หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเมื่อ “งาน” กับ “คน” เดินสวนทางกัน  ...

เมื่อ “งาน” กับ “คน” เดินสวนทางกัน  วิกฤตทักษะหลงยุคฉุดเศรษฐกิจไทย

เผยแพร่

spot_img

ปริญญาเกลื่อนเมืองแต่โรงงานร้างช่าง 

เมื่อระบบการศึกษาผลิตคนตกงาน แต่ตลาดงานต้องง้อต่างชาติ

                            จากการสืบค้นข้อมูลล่าสุดของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ และรายงานภาวะสังคมไทยจาก สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พบตัวเลขที่น่าตกใจว่าไทยมีผู้ว่างงานสะสมสูงถึง 5.3 แสนคน โดยในจำนวนนี้กว่าร้อยละ 45 เป็นผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรีใน กลุ่มวิชาทั่วไป อาทิ รัฐศาสตร์, บริหารธุรกิจ สาขาการจัดการทั่วไป  และนิเทศศาสตร์ ซึ่งเป็นกลุ่มงานที่ถูกเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์  และระบบอัตโนมัติเข้าแทนที่บทบาทเดิมไปแล้วกว่าร้อยละ 70

                           ในทางตรงกันข้าม ข้อมูลจาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) กลับระบุว่า ตลาดแรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย  เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV), พลังงานสะอาด และวิศวกรรมข้อมูล (Data Engineering)   กำลังขาดแคลนแรงงานขั้นสูงอย่างหนัก  โดยมีตำแหน่งงานว่างที่หาคนทำงานไม่ได้ค้างอยู่ในระบบรวมกว่า 2 แสนตำแหน่ง 

                           ปรากฏการณ์ “มีงานไม่มีคน-มีคนไม่มีงาน” นี้ กำลังกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ไม่สามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย

                           เมื่อเปรียบเทียบกับภูมิภาคอาเซียน พบว่าไทยกำลังเดินตามรอยความล้มเหลวของ ฟิลิปปินส์ ในภาวะ “วุฒิการศึกษาเกินจริง” (Overeducation) ที่ผลิตบัณฑิตปริญญาตรีล้นตลาดจนต้องยอมทำงานระดับล่างเพื่อประทังชีวิต ขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่าง เวียดนาม กลับรุกคืบด้วยการปฏิรูปการศึกษาโดยมุ่งเน้น สะเต็มศึกษา (STEM) ซึ่งเป็นการบูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับการแก้ปัญหาจริง ควบคู่ไปกับการผลิต อาชีวะพรีเมียม หรือช่างเทคนิคชั้นสูงที่เชี่ยวชาญหุ่นยนต์และระบบดิจิทัล เพื่อรองรับฐานการผลิตโลก ส่งผลให้บัณฑิตเวียดนามมีทักษะตรงโจทย์การลงทุนของบริษัทข้ามชาติมากกว่าแรงงานไทยในปัจจุบัน

                            ปัจจุบัน การแก้ปัญหาของภาครัฐผ่าน กระทรวงแรงงาน และ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ยังคงเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เช่น การจัดมหกรรมหางานหรือโครงการจ้างงานระยะสั้น ซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหารากเหง้าได้   สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญเสนอคือการ  “รื้อโครงสร้างงบประมาณ”   โดยเลิกให้งบอุดหนุนรายหัวแก่คณะที่ตลาดงานอิ่มตัว และเปลี่ยนมาลงทุนในศูนย์ฝึก Re-skill ระยะสั้นที่ร่วมมือกับภาคเอกชนโดยตรง  เพื่อปรับเปลี่ยนทักษะบัณฑิตสายสังคมให้เป็นแรงงานสายเทคนิคภายใน 6-12 เดือน

                            หากภาครัฐยังไม่เร่งปรับจังหวะการผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของโลก สิ่งที่จะตามมาคือวิกฤตความเหลื่อมล้ำสุดขั้ว บัณฑิตไทยที่จบสูงจะถูกผลักไปสู่ภาคบริการรายได้ต่ำ ขณะที่ตำแหน่งงานรายได้สูงจะถูกยึดครองโดยแรงงานทักษะสูงจากต่างชาติ 

