วันจันทร์, เมษายน 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTรอยร้าวใต้แผ่นดินไทย  บททดสอบระบบเตือนภัยปี 2026

รอยร้าวใต้แผ่นดินไทย  บททดสอบระบบเตือนภัยปี 2026

เผยแพร่

spot_img

จากโศกนาฏกรรมอาคาร สตง. สู่แผนเฝ้าระวัง 23 จังหวัด คำถามใหญ่ยังคงอยู่   ไทยพร้อมรับมือแผ่นดินไหวจริงหรือไม่

                             เหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่มเมื่อปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงโศกนาฏกรรมของโครงสร้างอาคารที่ล้มเหลว แต่กลายเป็นสัญญาณเตือนถึง “รอยร้าวเชิงระบบ” ของการบริหารจัดการภัยพิบัติในประเทศไทย เมื่อรัฐบาลเรียกประชุมเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 เพื่อเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงจากรอยเลื่อนมีพลังใน 23 จังหวัด คำถามสำคัญที่นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงภัยพิบัติตั้งขึ้นคือ การเฝ้าระวังเพียงอย่างเดียวเพียงพอหรือไม่ ในยุคที่วินาทีแรกของการเตือนภัยสามารถตัดสินชะตาชีวิตผู้คนจำนวนมาก

                          หัวใจของบทเรียนจากเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่ความรุนแรงของแผ่นดินไหวเพียงอย่างเดียว แต่คือ “Lead Time” หรือระยะเวลาเตือนภัยล่วงหน้า ซึ่งในหลายประเทศถูกยกระดับเป็นระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ขณะที่ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของระบบ Cell Broadcast ซึ่งกำหนดเกณฑ์แจ้งเตือนเริ่มต้นที่ขนาด 4.0 แมกนิจูด

                         เมื่อเปรียบเทียบกับมาตรฐานของระบบเตือนภัยในญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา จะเห็นช่องว่างที่ชัดเจน ระบบเตือนภัยของญี่ปุ่นสามารถส่งสัญญาณไปยังประชาชนภายในไม่กี่วินาที พร้อมกับสั่งหยุดรถไฟความเร็วสูง ปิดวาล์วก๊าซ และหยุดลิฟต์ในอาคารสูงโดยอัตโนมัติ ขณะที่ในไทย การแจ้งเตือนยังคงต้องผ่านกระบวนการตัดสินใจเชิงราชการหลายขั้นตอน ซึ่งอาจทำให้เวลาที่ควรเป็น “วินาทีทอง” กลายเป็นเพียง “วินาทีที่สูญเปล่า”

                         ในระดับภูมิภาค ประเทศเพื่อนบ้านบางแห่งเริ่มก้าวล้ำไปอีกขั้น อินโดนีเซียซึ่งตั้งอยู่บนวงแหวนไฟแปซิฟิก ได้พัฒนาเครือข่ายเซ็นเซอร์แผ่นดินไหวจำนวนมากเชื่อมต่อกับระบบเตือนภัยระดับชาติ ขณะที่ฟิลิปปินส์เน้นการสร้าง “วัฒนธรรมการซ้อมภัยพิบัติ” ตั้งแต่โรงเรียนจนถึงหน่วยงานรัฐ การฝึกซ้อมอพยพแผ่นดินไหวและสึนามิเป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจำทั่วประเทศ

                       ตรงกันข้ามกับประเทศไทยที่ยังคงเผชิญปัญหา “ความเหลื่อมล้ำทางโครงสร้างอาคาร” โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีอาคารอายุ 30-40 ปีจำนวนมากที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงสั่นสะเทือนแบบแนวนอน และยังไม่มีมาตรการจูงใจทางเศรษฐกิจจากภาครัฐให้เจ้าของอาคารปรับปรุงโครงสร้างอย่างจริงจัง

                      อีกประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาเตือนอย่างต่อเนื่องคือสภาพ “ดินอ่อน” ของกรุงเทพฯ ซึ่งสามารถขยายแรงสั่นสะเทือนของคลื่นแผ่นดินไหวได้ถึง 3-4 เท่า แม้จุดศูนย์กลางจะอยู่ไกลหลายร้อยกิโลเมตรในประเทศเพื่อนบ้าน ข้อมูลของกรมทรัพยากรธรณีระบุว่าประเทศไทยมีรอยเลื่อนมีพลังอย่างน้อย 15 กลุ่มใหญ่ แต่สิ่งที่นักวิชาการกังวลยิ่งกว่าคือรอยเลื่อนย่อยที่ยังไม่ถูกศึกษาอย่างละเอียดใต้พื้นที่เมืองใหญ่

                      ดังนั้น การประกาศเฝ้าระวังเพียง 23 จังหวัด อาจสร้างความรู้สึกปลอดภัยที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงทางธรณีวิทยา โดยเฉพาะในเมืองหลวงที่มีความเสี่ยงเชิงโครงสร้างสูงที่สุดของประเทศ

                     ในมิติของการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ จุดอ่อนของระบบไทยยังคงอยู่ที่กลไกการเงิน ประเทศไทยยังใช้รูปแบบ “การคลังแบบตั้งรับ” คือรอการอนุมัติงบกลางหรือเงินบริจาคหลังเกิดเหตุ ต่างจากหลายประเทศที่มีกองทุนประกันภัยพิบัติแห่งชาติแบบภาคบังคับ ระบบดังกล่าวช่วยให้เงินช่วยเหลือสามารถถึงมือผู้ประสบภัยภายใน 24-48 ชั่วโมง ลดทั้งความล่าช้าและโอกาสทุจริตในพื้นที่ประสบภัย

                      เทคโนโลยีอย่างดาวเทียมสำรวจโลก หรือระบบแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือ อาจดูทันสมัยในเชิงภาพลักษณ์ แต่จะไม่มีความหมายเลย หากสังคมยังขาด “วัฒนธรรมแห่งการเตรียมพร้อม” และโครงสร้างการตัดสินใจยังผูกติดกับระบบรวมศูนย์อำนาจ

                      บทเรียนจากโศกนาฏกรรมอาคาร สตง. อาจไม่ได้บอกว่าแผ่นดินไหวคือศัตรูที่ร้ายแรงที่สุด หากแต่สะท้อนว่า “ความประมาทของมนุษย์” ต่างหากที่ทำให้ภัยธรรมชาติกลายเป็นหายนะ

2569-03-06   “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

 10 ข้อควรรู้: เปิดแอร์หน้าร้อนยังไง… ให้เย็นฉ่ำและค่าไฟไม่พุ่ง!

เปิดแอร์อุณหภูมิเท่าไหร่ ประหยัดไฟที่สุด? ป้าดาแนะนำที่ 25-26 องศาเซลเซียส ค่ะ เป็นระดับที่ร่างกายกำลังสบายและคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป หากอยากเย็นกว่านี้ให้ใช้ "พัดลม" ช่วยเป่าจะเย็นขึ้นอีก 1-2 องศา

End Game ที่ควรจะเกิดขึ้น

อิหร่านจะเป็นฮีโร่ของโลกมุสลิม และของโลก หากสามารถปลดล็อคปัญหาเรื้อรังของตะวันออกกลางที่ City of London วางยาเอาไว้ได้

คนไทยหนุนโทษประหารคนโกง

คนไทยใครยังไม่หมดหวัง มาช่วยกันส่งเสียง ดันให้ถึงรัฐบาล "หนุนใช้โมเดล จีน,สิงคโปร์,เวียดนาม ออกกฎหมาย ปราบคอรัปชั่นขั้นเด็ดขาด(โกง=ประหาร)

ข่าวอื่นๆ

อาวุธที่ทรงพลังที่สุดคือ “การยอมรับความจริง”

เหตุการณ์ความเปราะบางเชิงวาทกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา จนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหมบินไปทันที เป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "คำพูด" ในพื้นที่ละเอียดอ่อนนั้นมีน้ำหนักยิ่งกว่าอาวุธชนิดใด

รื้อระบบ  “ฟรีวีซ่า” ตัดวงจร“ทุนเทา“  หรือทุบหม้อข้าว…ท่องเที่ยว ?

เดินหน้าเขย่านโยบายคนเข้าเมืองครั้งใหญ่ เตรียมชงมาตรการลดวันพำนัก "ฟรีวีซ่า" (Visa Exemption) จากเดิมที่เคยขยายให้ถึง 60 วัน กลับมาสู่มาตรฐานเดิมที่ 30 วัน เพื่อยกระดับความมั่นคงและคัดกรอง "นักท่องเที่ยวคุณภาพ"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

ภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน”