หน้าแรกINSIDE - INSIGHTสยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

เผยแพร่

spot_img

อนุทิน..รวบ 3 พรรคใส่กระเป๋าแล้วแช่แข็ง “กล้าธรรม” ?

                         “น้ำเงิน” สถาปนาเป็นเจ้าของคอกใหม่! 

จัดระเบียบชนชั้นอำนาจ 2569 บีบพรรคร่วมนอบน้อมเข้าหา  ไร้เงื่อนไขต่อรอง

                          ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3   ฝ่ายที่ “ได้” ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ “เกราะป้องกัน” จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย      

                          ภูมิใจไทยในวันนี้จึงไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเลข สส. ในมือ แต่ยังมี “แต้มต่อ” ในการยึดกุมกระทรวงเกรด A โดยมีเพื่อไทยทำหน้าที่เป็นนั่งร้านค้ำยันเสถียรภาพเพื่อแลกกับการได้บริหารอำนาจรัฐ

                          สำหรับพรรคเพื่อไทย สถานะในเกมนี้ชัดเจนว่าเป็นฝ่าย “เสีย” ต้นทุนทางศรัทธาและสัญลักษณ์อย่างมหาศาล การยอมรับสภาพ “พรรคเบอร์ 2 ในขั้วรัฐบาล” ภายใต้การนำของภูมิใจไทยคือความเจ็บปวดเชิงยุทธศาสตร์ แต่ในความเสียนั้น เพื่อไทยหวังผลในเรื่อง “การหยุดเลือด” และการประคองอำนาจบริหารเพื่อป้องกันไม่ให้พรรคถูกโดดเดี่ยวจนสูญพันธุ์ทางการเมือง ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของพรรคประชาชนที่รั้งอันดับ 2 ของประเทศ

                        อย่างไรก็ตาม จุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือชั้นเชิงของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ยังคง “สงวนท่าที” อย่างชัดเจนต่อพรรคกล้าธรรม แม้จะเป็นที่ทราบกันดีว่ากลุ่มของร้อยเอกธรรมนัส มีตัวเลข สส. ในมือที่เป็นปัจจัยบวกต่อเสถียรภาพรัฐบาล แต่การที่แกนนำภูมิใจไทยยังไม่เปิดประตูรับอย่างเป็นทางการ คือการแสดงอำนาจในฐานะ “ผู้คุมเกม” เพื่อดึงราคาและบีบให้กล้าธรรมอยู่ในสถานะผู้รอ ซึ่งเป็นการลดอำนาจต่อรองของกลุ่มบ้านใหญ่ไม่ให้เข้ามากดดันโควตารัฐมนตรีในสัดส่วนที่สูงเกินไป

                         การสงวนท่าทีของอนุทินในครั้งนี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณไปถึงทุกขั้วอำนาจว่า ในรัฐบาลชุดที่ 27 “สิทธิ์ในการเลือกผู้ร่วมงาน” อยู่ที่พรรคอันดับ 1 เพียงผู้เดียว การเว้นระยะห่างกับกล้าธรรมช่วยให้ภูมิใจไทยรักษาภาพลักษณ์การเป็นแกนนำที่สดใหม่ ไม่ถูกมองว่ารีบตะครุบกลุ่มอำนาจเดิมเพื่อสืบทอดอำนาจในทันที เป็นการสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาลผสมชุดนี้ดูมีความเป็น “สถาบันการเมือง” มากกว่าการเป็นเพียงการรวมตัวเฉพาะกิจเพื่อผลประโยชน์

                          ประเด็นที่สะท้อนถึงความชาญฉลาดและแสบสันเชิงยุทธศาสตร์ของนายอนุทิน คือการกวาดเอา 3 พรรคเล็ก (เศรษฐกิจ-ประชาธิปไตยใหม่-พรรคใหม่) ใส่กระเป๋าตุนแต้มต่อรองไว้เรียบร้อยตั้งแต่รอบแรก ส่งผลให้ภูมิใจไทยอยู่ในสถานะ “ผู้เลือก” ที่ทรงอิทธิพลจนสามารถย้อนถามพรรคอันดับ 3 อย่างเพื่อไทยถึงความพร้อมในการเป็นส่วนหนึ่งขององคาพยพสีน้ำเงินได้อย่างเต็มภาคภูมิ

                          การรวบรวมพรรคเล็กไว้ก่อนเช่นนี้ ทำให้อำนาจตัดสินใจเบ็ดเสร็จนิ่งอยู่ที่คนเพียงกลุ่มเดียว ปล่อยให้พรรคอื่นที่เหลือต้องแสดงท่าทีนอบน้อมเพื่อรอส่วนแบ่งในโควตาที่เหลือ โดยไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ ที่จะกระทบต่อเป้าหมายหลักของพรรคแกนนำได้เลย

                       ในท้ายที่สุด ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอาจเป็นบทเรียนสำคัญของลัทธิสัจนิยมทางการเมือง เมื่อพรรคที่เคยเป็นแกนนำทางอุดมการณ์อย่างเพื่อไทย จำเป็นต้องลดบทบาทลงมาเป็นผู้สนับสนุนเพื่อรักษาพื้นที่ในอำนาจบริหาร ขณะที่ภาพของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับการรวบรวมพรรคเล็กไว้ในมืออย่างรวดเร็ว สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค “คณาธิปไตยเชิงจัดการ” ที่อำนาจการต่อรองกระจุกตัวอยู่ที่ผู้ควบคุมทรัพยากรเบ็ดเสร็จเพียงจุดเดียว 

                       การที่พรรคอื่นๆ ยังคงต้องเฝ้ารอสัญญาณด้วยท่าทีที่นอบน้อม จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการร่วมรัฐบาล แต่คือการยอมรับความจริงใหม่ที่ว่า ในสนามอำนาจครั้งนี้ มีเพียงผู้ที่ถือไพ่ในมือครบชุดเท่านั้นที่จะเป็นผู้ออกแบบกฎกติกา ส่วนที่เหลือเป็นเพียงผู้อ่านบทตามที่ได้รับการจัดสรรไว้ให้เพียงเท่านั้น

2569-02-15  “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

สแกนทางแยก “ครัวโลก” ไทย ในวันที่ปัจจัย“ลบรอบทิศ”

ยุทธศาสตร์ “ครัวของโลก” ถูกผลักดันมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2540 โดยมุ่งหวังใช้ความโดดเด่นด้านเกษตรกรรม การแปรรูป และการทูตอาหาร เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ

“โดรน” เปลี่ยนโลก !  จากเทคโนโลยีพลเรือน สู่ขีดความสามารถความมั่นคง   ที่ไทยต้อง “ใช้ให้เป็น-ป้องกันให้ทัน !”

“โดรน” ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ถ่ายภาพหรือเครื่องมือเกษตรอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญทั้งในเศรษฐกิจ การกู้ภัย การรักษาความปลอดภัย และสนามรบ

อนุทิน บิน 3 ประเทศ เปิดประตูโลก…แล้วไทยได้อะไรกลับบ้าน ?

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2569 เยือนญี่ปุ่น เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 หรือ UNGA81 (United Nations General Assembly) ที่นครนิวยอร์ก และต่อไปยังสหราชอาณาจักร

“ท่วม” หรือ “แล้ง” ยังเป็นภัยเงียบ ?   พายุเงียบในอ่างเก็บน้ำ ! เมื่อ “80%” ต้องไม่กลายเป็นกับดัก

กรมชลประทานประเมินว่า ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 อ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอาจมีน้ำประมาณ 61,064 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือราว 80% ของความจุอ่าง

ข่าวอื่นๆ

สแกนทางแยก “ครัวโลก” ไทย ในวันที่ปัจจัย“ลบรอบทิศ”

ยุทธศาสตร์ “ครัวของโลก” ถูกผลักดันมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2540 โดยมุ่งหวังใช้ความโดดเด่นด้านเกษตรกรรม การแปรรูป และการทูตอาหาร เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ

“โดรน” เปลี่ยนโลก !  จากเทคโนโลยีพลเรือน สู่ขีดความสามารถความมั่นคง   ที่ไทยต้อง “ใช้ให้เป็น-ป้องกันให้ทัน !”

“โดรน” ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ถ่ายภาพหรือเครื่องมือเกษตรอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญทั้งในเศรษฐกิจ การกู้ภัย การรักษาความปลอดภัย และสนามรบ

อนุทิน บิน 3 ประเทศ เปิดประตูโลก…แล้วไทยได้อะไรกลับบ้าน ?

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีกำหนดเดินทางระหว่างวันที่ 20-27 กันยายน 2569 เยือนญี่ปุ่น เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 หรือ UNGA81 (United Nations General Assembly) ที่นครนิวยอร์ก และต่อไปยังสหราชอาณาจักร