วันอังคาร, มกราคม 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“หยุดยิงที่ชายแดน… หรือเพียงหมากตาเดียวในกระดานใหญ่”

“หยุดยิงที่ชายแดน… หรือเพียงหมากตาเดียวในกระดานใหญ่”

เผยแพร่

spot_img

  ชนวนความขัดแย้งที่คุโชนระหว่างไทยและกัมพูชาเป็นระยะยมานาน  ดูเหมือนถูกดับลงฉับพลันด้วยข้อตกลงหยุดยิงที่รวดเร็วผิดคาด

                    แต่ความเงียบสงบที่เห็น อาจไม่ใช่ความสงบจริง หากเป็นเพียงฉากหน้าของเวทีที่มีเงามหาอำนาจยืนทะมึนอยู่เบื้องหลัง

                    เมื่อมองลึกลงไป จะพบว่าสมรภูมิแห่งนี้ไม่ใช่เพียงการเผชิญหน้าระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน หากแต่เป็นสนามประลองกำลังของสหรัฐอเมริกาและจีน ที่ต่างต้องการช่วงชิงบทบาทและอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การประชุมทวิภาคีที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ จึงไม่ใช่แค่การสานต่อการเจรจา แต่เป็นการเปิดฉากเกมการทูตที่เดิมพันสูง

                     การปรากฏตัวของผู้สังเกตการณ์จากทั้งสหรัฐฯ และจีน เมื่อ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ

                     กัมพูชาซึ่งมีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับปักกิ่งมาอย่างยาวนาน อาจเชิญจีนเข้ามาเพื่อเพิ่มน้ำหนักในการต่อรอง  ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาซึ่งเคยศึกษาที่สหรัฐฯ ก็ดูจะมีความยินดีเปิดพื้นที่ทางการทหารให้กับวอชิงตันตามจังหวะที่เหมาะสม

สหรัฐฯ เองก็ไม่พลาดโอกาส ใช้การเจรจาภาษีการค้าเป็นเครื่องมือถ่วงดุลจีน พร้อมลดภาษีสินค้านำเข้าจากไทยลงเหลือเพียง 19% เท่ากับกัมพูชา เพื่อดึงกรุงเทพฯ เข้ามาอยู่ในสมการนี้

                      ความรวดเร็วในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง จึงอาจเป็นผลจากแรงกดดันของมหาอำนาจที่ต้องการโชว์บทบาท “ผู้รักษาสันติภาพ” ขณะเดียวกันก็รักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ของตนเอง

                      นี่คือภาพสะท้อนของความซับซ้อนในเกมการเมืองโลก ที่เส้นแบ่งระหว่าง “สันติภาพ” และ “การจัดฉาก” บางยิ่งกว่าควันปืน

                       หากแรงกดดันจากมหาอำนาจคือปัจจัยสำคัญจริง ก็ต้องยอมรับว่ากัมพูชาเล่นเกมนี้อย่างชำนาญ   เมื่อเกิดเหตุปะทะ ก็บอกโลกว่าถูกรังแกเพื่อเรียกเพื่อนพันธมิตรเข้าข้าง   พอมีมหาอำนาจลงวงครบ ก็ปิดดีลหยุดยิงราวกับเรื่องเล็กน้อยที่แก้ได้เพียงปลายนิ้ว

                       ผลคือ กัมพูชาได้ทั้งภาพลักษณ์ “ผู้ถูกกระทำ” และได้อำนาจต่อรองเพิ่ม

                      ส่วนฝ่ายไทย  ไม่จำเป็นต้องสร้างละครตบตาใคร ยืนหยัดอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมาในสังคมโลกมาโดยตลอดที่นานาประเทศรับรอง

                     หมากกระดานนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าฝ่ายใดจะพับเก็บหมากแล้วกลับบ้าน

                     มหาอำนาจไม่ได้มาเป็นแค่ผู้สังเกตการณ์ หากแต่มาเพื่อวางหมากตัวใหม่ให้เกมดำเนินต่อ

                    และบางที… “สันติภาพ” ที่เราเห็น อาจเป็นเพียงภาพลวงตาในโรงละครที่พนมเปญกำกับเอง โดยมีปักกิ่งและวอชิงตันนั่งอยู่แถวหน้า พร้อมปรบมือให้ทุกฉากที่ตัวเองมีบทเด่น

                    และเมื่อถึงเวลานั้น  กัมพูชาจะหันหน้าไปคบใครก็ไม่มีผู้ใดเหลียวกลับมามองอีกแล้ว

ข่าวล่าสุด

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ "รากฐาน" ของประเทศ

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ: เมื่ออิหร่าน “ปิด Starlink”

อิหร่านสามารถ ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่าน Starlink ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก พร้อมพาดหัวแรงว่า “Kill Switch—Iran Shuts Down Starlink Internet For First Time”

ส้มโอเวียงแก่นเชียงราย GI น้องใหม่

ขึ้นทะเบียนสินค้า GI “ส้มโอเวียงแก่น” 3 สายพันธุ์ จากจ.เชียงราย ส่งผลให้เป็นจังหวัดที่มี GI มากในไทยถึง 9 รายการ สร้างมูลค่าสู่ชุมชนรวมกว่า 400 ล้านบาทต่อปี

สรุปมหากาพย์ “ITD: ยักษ์ล้มที่กำลังหายใจรวยริน” ฉบับ Droid ตัวจบมาให้!

งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเครนถล่ม แต่มันคือวิกฤต "ไส้เน่า" ที่หมักหมมมานาน จนมูลค่าบริษัทที่เคยเป็นหมื่นล้าน ตอนนี้เหลือแค่พันล้าน!

ข่าวอื่นๆ

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ "รากฐาน" ของประเทศ

ประชาธิปไตย “แพงขึ้น” ทุกครั้งที่เข้าคูหา “เลือกตั้ง” “ประชามติ” ใช้งบภาษีเกือบ 9,000 ล้าน 

การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กับการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองตามปกติ หากแต่เป็น “การลงทุนของรัฐ” ที่ใช้เงินภาษีประชาชนในระดับสูงถึง 8,978,267,690 บาท

ทรัมป์ ระงับวีซ่า  75 ประเทศ ? ไทย ติดโผ…สะท้อนอะไรบ้าง… !

การประกาศของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องการ “ระงับการพิจารณาวีซ่าผู้อพยพ” จาก 75 ประเทศ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในเวทีโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อดังกล่าว