพของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมถูกตั้งคำถามถึงการเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการ“ความต้องการ” ที่พุ่งสูงขึ้น   ทั้งที่วิกฤตราคาพลังงานเป็นปัจจัยที่สามารถประเมินได้ล่วงหน้า ส่งผลให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยต้องแบกรับภาระความเสี่ยงจากการใช้บริการที่ไม่ได้มาตรฐานในบางช่วงเวลา

                           การที่ราคาดีเซลยืนระยะที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตร ท่ามกลางการปรับลดสัดส่วนการอุดหนุนของ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” สะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารจัดการภาษีสรรพสามิตของกระทรวงการคลัง การที่รัฐบาลพยายามเชื่อมโยงสถิติความสูญเสียที่ลดลงว่าเป็นผลสำเร็จจากมาตรการรัฐ จึงอาจเป็นการสรุปที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เนื่องจากปัจจัยหลักคือ “ต้นทุนการเดินทาง” ที่สูงเกินกว่าที่ประชาชนจำนวนมากจะแบกรับไหว จนต้องสูญเสียโอกาสในการเดินทางกลับภูมิลำเนาตามประเพณี

                             ความปลอดภัยทางถนนที่เกิดขึ้นจากข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่ความสำเร็จที่ยั่งยืนในเชิงบริหารจัดการ รัฐบาลภายใต้การนำของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เอี่ยม  กำลังถูกตั้งคำถามถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่ครอบคลุม ทั้งระบบขนส่งมวลชนที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ และการรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานในช่วงวิกฤต การบริหารจัดการปัญหาในลักษณะเฉพาะหน้าโดยขาดการวางรากฐานระยะยาว อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการดำเนินนโยบายในภาพรวมของรัฐบาลได้

                          ในทางกลับกัน อาจกล่าวได้ว่ามาตรการที่ส่งผลทางอ้อมในการลดอุบัติเหตุของรัฐบาลในปีนี้ คือการปล่อยให้กลไกราคาน้ำมันที่ค่อนข้างสูงทำงานอย่างเต็มที่จนประชาชนลดการใช้รถโดยอัตโนมัติ ถือเป็นภาพสะท้อนที่น่าคิดว่า เมื่อประชาชนลดการเดินทางเนื่องจากต้องแบกรับภาระค่าครองชีพ ถนนที่ว่างลงจึงกลายเป็นปัจจัยหลักที่ลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ เป็นความปลอดภัยที่แลกมาด้วยข้อจำกัดในการเข้าถึงสิทธิในการเดินทางของประชาชนส่วนใหญ่

                           สงกรานต์ 2569 จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนใจว่า “ความปลอดภัย” ไม่ควรเป็นเรื่องของกำลังซื้อ ประสิทธิภาพที่แท้จริงของรัฐบาลควรวัดที่การทำให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการเดินทางที่ปลอดภัยและเป็นธรรม ไม่ใช่เพียงความภูมิใจบนตัวเลขสถิติที่ลดลงเพราะผู้คนถูกจำกัดด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ 

                         ข้อมูลข้างต้นนี้   รัฐน่าจะนำไปถอดบทเรียนและแก้ไขที่ต้นตอ ก่อนที่ศรัทธาทางการเมืองจะลดน้อยถอยลงไปตามสถานการณ์ค่าครองชีพที่รุมเร้า

2569-04-17  “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น   “เรารักกัน…เพราะไม่รู้จักกัน !”

ในโลกที่ความรักถูกย่อส่วนลงเหลือเพียงการรูดปลายนิ้วไปบนหน้าจอกระจกเย็นเฉียบ… “แมน” พบว่าตัวเองติดอยู่ในวังวนของแสงสีฟ้าจากสมาร์ทโฟนมาเกือบสามเดือนแล้ว เขาตกหลุมรักผู้หญิงที่ชื่อ "มล” ผู้หญิงที่เขาไม่เคยได้ยินเสียงจริง ไม่เคยสัมผัสไออุ่นจากปลายนิ้ว และไม่เคยแม้แต่จะเห็นแววตาของเธอผ่านดวงตาคู่นี้จริงๆ

“กรุงเทพ ฯ “ สวรรค์ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก   สู่บททดสอบความปลอดภัยที่เปราะบาง….!

สมการผู้ว่าฯ กทม. ยุคใหม่ ต้องกล้ากำหนด "ทิศทางเชิงยุทธศาสตร์" มากกว่านโยบายแก้ปัญหารายวัน วางประกบพิมพ์เขียวเมืองหลวงยุโรป-เอเชีย สกัดกั้นภัยไซเบอร์ข้ามชาติ ท้าทายวิสัยทัศน์แคนดิเดตเสาชิงช้า                             ท่ามกลางบรรยากาศอันคึกคักของการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งใหม่ เสียงกองเชียร์และขบวนกลองยาวอาจสร้างสีสันทางสถิติ ทว่าสิ่งทีสังคมเมืองหลวงกำลังตั้งคำถามอย่างเงียบเชียบทว่าหนักแน่น คือ “ทิศทาง” ที่แท้จริงของมหานครแห่งนี้ บนเวทีโลก                         “กรุงเทพฯ” ...

คุก 24 ปี  อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินรับสินบน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ว่าศาลประชาชนในมณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของจีน มีคำพิพากษาให้นายสือ หย่งซิน อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน รับโทษจำคุกเป็นเวลา 24 ปี ฐานใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบขณะดำรงสมณเพศ...

Forbes จัดอันดับ จ. เชียงใหม่ ติด TOP8 เป้าหมายหลักของคนทำงานด้านดิจิทัล (Digital Nomads) และครีเอเตอร์ จากทั่วโลก ย้ายมาปักหลักมากที่สุด ในปี 2026 

นิตยสารธุรกิจชั้นนำระดับโลก Forbesได้จัดอันดับเชียงใหม่ ให้เป็น 1 ใน 8 เมืองที่เหล่านักเดินทาง คนทำงานด้านดิจิทัล (Digital Nomads) และกลุ่มครีเอเตอร์ทั่วโลกหลั่งไหลและย้ายเข้ามาปักหลักมากที่สุดในปี 2026 โดยติดกลุ่ม TOP8 ของโลก

ข่าวอื่นๆ

“กรุงเทพ ฯ “ สวรรค์ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก   สู่บททดสอบความปลอดภัยที่เปราะบาง….!

สมการผู้ว่าฯ กทม. ยุคใหม่ ต้องกล้ากำหนด "ทิศทางเชิงยุทธศาสตร์" มากกว่านโยบายแก้ปัญหารายวัน วางประกบพิมพ์เขียวเมืองหลวงยุโรป-เอเชีย สกัดกั้นภัยไซเบอร์ข้ามชาติ ท้าทายวิสัยทัศน์แคนดิเดตเสาชิงช้า                             ท่ามกลางบรรยากาศอันคึกคักของการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งใหม่ เสียงกองเชียร์และขบวนกลองยาวอาจสร้างสีสันทางสถิติ ทว่าสิ่งทีสังคมเมืองหลวงกำลังตั้งคำถามอย่างเงียบเชียบทว่าหนักแน่น คือ “ทิศทาง” ที่แท้จริงของมหานครแห่งนี้ บนเวทีโลก                         “กรุงเทพฯ” ...

วันนี้    “วิสาขบูชาสากลโลก”  2569  พลวัตแห่งศรัทธาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ท่ามกลางกระแสธารแห่งความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ซึ่งประชาคมโลกต้องเผชิญกับความท้าทายเชิงภูมิรัฐศาสตร์อันสลับซับซ้อนและวิถีทุนนิยมที่เร่งรัด วันวิสาขบูชา ประจำปีพุทธศักราช 2569 ยิ่งทวีความสำคัญในฐานะหมุดหมายเชิงอุดมการณ์ที่เตือนใจให้มนุษยชาติหันกลับมาพิจารณาถึงความสงบภายในอันเป็นรากฐานสำคัญของสันติภาพที่แท้จริง

โปรดเกล้าฯ ให้ผู้นำเวียตนาม เข้าเฝ้าฯ  มุ่งเจรจาการค้าพลิกฟื้น…เสถียรภาพอินโดจีน

ในวโรกาสอันเป็นนิมิตหมายอันดีนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายโต เลิม และคณะผู้แทนเวียดนาม เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต