หน้าแรกINSIDE - INSIGHTสันติภาพที่เพิ่งก่อร่าง... ทำท่าจะพังทลายในพริบตา!

สันติภาพที่เพิ่งก่อร่าง… ทำท่าจะพังทลายในพริบตา!

เผยแพร่

spot_img

 เพียงสองวันหลังการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งไทยและกัมพูชาเพิ่งบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้ออันสำคัญ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2568 กำลังพลกองร้อยทหารราบที่ 111 ของไทย 3 นาย ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่วางขึ้นใหม่ในพื้นที่บริเวณรอยต่อโดนเอาว์-กฤษณา จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นดินแดนไทยที่ได้มีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดไปแล้ว  

                     เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยอย่างร้ายแรง แต่ยังเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) อย่างชัดเจน  นับเป็นครั้งที่สามในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนที่กองกำลังไทยประสบ        

                      เหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน  ดูเหมือนว่าสำหรับบางประเทศ ‘ข้อตกลง 13 ข้อ’ เป็นเพียงรายการตรวจสอบที่ต้องละเมิดอย่างมีศิลปะ เพื่อให้ละครชายแดนยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่รู้จบ

                    การกระทำดังกล่าวบ่อนทำลายข้อตกลง GBC ที่เพิ่งลงนามไปโดยตรง ซึ่งรวมถึงการหยุดยิง การห้ามการกระทำยั่วยุ และการไม่เคลื่อนย้ายกำลังพลเข้าสู่ดินแดนอีกฝ่าย  การพบทุ่นระเบิด ใหม่ ในพื้นที่ที่ เก็บกู้แล้ว  ชี้ชัดถึงการยั่วยุโดยเจตนา ไม่ใช่แค่ข้อพิพาทชายแดนทั่วไป  พฤติกรรมนี้สอดคล้องกับประวัติศาสตร์ที่กัมพูชามักละเมิดข้อตกลง หรือท้าทายแนวเขตแดน  รวมถึงการไม่ตอบสนองต่อข้อเสนอของไทยในการร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม  ซึ่งเน้นย้ำถึงการขาดความสุจริตหรือปัญหาการควบคุมภายในที่รุนแรงของกัมพูชา.

                               การละเมิดซ้ำซากและทันทีนี้ทำลายความไว้วางใจระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาอย่างรุนแรง ทำให้ความร่วมมือทวิภาคีในอนาคตเป็นไปได้ยาก  ประเทศไทยกำลังดำเนินการประท้วงอย่างเป็นทางการและใช้ช่องทางตามอนุสัญญาออตตาวา  เพื่อเรียกร้องให้กัมพูชาหยุดการกระทำที่ละเมิดและร่วมมือในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม 

                          ท่ามกลางเสียงระเบิดที่คุ้นเคย   ประชาคมโลกคงได้แต่ถอนหายใจ… หรือบางทีก็ควรปรบมือเย้ยหยันให้กับการแสดงซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับความไม่น่าเชื่อถือและน่ารังเกียจของกัมพูชา

ข่าวล่าสุด

“ใข่ไก่”..แพง… แซงหน้า “นำ้มัน”   วิกฤตปากท้องชนกำแพงอำนาจ

ล่าสุดเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจาก 3.80 บาท เป็น 4.00 บาทต่อฟอง มีผลตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่ข้อมูลราคาขายปลีกที่อัปเดต 24 สิงหาคม พบว่าไข่เบอร์ 4 อยู่ราว 4.05 บาท และเบอร์ 3 ราว 4.35 บาทต่อฟอง

สะโตรก-“ภัยเงียบ” จากแรงขับ “หวาน-มัน-เค็ม”

ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นราว 1.5 แสน ถึง 250,000 รายต่อปี และคร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ รองจากมะเร็งและโรคหัวใจตามบริบทปีนั้นๆ โดยมีผู้เสียชีวิตราว 30,000 - 50,000 คนต่อปี

 เรื่องสั้น   “คืน…ฝนตก”  | “ชัยทัศน์”

เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มก่อนจะสำลักไอเสียออกมาเป็นจังหวะสุดท้ายแล้วดับสนิทลง ท่ามกลางเสียงคำรามของท้องฟ้ากัมปนาททั่วหุบเขา “เอก” ทุบพวงมาลัยด้วยความโมโห เข็มความร้อนของรถคันเก่งพุ่งสูงจนมิดเกจ์แดงฉานเหมือนคำเตือนจากนรก

รัฐบาลเจอ “ศึกหนัก” ทั้งใน-นอกสภา ปมทุจริต-ฮั้ว สว.-เขากระโดง-ชายแดนใต้

สถานการณ์การเมืองไทยในห้วงเวลานี้กำลังทวีความร้อนระอุขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังถูกทดสอบอย่างหนักจากสารพัดปัญหารุมเร้า

ข่าวอื่นๆ

“ใข่ไก่”..แพง… แซงหน้า “นำ้มัน”   วิกฤตปากท้องชนกำแพงอำนาจ

ล่าสุดเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจาก 3.80 บาท เป็น 4.00 บาทต่อฟอง มีผลตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่ข้อมูลราคาขายปลีกที่อัปเดต 24 สิงหาคม พบว่าไข่เบอร์ 4 อยู่ราว 4.05 บาท และเบอร์ 3 ราว 4.35 บาทต่อฟอง

สะโตรก-“ภัยเงียบ” จากแรงขับ “หวาน-มัน-เค็ม”

ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นราว 1.5 แสน ถึง 250,000 รายต่อปี และคร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ รองจากมะเร็งและโรคหัวใจตามบริบทปีนั้นๆ โดยมีผู้เสียชีวิตราว 30,000 - 50,000 คนต่อปี

รัฐบาลเจอ “ศึกหนัก” ทั้งใน-นอกสภา ปมทุจริต-ฮั้ว สว.-เขากระโดง-ชายแดนใต้

สถานการณ์การเมืองไทยในห้วงเวลานี้กำลังทวีความร้อนระอุขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังถูกทดสอบอย่างหนักจากสารพัดปัญหารุมเร้า