วันอังคาร, มกราคม 20, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเห็นทีผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องรับเคราะห์ เมื่อเพิกเฉยต่อคำเตือนภัยพิบัติน้ำท่วม

เห็นทีผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องรับเคราะห์ เมื่อเพิกเฉยต่อคำเตือนภัยพิบัติน้ำท่วม

เผยแพร่

spot_img

น้ำท่วมครั้งใหญ่ในนครหาดใหญ่คร่าชีวิตประชาชนและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ขณะเดียวกันเกิดคำถามถึงความรับผิดชอบของนายกเทศมนตรีที่เพิกเฉยต่อคำเตือนของ สทนช. และ ปภ. แม้จะได้รับข้อมูลล่วงหน้าว่าน้ำอาจท่วมสูง แต่กลับประเมินด้วยคำว่า “เอาอยู่”

เหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในเทศบาลนครหาดใหญ่ สร้างความเสียหายวงกว้างทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของเมือง ขณะนี้กำลังกลายเป็นประเด็นทางกฎหมายหลังมีข้อมูลชัดว่า หน่วยงานส่วนกลางอย่างสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้แจ้งเตือนล่วงหน้าให้พื้นที่เตรียมการอพยพประชาชน แต่ฝ่ายเทศบาลกลับยืนยันว่า “เอาอยู่” จนเกิดความสูญเสียที่อาจหลีกเลี่ยงได้หากมีการดำเนินการตามขั้นตอนป้องกันภัยตามกฎหมาย

นักกฎหมายชี้ว่า กรณีนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ซึ่งกำหนดหน้าที่ของผู้บริหารท้องถิ่นให้แจ้งเตือนประชาชน สั่งอพยพ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าภัยพิบัติอาจเกิดขึ้น มาตรา 31 และ 33 ระบุชัดเจนว่าการละเลยคำเตือนที่ได้รับจากหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นการละเว้นหน้าที่โดยตรง และหากผลของการละเลยนั้นนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงต่อประชาชน ผู้บริหารท้องถิ่นอาจต้องรับผิดชอบทั้งทางปกครองและทางอาญา

ในด้านตำแหน่งทางการเมือง นักกฎหมายย้ำว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายตาม มาตรา 78 แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งท้องถิ่น พ.ศ. 2562 ซึ่งเปิดทางให้ประชาชนยื่นถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่นที่ “ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ได้โดยตรง โดยขณะนี้มีรายงานว่าชาวบ้านบางส่วนกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ข้อเท็จจริงที่มีคำเตือนชัดเจนจากหน่วยงานด้านน้ำและภัยพิบัติ แต่กลับไม่มีคำสั่งอพยพหรือการแจ้งเตือนประชาชน ทำให้โอกาสในการยื่นถอดถอนมีน้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากความรับผิดทางปกครองแล้ว นักกฎหมายบางส่วนยังเห็นว่า หากพิสูจน์ได้ว่าการเพิกเฉยมีส่วนทำให้เกิดการเสียชีวิตของประชาชน อาจต้องพิจารณาความรับผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญาในข้อหาประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 

กรณีนี้จึงไม่ใช่เพียง “ความผิดพลาดทางการบริหาร” แต่เป็นประเด็นทดสอบความรับผิดชอบของผู้บริหารท้องถิ่นต่อหน้าที่ตามกฎหมาย และเป็นตัวอย่างสำคัญของการตรวจสอบอำนาจรัฐโดยภาคประชาชนในภาวะภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

คำว่า “เอาอยู่” กลับกลายเป็นบทเรียนราคาแพง เมื่อน้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนและชีวิตประชาชนอันเป็นภัยพิบัติ หลายคนคงต้องถามตัวเองว่า การเชื่อมั่นเกินไปนี่จะเรียกว่า “เอาไม่อยู่” ได้หรือไม่    ความมั่นใจในมือผู้บริหารบางครั้งอาจจมลงพร้อมกับน้ำ

2/12/2568    “ชัยทัศน์“  ผู้เขียน

ข่าวล่าสุด

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ "รากฐาน" ของประเทศ

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ: เมื่ออิหร่าน “ปิด Starlink”

อิหร่านสามารถ ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่าน Starlink ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก พร้อมพาดหัวแรงว่า “Kill Switch—Iran Shuts Down Starlink Internet For First Time”

ส้มโอเวียงแก่นเชียงราย GI น้องใหม่

ขึ้นทะเบียนสินค้า GI “ส้มโอเวียงแก่น” 3 สายพันธุ์ จากจ.เชียงราย ส่งผลให้เป็นจังหวัดที่มี GI มากในไทยถึง 9 รายการ สร้างมูลค่าสู่ชุมชนรวมกว่า 400 ล้านบาทต่อปี

สรุปมหากาพย์ “ITD: ยักษ์ล้มที่กำลังหายใจรวยริน” ฉบับ Droid ตัวจบมาให้!

งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเครนถล่ม แต่มันคือวิกฤต "ไส้เน่า" ที่หมักหมมมานาน จนมูลค่าบริษัทที่เคยเป็นหมื่นล้าน ตอนนี้เหลือแค่พันล้าน!

ข่าวอื่นๆ

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ "รากฐาน" ของประเทศ

ประชาธิปไตย “แพงขึ้น” ทุกครั้งที่เข้าคูหา “เลือกตั้ง” “ประชามติ” ใช้งบภาษีเกือบ 9,000 ล้าน 

การจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรควบคู่กับการออกเสียงประชามติในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการทางการเมืองตามปกติ หากแต่เป็น “การลงทุนของรัฐ” ที่ใช้เงินภาษีประชาชนในระดับสูงถึง 8,978,267,690 บาท

ทรัมป์ ระงับวีซ่า  75 ประเทศ ? ไทย ติดโผ…สะท้อนอะไรบ้าง… !

การประกาศของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องการ “ระงับการพิจารณาวีซ่าผู้อพยพ” จาก 75 ประเทศ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในเวทีโลก รวมถึงประเทศไทยที่มีชื่ออยู่ในรายชื่อดังกล่าว