หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเอลนีโญจ่อแรงมาก…ไทย-เพื่อนบ้านต้องรับมือก่อนวิกฤต

เอลนีโญจ่อแรงมาก…ไทย-เพื่อนบ้านต้องรับมือก่อนวิกฤต

เผยแพร่

spot_img

INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”

ประจำวันที่ 5 ตุลาคม  2569

“แล้ง-ร้อน-ฝนสุดขั้ว” อาจเกิดพร้อมกัน รัฐต้องบริหารน้ำด้วยข้อมูล ไม่ใช่รอให้ปัญหาปรากฏ

                                องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO / World Meteorological Organization) เตือนว่า เอลนีโญมีโอกาสเกือบ 100% ที่จะต่อเนื่องถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ขณะที่ สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA/ National Oceanic and Atmospheric Administration) ประเมินโอกาสมากกว่า 90% ที่จะพัฒนาเป็นระดับรุนแรงมาก และมีโอกาส 75% ที่ช่วงเดือนตุลาคม,ธันวาคม 2569 จะทำสถิติสูงกว่าปรากฏการณ์ที่ผ่านมา แต่ความแรงของเอลนีโญในมหาสมุทรแปซิฟิก ไม่ใช่คำทำนายว่าฝนในประเทศไทยทุกพื้นที่จะลดลงเท่ากัน

                                เอลนีโญกำลังเข้าสู่ช่วงที่ต้องจับตาอย่างจริงจัง เพราะ WMO ประเมินว่าโอกาสที่ปรากฏการณ์จะคงอยู่ถึงกุมภาพันธ์ 2570 อยู่ในระดับเกือบ 100% ขณะที่ NOAA ประเมินโอกาสมากกว่า 90% ที่จะเป็นเอลนีโญระดับรุนแรงมาก และ 75% ที่ช่วงตุลาคม,ธันวาคม 2569 จะมีค่าความรุนแรงสูงกว่าสถิติเดิมนับตั้งแต่ปี 2493 แต่สิ่งที่ไทยต้องระวังคือ “ความไม่แน่นอนของผลกระทบ” เพราะเอลนีโญสามารถเพิ่มความเสี่ยงอากาศร้อน ฝนทิ้งช่วง และภัยแล้ง ขณะเดียวกันมรสุม ระบบความกดอากาศ และปัจจัยจากมหาสมุทรอินเดียยังทำให้บางพื้นที่เกิดฝนหนักหรือน้ำท่วมได้ กรมอุตุนิยมวิทยาเพิ่งออกประกาศเตือนฝนหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของไทยช่วงปลายเดือนกันยายน สะท้อนว่า “ฝนมากวันนี้” ไม่ได้แปลว่า “น้ำพอในวันหน้า”

                              สัญญาณจากมหาสมุทรกำลังเปลี่ยน แต่ผลกระทบไม่ได้เดินตามเส้นตรง  WMO ระบุว่าเอลนีโญก่อตัวชัดเจนแล้วและคาดว่าจะรุนแรงขึ้น โดยแบบจำลองชี้โอกาสเกือบ 100% ที่จะคงอยู่ถึงกุมภาพันธ์ 2570 พร้อมความเสี่ยงต่ออุณหภูมิสูงและการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบฝนทั่วโลก ขณะที่ NOAA ระบุว่าในช่วงตุลาคม,ธันวาคม 2569 มีโอกาส 75% ที่ค่าความรุนแรงจะเข้าสู่ระดับที่ถือเป็นเหตุการณ์ประวัติการณ์เมื่อเทียบกับข้อมูลตั้งแต่ปี 2493 และมีโอกาสมากกว่า 90% ที่จะเป็นเหตุการณ์ระดับ “หนักมาก” 

                             อย่างไรก็ตาม WMO ยังเตือนว่าปัจจัยอื่น โดยเฉพาะ ดัชนีมหาสมุทรอินเดีย หรือ IOD (Indian Ocean Dipole) สามารถเสริม ลด หรือเปลี่ยนรูปแบบผลกระทบของเอลนีโญในแต่ละภูมิภาคได้ ดังนั้น ตัวเลขความรุนแรงของเอลนีโญจึงควรถูกใช้เป็น “สัญญาณเตือน” มากกว่าจะถูกตีความเป็นตัวเลขคาดการณ์ปริมาณฝนของประเทศไทยโดยตรง

                             ไทยกำลังเผชิญโจทย์ “ฝนหนักวันนี้ น้ำอาจไม่พอวันหน้า”   ข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยาในช่วงปลายเดือนกันยายนระบุว่าร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำยังทำให้เกิดฝนหนักถึงหนักมากในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพฯ และภาคตะวันออกในบางช่วง   แต่ในทางบริหารน้ำ สิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่เพียง “ฝนตกหรือไม่ตก” หากเป็น ฝนตกตรงไหน ตกเมื่อไร และน้ำถูกเก็บไว้ใช้ได้มากเพียงใด เพราะหากฝนตกหนักเป็นช่วงสั้น ๆ แต่น้ำไหลลงพื้นที่ลุ่มหรือออกจากระบบเร็ว ขณะที่ช่วงสำคัญของการเพาะปลูกกลับเกิดฝนทิ้งช่วง เกษตรกรอาจประสบปัญหาขาดน้ำได้แม้ยอดฝนทั้งปีไม่ได้ต่ำผิดปกติ FAO ก็เตือนว่าเอลนีโญสามารถเพิ่มความเสี่ยงภัยแล้งทางการเกษตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเสนอให้ใช้มาตรการเชิงป้องกันก่อนความเสียหายเกิดขึ้น 

