วันเสาร์, มีนาคม 7, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTส่องบทบาทประเทศไทยบนเวที UNHCR  ยืนหยัดหลักมนุษยธรรมท่ามกลางไฟสงครามชายแดน

ส่องบทบาทประเทศไทยบนเวที UNHCR  ยืนหยัดหลักมนุษยธรรมท่ามกลางไฟสงครามชายแดน

เผยแพร่

spot_img

ตอกย้ำภาพผู้นำอาเซียนที่ใช้ “การทูตนำ”

                          นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR ExCom) สมัยที่ 76 ณ นครเจนีวา

                          ทั้งนี้  ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของประเทศไทยในการเป็นผู้ให้ที่พักพิงและส่งเสริมหลักมนุษยธรรมแก่ ผู้พลัดถิ่น และ ผู้ไร้รัฐไร้สัญชาติ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการอนุญาตให้ผู้หนีภัยจากการสู้รบจากเมียนมากว่า 77,000 คน สามารถ ทำงานนอกพื้นที่พักพิงชั่วคราว ได้ ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สอดคล้องกับหลักการสากลและประโยชน์ของชาติ

                         ในภาพรวม การประกาศความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาความไร้รัฐไร้สัญชาติ และการให้ความคุ้มครองแก่กลุ่มเปราะบาง รวมถึงชาวโรฮีนจา ได้รับการจับตาและชื่นชมจากนานาประเทศ สะท้อนให้เห็นถึง ความมุ่งมั่นของไทย ในการยกระดับการจัดการปัญหาผู้พลัดถิ่นให้เป็นไปตามมาตรฐานระหว่างประเทศ และตอกย้ำภาพลักษณ์ของไทยในฐานะผู้เล่นที่รับผิดชอบบนเวทีโลก

                          บทบาทของไทยในการยึดมั่นในหลักมนุษยธรรมและกฎหมาย  ระหว่างประเทศยิ่งทวีความโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพิจารณาควบคู่ไปกับสถานการณ์ตึงเครียดตามแนว ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีเหตุ ปะทะที่กัมพูชาก่อเหตุ จนนำมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และการละเมิดอธิปไตยของไทย แทนที่จะใช้มาตรการทางทหารที่รุนแรงเพื่อตอบโต้ ไทยกลับเลือกใช้แนวทาง “การทูตนำ” และการตอบโต้ตามหลักสากลเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

                          แนวทางดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความสุขุม รอบคอบ และความเป็นผู้ใหญ่ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ โดยเปรียบเทียบกับพฤติการณ์ของกัมพูชาที่มิเพียงแต่ ละเมิดข้อตกลงและตระบัดสัตย์ เท่านั้น แต่ยังใช้ โซเชียลมีเดียให้ร้าย และ ไม่ยอมรับความจริง ซึ่งเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจและสวนทางกับหลักปฏิบัติอันดีงามของรัฐที่รับผิดชอบ

                         อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากประชาคมโลกต่อการทูตอันนุ่มนวลและหลักมนุษยธรรมของไทย   ท่่มีความเป็น  “สุภาพบุรุษ” ที่มากเกินไปในการรับมือกับเพื่อนบ้านที่ไม่ยี่หระต่อข้อตกลง อาจทำให้ไทยต้องแบกรับภาระและถูกเอาเปรียบทางการเมืองในระยะยาว

                         การเลือกใช้การทูตเป็นเกราะกำบังในการปะทะที่ถูกยั่วยุอยู่เสมออาจทำให้ดูเหมือนว่าไทย “ใจดี” เกินไปหรือไม่? หรือแท้จริงแล้ว นี่คือการแสดง “พลังอำนาจแบบซอฟต์พาวเวอร์” ที่เหนือกว่าการใช้กำลัง โดยเลือกให้ “มารยาท” และ “ความน่าเชื่อถือ” ในเวทีสากล เป็นอาวุธที่ทรงพลังกว่าการตอบโต้ที่ไร้สติ เพื่อให้ประชาคมโลกได้เห็นความแตกต่างระหว่าง “ผู้นำที่มีวุฒิภาวะ” กับ “เพื่อนบ้านที่ทำตัวเป็นเด็กเกเร” อย่างชัดเจนที่สุด

                         ดังนั้น บทบาทของประเทศไทยในการยืนหยัดบนหลักการ มนุษยธรรม และ การทูตอย่างสร้างสรรค์ ในเวทีโลก ไม่เพียงแต่เป็นการรักษาภาพลักษณ์ที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำสถานะของไทยในฐานะ สมาชิกสำคัญของกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีวุฒิภาวะและความรับผิดชอบต่อสถานการณ์ระดับภูมิภาค

ข่าวล่าสุด

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...

SHORT NEWS 2569-03-05

คณะกรรมการการเลือกตั้งรับรองผลเลือกตั้งเกือบครบทั้ง 500 ที่นั่ง เปิดทางให้สภาผู้แทนราษฎรประชุมครั้งแรกภายใน 15 วัน

ดีเซลโลกพุ่ง 150 ดอลลาร์/บาร์เรล กองทุนน้ำมันแบกวันละ 450 ล้าน พยุงได้อีก 15 วัน

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นรุนแรง ล่าสุด ทะยานขึ้นอีกกว่า 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ในกรอบ 140-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สถานทูตฯกรุงริยาด เตือนคนไทยในเลบานอน พิจารณาอพยพด่วน หลังสงครามขยายวงกว้าง

ระดับความตึงเครียดได้เพิ่มสูงขึ้นในสาธารณรัฐเลบานอนจากการดำเนินการทางการทหารของรัฐอิสราเอลในสาธารณรัฐเลบานอน โดยเฉพาะในบริเวณภาคใต้ของกรุงเบรุต รวมถึงย่านดาฮิเยห์ (Dahieh)

ข่าวอื่นๆ

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...

รอยร้าวใต้แผ่นดินไทย  บททดสอบระบบเตือนภัยปี 2026

เหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่มเมื่อปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงโศกนาฏกรรมของโครงสร้างอาคารที่ล้มเหลว แต่กลายเป็นสัญญาณเตือนถึง “รอยร้าวเชิงระบบ”

หมายจับ “เบน สมิธ” ขยายวงจากฉ้อโกงพันล้าน 

ออกหมายจับทางอาญาต่อ Ben Smith หรือ เบนจามิน เมาเรอร์เบอร์เกอร์ และภรรยา ในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท