หน้าแรกINSIDE - INSIGHTหนึ่งปี….แห่งแรงสั่นสะเทือน ! กับสังคมไทยที่ยังยืนอยู่ได้

หนึ่งปี….แห่งแรงสั่นสะเทือน ! กับสังคมไทยที่ยังยืนอยู่ได้

เผยแพร่

spot_img

  การเมืองไม่แน่นอน เศรษฐกิจเปราะบาง ชายแดนตึงเครียด โลกปะทะกัน แต่ชีวิตยังต้องเดินต่อ

                           31 ธันวาคม   บันทึกปลายปีของประเทศ ก่อนก้าวสู่ศักราชใหม่

                            วันสุดท้ายของปี เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการหยุดมองย้อนหลัง ประเทศไทยในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมาเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ตั้งแต่การเมืองภายในที่ยังไม่คลี่คลาย เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ไปจนถึงความตึงเครียดด้านความมั่นคงทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งล้วนส่งผลต่อชีวิตผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

                            ตลอดปีที่ผ่านมา การเมืองไทยยังคงอยู่ในภาวะเปราะบาง ความขัดแย้งทางความคิดและความเชื่อมั่นต่อกลไกรัฐยังไม่จางหาย การตัดสินใจเชิงนโยบายหลายเรื่องล่าช้า ขณะที่ประชาชนต้องปรับตัวตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง จนความไม่แน่นอนดูจะกลายเป็น “สภาพปกติแบบใหม่” ของสังคมไทยไปโดยปริยาย

                           ในทางเศรษฐกิจ แม้ตัวเลขบางภาคส่วนจะสะท้อนสัญญาณฟื้นตัว แต่ภาระค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือน และรายได้ที่ไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่าย ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ของคนส่วนมาก สังคมไทยในปีนี้จึงไม่ใช่สังคมแห่งความสิ้นหวัง หากเป็นสังคมของผู้คนที่ “เหนื่อย แต่ยังไม่หยุดพยายาม”

                          อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญของปี คือความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย กัมพูชา ซึ่งนำไปสู่เหตุปะทะตามแนวชายแดนอย่างน้อย 2 ครั้ง ในช่วงเดือน กรกฎาคม และ ธันวาคม เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนความเปราะบางด้านความมั่นคง แต่ยังตอกย้ำภารกิจของทหารไทยที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การทูตและการจัดการเชิงนโยบายยังเป็นโจทย์ที่สังคมเฝ้าจับตา

                         ในระดับนานาชาติ ความขัดแย้งและการเผชิญหน้าระหว่างประเทศมหาอำนาจยังดำเนินต่อไป ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและเสถียรภาพของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยในฐานะประเทศขนาดกลางจึงต้องดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง ท่ามกลางแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่คลี่คลาย

                          อาจกล่าวได้ว่า ปีนี้เป็นปีที่รัฐยังคง “ตั้งหลัก” ขณะที่ประชาชนต้อง “ตั้งรับ” อยู่ตลอดเวลา ปฏิทินอาจเปลี่ยนเลขในคืนนี้ แต่ต้นทุนชีวิตและความเสี่ยงของประเทศยังไม่รีเซ็ตตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เห็นชัดตลอดปีคือ ความอดทนและความสามารถในการประคองชีวิตของคนไทย ซึ่งยังคงเป็นพลังเงียบที่ทำให้ประเทศเดินมาถึงวันสุดท้ายของปีได้

                          ในวาระส่งท้ายปีนี้ สิ่งที่สังคมไทยควรได้รับมากที่สุด อาจไม่ใช่คำสัญญาที่ยิ่งใหญ่ หากคือความมั่นคงในชีวิต สุขภาพกายและใจที่แข็งแรง และระบบที่เอื้อให้ทุกคนเริ่มต้นปีใหม่อย่างปลอดภัยและเป็นธรรมมากขึ้น 

                         เพื่อให้การก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ เป็นการก้าวไปข้างหน้าพร้อมกันอย่างแท้จริง

                        สวัสดีปีใหม่ สุขกายสบายใจ สุขภาพดีตลอดไป ชโย ยย

31/12/2568  “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

“นอมินีข้ามชาติ” มหันตภัยเศรษฐกิจอำพราง

จากกระแสข่าวที่หนาหูขึ้นทุกวันเกี่ยวกับการรุกคืบของกลุ่มทุนต่างชาติที่พยายามเข้าถือครองย่านเศรษฐกิจสำคัญ จนเป็นเหตุให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง

รำลึก 34 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม

รำลึก 34 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 ณ สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ

1,300 ล้าน “ลิขสิทธิ์บอลโลก” ?  “จอดำ” หรือได้สนุก..รอลุ้นบนทางแพร่งของความล้มเหลว  !

สถานการณ์ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "โหมดวิกฤต" อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อเข็มนาฬิกาถอยหลังสู่การเปิดสนามท่ามกลางความเงียบงันของหน่วยงานรัฐและ กสทช.

เรื่องสั้น  “คืนวิกฤติ”

โป้ง….โป้ง…..โป้ง งงง…“ เสียงปืนดังแหวกอากาศเหนือท่าเรือร้าง รุนแรงและแม่นยำ ไม่ใช่การยิงขู่ แต่เป็นการยิง “บังคับทิศทาง”

ข่าวอื่นๆ

“นอมินีข้ามชาติ” มหันตภัยเศรษฐกิจอำพราง

จากกระแสข่าวที่หนาหูขึ้นทุกวันเกี่ยวกับการรุกคืบของกลุ่มทุนต่างชาติที่พยายามเข้าถือครองย่านเศรษฐกิจสำคัญ จนเป็นเหตุให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง

1,300 ล้าน “ลิขสิทธิ์บอลโลก” ?  “จอดำ” หรือได้สนุก..รอลุ้นบนทางแพร่งของความล้มเหลว  !

สถานการณ์ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "โหมดวิกฤต" อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อเข็มนาฬิกาถอยหลังสู่การเปิดสนามท่ามกลางความเงียบงันของหน่วยงานรัฐและ กสทช.

“บัตรสีชมพู”  เชียงดาว พ่นพิษ ?  เร่งยกระดับความมั่นคงไทย  

“บัตรสีชมพู” จากพื้นที่ห่างไกลที่ถูกนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งขันน็อตระบบทะเบียนราษฎร์เพื่อปิดจุดอ่อนนี้อย่างเร่งด่วน