หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ "จริยธรรม" 

เกมปิดประตูตีแมว ภูมิใจไทยถือไพ่ “จริยธรรม” 

เผยแพร่

spot_img

ผลัก“กล้าธรรม” พ้นวงโคจร ครม.

จังหวะน่าอนาถ  สส.สงขลา ถูกเช็กบิลหลังรายงานตัววันเดียว 

“บังเอิญ”  หรือแผนสกัด“เสี้ยนหนาม”  ?

                                สถานการณ์จัดตั้งรัฐบาลถึงจุดเดือด เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่กุมอำนาจการนำในฐานะพรรคอันดับหนึ่ง เริ่มขยับยุทธศาสตร์ “โดดเดี่ยวพรรคกล้าธรรม” อย่างชัดเจน หลังปล่อยให้กระแสข่าวการร่วมรัฐบาลคลุมเครือมานาน

                                ล่าสุดกรณีการออกหมายเรียก สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ในคดีเว็บพนันออนไลน์ทันทีหลังรายงานตัว กลายเป็น “เงื่อนไขทองคำ” ที่ทำให้ภูมิใจไทยใช้เป็นข้ออ้างสกัดกั้นกลุ่มของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ออกจากการจัดสรรโควตารัฐมนตรีอย่างมีชั้นเชิง

                               การรอดูท่าทีของพรรคภูมิใจไทยก่อนหน้านี้ ถูกเฉลยด้วยจังหวะเวลาที่ “แม่นยำ” ราวกับจับวาง เมื่อนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เข้ารายงานตัวต่อสภาฯ เพียงวันเดียว กลับถูก DSI และ ปปง. รุกคืบด้วยคดีฟอกเงินระดับพันล้าน นักวิเคราะห์การเมืองมองว่านี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นการเตรียมการเพื่อ “ทำลายความชอบธรรม” ของพรรคกล้าธรรมตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสภาฯ เพื่อบีบให้พรรคที่มี สส. 58 เสียงนี้ หมดอำนาจต่อรองในการขอส่วนแบ่งเก้าอี้กระทรวงเกรด A ที่ภูมิใจไทยต้องการครอบครองแต่เพียงผู้เดียว

                             ยุทธศาสตร์ “ผลักออก” ครั้งนี้ ทำให้ร้อยเอกธรรมนัสตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เพราะแรงกดดันเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรมของลูกพรรคกลายเป็นกำแพงสูงชันที่ยากจะฝ่าเข้าไปยังทำเนียบรัฐบาล ภูมิใจไทยสามารถประกาศต่อสาธารณชนได้อย่างเต็มภาคภูมิว่า “ต้องเลือกพรรคร่วมที่สะอาด” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้รัฐบาลชุดใหม่ แต่นักสังเกตการณ์มองออกว่า นี่คือการตัดคู่แข่งทางการเมืองที่มีบารมีทับซ้อนกันออกไปจากสมการอำนาจอย่างถาวร

                              อย่างไรก็ตาม ภูมิใจไทยยังเตรียมแผนรองรับหากเกิดการโต้กลับในสภา ด้วยการชูแคนดิเดตนายกฯ สำรองที่เน้นภาพลักษณ์สายเศรษฐกิจและมืออาชีพ เพื่อลดแรงกระแทกจาก “นิติสงคราม” ที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา การที่ภูมิใจไทยไม่รีบดึงกล้าธรรมเข้าร่วมตั้งแต่ต้น สะท้อนให้เห็นว่ามีการ “ประเมินความเสี่ยง” และรอคอยจังหวะที่จะใช้ประเด็นทางกฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการจัดระเบียบขั้วอำนาจใหม่ให้ลงตัวตามที่ตนเองต้องการ

                             ฝ่ายร้อยเอกธรรมนัสเอง แม้จะถูกต้อนเข้ามุม แต่ประวัติศาสตร์การเมืองบ่งชี้ว่าเขาไม่ใช่คนที่ยอมแพ้ง่ายๆ เกมนี้จึงอาจบานปลายไปสู่การ “เปิดข้อมูลลับ” หรือการเดินเกมใต้ดินเพื่อเขย่าเสถียรภาพของแคนดิเดตนายกฯ ฝั่งภูมิใจไทยเป็นการเอาคืน ซึ่งจะทำให้การโหวตเลือกนายกฯ ในรอบที่กำลังจะถึงนี้ เต็มไปด้วยความเสี่ยงและความไม่แน่นอน แม้ภูมิใจไทยจะมั่นใจในแต้มต่อที่มีอยู่ในมือก็ตาม

                             บทสรุปของเกมชิงอำนาจครั้งนี้ คือภาพสะท้อนที่ชัดเจนของคำว่า “ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร” ในวงการเมืองไทย ที่ซึ่งอำนาจไม่ได้ถูกตัดสินด้วยผลโหวตของประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่ถูกขีดเส้นด้วยจังหวะเวลาทางกฎหมายและเล่ห์เหลี่ยมชั้นครู 

                            ประประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศจะได้เห็นบทเรียนราคาแพงว่า สส. ที่เลือกเข้ามาเป็นตัวแทน กำลังใช้ความสามารถในการสู้รบห้ำหั่นกันอย่างเมามัน เพื่อแย่งชิงพื้นที่ยืนในอำนาจ โดยใช้ความชอบธรรมเป็นเพียง “ข้ออ้าง” ในการกำจัดศัตรูทางการเมืองเท่านั้น

2569-03-08   “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

“ใข่ไก่”..แพง… แซงหน้า “นำ้มัน”   วิกฤตปากท้องชนกำแพงอำนาจ

ล่าสุดเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจาก 3.80 บาท เป็น 4.00 บาทต่อฟอง มีผลตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่ข้อมูลราคาขายปลีกที่อัปเดต 24 สิงหาคม พบว่าไข่เบอร์ 4 อยู่ราว 4.05 บาท และเบอร์ 3 ราว 4.35 บาทต่อฟอง

สะโตรก-“ภัยเงียบ” จากแรงขับ “หวาน-มัน-เค็ม”

ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นราว 1.5 แสน ถึง 250,000 รายต่อปี และคร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ รองจากมะเร็งและโรคหัวใจตามบริบทปีนั้นๆ โดยมีผู้เสียชีวิตราว 30,000 - 50,000 คนต่อปี

 เรื่องสั้น   “คืน…ฝนตก”  | “ชัยทัศน์”

เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มก่อนจะสำลักไอเสียออกมาเป็นจังหวะสุดท้ายแล้วดับสนิทลง ท่ามกลางเสียงคำรามของท้องฟ้ากัมปนาททั่วหุบเขา “เอก” ทุบพวงมาลัยด้วยความโมโห เข็มความร้อนของรถคันเก่งพุ่งสูงจนมิดเกจ์แดงฉานเหมือนคำเตือนจากนรก

รัฐบาลเจอ “ศึกหนัก” ทั้งใน-นอกสภา ปมทุจริต-ฮั้ว สว.-เขากระโดง-ชายแดนใต้

สถานการณ์การเมืองไทยในห้วงเวลานี้กำลังทวีความร้อนระอุขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังถูกทดสอบอย่างหนักจากสารพัดปัญหารุมเร้า

ข่าวอื่นๆ

“ใข่ไก่”..แพง… แซงหน้า “นำ้มัน”   วิกฤตปากท้องชนกำแพงอำนาจ

ล่าสุดเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจาก 3.80 บาท เป็น 4.00 บาทต่อฟอง มีผลตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่ข้อมูลราคาขายปลีกที่อัปเดต 24 สิงหาคม พบว่าไข่เบอร์ 4 อยู่ราว 4.05 บาท และเบอร์ 3 ราว 4.35 บาทต่อฟอง

สะโตรก-“ภัยเงียบ” จากแรงขับ “หวาน-มัน-เค็ม”

ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นราว 1.5 แสน ถึง 250,000 รายต่อปี และคร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ รองจากมะเร็งและโรคหัวใจตามบริบทปีนั้นๆ โดยมีผู้เสียชีวิตราว 30,000 - 50,000 คนต่อปี

รัฐบาลเจอ “ศึกหนัก” ทั้งใน-นอกสภา ปมทุจริต-ฮั้ว สว.-เขากระโดง-ชายแดนใต้

สถานการณ์การเมืองไทยในห้วงเวลานี้กำลังทวีความร้อนระอุขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังถูกทดสอบอย่างหนักจากสารพัดปัญหารุมเร้า