หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเมื่อ "ตั๋วเฟิร์สคลาส" สวนทางหยาดเหงื่อ !  ...

เมื่อ “ตั๋วเฟิร์สคลาส” สวนทางหยาดเหงื่อ !  ถอดบทเรียน กบข. ถึงทางตันประกันสังคม

เผยแพร่

spot_img

เมื่อ “ศรัทธา“ ล้มก่อนกองทุน   วิกฤตความเชื่อมั่นบอร์ดประกันสังคม  ไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล แต่คือปัญหาโครงสร้าง

                                จากคำอภิปรายของ สส. สู่คำถามของผู้ประกันตนทั้งประเทศ ระบบที่ขาดความโปร่งใสกำลังบั่นทอนความชอบธรรมของหลักประกันแรงงาน

                               ปัญหาประกันสังคมที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนักในเวลานี้ ไม่ได้ปะทุขึ้นจากเหตุการณ์เพียงครั้งเดียว แต่สะสมจากความย้อนแย้งที่สาธารณะมองเห็น ล่าสุดคือกรณีการตั้งงบค่าตั๋วเครื่องบินชั้น First Class ของบอร์ดบริหารที่สูงถึงใบละเกือบ 5 แสนบาท ซึ่งถูกนำไปเปรียบเทียบกับหยาดเหงื่อของแรงงานที่ต้องส่งเงินสมทบทั้งชีวิตกว่า 25 ปี ถึงจะเท่ากับค่าตั๋วเพียงใบเดียว ภาพสะท้อนนี้คือ “ระเบิดเวลา” ที่สั่นคลอนรากฐานความเชื่อมั่นต่อกองทุน 2.9 ล้านล้านบาท จนยากจะประสาน

                              ต้นตอปัญหาส่วนหนึ่งมาจากแรงกดดันในสภาที่อภิปรายถึงความไม่โปร่งใสในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ราคาแพงและความคลุมเครือของผลตอบแทน เมื่อภาพความฟุ่มเฟือยของบอร์ดปรากฏขึ้นในจังหวะที่รัฐพยายามจะ “ขยายอายุเกษียณ” และ “เก็บเงินเพิ่ม” ความไม่สบายใจจึงพัฒนาไปสู่ความไม่เชื่อมั่น ผู้ประกันตนเริ่มตั้งคำถามว่าเงินของเขาถูกบริหารด้วยหลักคิดแบบใด และคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ส่งเงินเป็นศูนย์กลางจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียง “ตู้เอทีเอ็ม” ของระบบราชการ

                                เมื่อหันไปมอง กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จะเห็นภาพที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง กบข. บริหารงานภายใต้นิยาม “กองทุนมืออาชีพ” ที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการแต่เป็นนิติบุคคลเฉพาะด้าน ล่าสุดในปี 2568 กบข. โชว์ผลตอบแทนพุ่งสูงถึง 5.18% ชนะเงินเฟ้ออย่างขาดลอยจากการบริหารพอร์ตเชิงรุก-เชิงรับ (SAA) และการดึง “ทองคำ” เข้ามาปิดความเสี่ยง จุดเด่นที่ทำให้ข้าราชการพอใจและไร้เสียงติติงคือการให้ “ทางเลือก” สมาชิกสามารถเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะกับตนเองได้ เช็กยอดเงินผ่านแอปพลิเคชั่น ได้แบบเรียลไทม์ และมีความโปร่งใสในระดับที่สมาชิก “รู้สึกเป็นเจ้าของเงิน” จริงๆ

                               ความสำเร็จของ กบข. สอดคล้องกับมาตรฐานโลกอย่าง เกาหลีใต้ National Pension Service  NPS  ที่เปิดเผยข้อมูลการลงทุนทุกรายการต่อสาธารณะ และ สิงคโปร์ Central Provident Fund CPF  ที่เน้นความเรียบง่ายและตรวจสอบได้ 

                               แนวทางเหล่านี้สะท้อนว่าความมั่นคงของระบบไม่ได้เกิดจากตัวเลขเงินกองทุนที่ใหญ่โตเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาด  “ความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อโครงสร้างการบริหาร” ซึ่งประกันสังคมไทยกำลังสอบตกอย่างรุนแรงในวิชานี้

                               การแก้ไขจึงไม่อาจหยุดแค่การเปลี่ยนตัวบุคคล แต่ต้องสปฏิรูปให้ประกันสังคมเป็นองค์กรอิสระที่บริหารโดยมืออาชีพตามโมเดล กบข. เพื่อกู้ศรัทธากลับมา ก่อนจะเริ่มใช้กลยุทธ์ “ขยับทีละนิด เติมสิทธิให้เห็น” คือการขยายอายุเกษียณขึ้นปีละ 1-2 เดือนอย่างเป็นขั้นบันได ควบคู่กับการมอบสวัสดิการชดเชยที่คุ้มค่า หากบอร์ดบริหารยังนั่งเฟิร์สคลาสแต่สั่งให้แรงงานเกษียณช้าลง การปฏิรูปใดย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้ภายใต้แรงต้านของมวลชน

                                ภายใต้โครงสร้างปัจจุบัน ระบบประกันสังคมอาจเดินหน้าได้ตามกฎหมาย แต่หากไร้ซึ่งความเชื่อมั่นจากแรงงานที่เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ การปฏิรูปก็จะเป็นเพียงการยื้อเวลาไปสู่ความล้มเหลว รัฐต้องพิสูจน์ความจริงใจด้วยการ “ทำความสะอาดบ้าน” และทำให้ผู้ประกันตนรู้สึกว่าเงินทุกบาทถูกบริหารอย่างคุ้มค่า เพื่อให้หลักประกันวัยเกษียณยืนหยัดอยู่ได้จนถึงวันที่พวกเขาต้องการมันจริงๆ

                              “ท้ายที่สุด การขยับอายุเกษียณหรือการเพิ่มเงินสมทบจะเป็นเพียงการต่อลมหายใจที่เปล่าประโยชน์ หากไม่เริ่มด้วยการ “ปรับโครงสร้างทั้งระบบ”  เพื่อเปลี่ยนประกันสังคมจากระบบรัฐราชการที่เทอะทะและขาดธรรมาภิบาล ให้กลายเป็นกองทุนมหาชนที่บริหารโดยมืออาชีพอย่างเต็มตัว 

                              การปฏิรูปต้องเริ่มจาก“การรื้อ” นั่งร้านโครงสร้างเดิมที่เอื้อต่อการใช้อำนาจที่ตรวจสอบไม่ได้ แล้วสร้างบ้านใหม่ที่เปิดเผย โปร่งใส และมีสมาชิกเป็นเจ้าของร่วมกันอย่างแท้จริง มิฉะนั้น ไม่ว่ากองทุนจะมีเงินกี่ล้านล้านบาท ก็ไม่อาจซื้อความเชื่อมั่นที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้”

2569-02-06  “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

คมดาบแห่ง “อำนาจ” บนคานงัด “ความเป็นธรรม !”   เมื่อคำสั่งต้องเดินตามกฎ แต่ผู้มีอำนาจต้องไม่ลืมว่า…ปลายทางคือประชาชน !

ในประวัติศาสตร์การปกครองของมนุษย์ “อำนาจ” (Power) ไม่เคยเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับออกคำสั่ง หากแต่เป็นความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากคำสั่งนั้นด้วย

“สิงห์คลาสสิก” ปะทะ “สิงห์ดิจิทัล”   เมื่อสายบังคับบัญชา ปะทะโลกโซเชียล ปมร้อนนายอำเภอบ้านสร้าง

คำสั่งกรมการปกครองที่ให้นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนทันที

“รถฉุกเฉิน” …สิทธิใช้ทาง กับ..“ฉุกเฉินจริงไหม ?”  กฎหมายต้องให้ทาง แต่ระบบต้องตอบให้ได้ว่า…ใครคือ “รถฉุกเฉิน”

รัฐเร่งตรวจสอบและเดินหน้า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินดิจิทัล Digital EMS และ แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ NDEMS National Digital Emergency Medical

เรื่องสั้น  “บ้านชายป่า”

ศพแรกถูกพบในเช้าวันจันทร์ ชายวัยกลางคนหายออกจากบ้านไปตั้งแต่คืนก่อน และไม่มีใครรู้ว่าเขาเข้าไปในป่าทำไม กระทั่งรุ่งเช้า ชาวบ้านพบร่างของเขานอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ห่างจากถนนไม่ถึงสองกิโลเมตร หนึ่งสัปดาห์ต่อมา มีศพที่สอง

ข่าวอื่นๆ

คมดาบแห่ง “อำนาจ” บนคานงัด “ความเป็นธรรม !”   เมื่อคำสั่งต้องเดินตามกฎ แต่ผู้มีอำนาจต้องไม่ลืมว่า…ปลายทางคือประชาชน !

ในประวัติศาสตร์การปกครองของมนุษย์ “อำนาจ” (Power) ไม่เคยเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับออกคำสั่ง หากแต่เป็นความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากคำสั่งนั้นด้วย

“สิงห์คลาสสิก” ปะทะ “สิงห์ดิจิทัล”   เมื่อสายบังคับบัญชา ปะทะโลกโซเชียล ปมร้อนนายอำเภอบ้านสร้าง

คำสั่งกรมการปกครองที่ให้นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนทันที

“รถฉุกเฉิน” …สิทธิใช้ทาง กับ..“ฉุกเฉินจริงไหม ?”  กฎหมายต้องให้ทาง แต่ระบบต้องตอบให้ได้ว่า…ใครคือ “รถฉุกเฉิน”

รัฐเร่งตรวจสอบและเดินหน้า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินดิจิทัล Digital EMS และ แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ NDEMS National Digital Emergency Medical