                           สุดท้ายประเทศไทยจะกลายเป็นเพียง “ที่ตั้งโรงงาน” ที่คนไทยไม่มีส่วนร่วมในกำไรมูลค่าสูง กลายเป็นประเทศที่รวยกระจุกในกลุ่มเจ้าของเทคโนโลยี แต่จนกระจายในกลุ่มแรงงานทักษะเก่าที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างถาวร

                         เมื่อ “ครัวของโลก” อาจเป็นได้เพียงพื้นที่บริการอาหารให้กับกลุ่มแรงงานทักษะสูงจากต่างชาติ ขณะที่บัณฑิตเกียรตินิยมของไทยจำนวนมากจำต้องประกอบอาชีพรับส่งสินค้าเพียงเพื่อประคองตัวรอด นี่คือภาพสะท้อนของความล้มเหลวในการวางนโยบายที่เดินไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก และการติดหล่มอยู่ในความสำเร็จของการผลิตคนในเชิงปริมาณที่ไร้ทิศทางอย่างแท้จริง

2569-04-25   “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

“ซิม” จดทะเบียนทะลุ “100 ล้านเบอร์“  สวนทางประชากรจริงและกลุ่มวัยผู้ใช้

วิกฤตประชากรเสมือน เมื่อสถิติเลขหมายสะท้อนรอยรั่วความมั่นคงดิจิทัล กสทช. เร่งล้อมคอกซิมม้าภายใต้ประกาศใหม่ ท่ามกลางความท้าทายของสแกมเมอร์ข้ามพรมแดน

เรียกร้องรัฐบาลและรัฐสภาเร่งผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

80 องค์กรประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ประชาชนไทยกา “เห็นชอบ” เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สร้างประชาธิปไตยสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

“รัฐมนตรี” ต้องไม่ใช่ “นักรบอารมณ์” บนเวทีการเมือง

กรณีวิวาทะระหว่าง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับ ปิยบุตร แสงกนกกุล ในประเด็น “อคติส่วนตัวของรัฐมนตรี” กำลังสะท้อนปัญหาที่ลึกกว่า “การเถียงกันทางการเมือง” มันกำลังสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่“อารมณ์” เริ่มแทรกเหนือ “วุฒิภาวะ” และนั่นคือสัญญาณอันตรายของสังคมประชาธิปไตยทุกแห่งในโลก รัฐมนตรีไม่ใช่เพียง “คนชนะเลือกตั้ง” แต่คือ “ผู้ใช้อำนาจรัฐ” ซึ่งหมายความว่าทุกคำพูดทุกท่าทีทุกอคติล้วนส่งผลต่อประชาชนทั้งประเทศ หากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแสดงออกด้วยความโกรธ...

ข่าวอื่นๆ

“ซิม” จดทะเบียนทะลุ “100 ล้านเบอร์“  สวนทางประชากรจริงและกลุ่มวัยผู้ใช้

วิกฤตประชากรเสมือน เมื่อสถิติเลขหมายสะท้อนรอยรั่วความมั่นคงดิจิทัล กสทช. เร่งล้อมคอกซิมม้าภายใต้ประกาศใหม่ ท่ามกลางความท้าทายของสแกมเมอร์ข้ามพรมแดน

ครึ่งวัน ทะลุ 21 ล้านแห่ชิงสิทธิ “60/40”  สะท้อนวิกฤตเงินตึงมือทั่วหน้า

ปรากฏการณ์ประชาชนแห่หลั่งไหลเข้าสู่ระบบจนยอดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” พุ่งทะลุเกินกว่า 21.5 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงครึ่งวันแรก

แบตเตอรี่ลิเธียมล้นเมือง  ความท้าทายใหม่ที่รัฐต้องเร่งจัดการ

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญของข่าวรถขนส่งแบตเตอรี่บนทางด่วนบูรพาวิถีเกืดเหตุระเบิด เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความตระหนกให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่ยังเป็น "กรณีศึกษา" สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบโลจิสติกส์ขยะอันตรายในประเทศไทย