                                   เมื่อมองข้ามพรมแดน นี่ไม่ใช่ปัญหาของไทยประเทศเดียว    FAO ระบุว่าความเสี่ยงภัยแล้งจากเอลนีโญครอบคลุมพื้นที่เกษตรในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเมียนมา ไทย กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และประเทศอื่นในภูมิภาค  แต่ “ความเปราะบาง” ของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน อินโดนีเซียมีประเด็นฝนลดและไฟป่าที่ต้องจับตา ขณะที่กัมพูชาและลาวพึ่งพาการเกษตรและน้ำฝนในสัดส่วนสูง ส่วนเวียดนาม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำโขง ต้องติดตามทั้งน้ำต้นทุนและความเสี่ยงด้านน้ำเค็ม ส่วนเมียนมาต้องพิจารณาความสามารถในการรับมือและช่วยเหลือประชาชนควบคู่กับสภาพอากาศ สำหรับไทย จุดเปราะบางอยู่ที่การบริหารน้ำเพื่อการเกษตร พลังงาน และต้นทุนอาหาร ดังนั้นการแข่งขันแย่งใช้น้ำอาจไม่ได้เกิดเฉพาะในประเทศ แต่อาจเชื่อมโยงกับระบบแม่น้ำโขงและห่วงโซ่อาหารของทั้งภูมิภาค

                           คำถามจึงไม่ใช่ “เอลนีโญจะมาไหม” แต่คือ “รัฐเตรียมตัวทันหรือยัง”   ไทยมีแผนจัดสรรน้ำและเพาะปลูกในเขตชลประทานสำหรับปี 2569 อยู่แล้ว และกรมชลประทานระบุถึงการบริหารน้ำเพื่อให้มีน้ำเพียงพอตลอดฤดูฝนและกักเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้ง 2569/70 แต่เมื่อ WMO และ NOAA ประเมินว่าเอลนีโญอาจรุนแรงมาก สิ่งที่ควรเพิ่มคือการบริหารแบบ “พื้นที่ ช่วงเวลา” ไม่ใช่ตัวเลขรวมทั้งประเทศเพียงตัวเดียว ต้องประเมินน้ำต้นทุนเป็นรายลุ่มน้ำ แจ้งเกษตรกรล่วงหน้าว่าพื้นที่ใดควรลดหรือเลื่อนการเพาะปลูก ส่งเสริมพืชใช้น้ำน้อย เตรียมอาหารสัตว์และน้ำสำรอง รวมถึงเชื่อมข้อมูลกับประเทศเพื่อนบ้านเรื่องน้ำและไฟป่าข้ามแดน เพราะ FAO เองกำลังผลักดันแนวทาง การลงมือก่อนเกิดภัย  เพื่อป้องกันความเสียหายก่อนที่ภัยจะกลายเป็นวิกฤตอาหารและรายได้ 

                               สิ่งที่ต้องระวังคือ “กับดักของตัวเลข”   ถ้าฝนตกหนัก รัฐอาจสบายใจว่าน้ำยังมี แต่ถ้าอีกไม่กี่เดือนฝนทิ้งช่วง ตัวเลขเดียวกันอาจกลายเป็นปัญหาอีกแบบหนึ่ง ขณะเดียวกันถ้าประกาศว่า “เอลนีโญรุนแรง” แล้วสั่งลดการใช้น้ำทั่วประเทศโดยไม่แยกพื้นที่ ก็อาจสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจเกินความจำเป็น เพราะผลของเอลนีโญไม่เหมือนกันทุกภูมิภาคและไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดภัยแล้งในทุกพื้นที่ ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลควรสร้างไม่ใช่เพียง “ศูนย์บัญชาการภัยแล้ง” แต่เป็นระบบที่เปลี่ยนข้อมูลพยากรณ์ให้กลายเป็นคำสั่งปฏิบัติได้จริง ตั้งแต่ระดับเขื่อน ลุ่มน้ำ จังหวัด ไปจนถึงเกษตรกรรายพื้นที่

                             เมื่อข้อมูลสภาพภูมิอากาศสามารถแจ้งเตือนได้ล่วงหน้าหลายเดือน สิ่งที่ภาครัฐควรให้ความสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการติดตามสถานการณ์ แต่คือการแปลงข้อมูลดังกล่าวให้เป็นแผนปฏิบัติที่ชัดเจนในระดับพื้นที่ หากมีการประเมินว่าเอลนีโญอาจรุนแรงขึ้น การเตรียมความพร้อมก็ควรเริ่มก่อนที่ระดับน้ำในเขื่อนจะลดลง หรือความเสียหายทางการเกษตรจะเกิดขึ้น เพราะการบริหารจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ ไม่ควรเริ่มต้นจากการประกาศว่า “เกิดปัญหาแล้ว” แต่ควรเริ่มตั้งแต่วันที่ข้อมูลบอกว่า “ปัญหาอาจกำลังจะมา”

ข่าวล่าสุด

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนญี่ปุ่น   ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านกีฬา 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 14–22 ตุลาคม พุทธศักราช 2569 ในฐานะที่ทรงดำรงตำแหน่งทูตฮอกกี้น้ำแข็งหญิงโลก

13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช    พระราชปณิธานแห่งการพัฒนา รากฐานแห่งความผาสุกของแผ่นดิน

วันที่ 13 ตุลาคม เป็นวัน“นวมินทรมหาราช” วันคล้ายวันสวรรคตแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วาระสำคัญที่ปวงชนชาวไทยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

โลก…กำลังมองไทย !   แต่ “ไทย“ พร้อมหรือยังที่จะมองเห็นปัญหาของตัวเอง ?

วันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026)

จากโบ๊เบ๊-ประตูน้ำ-พาหุรัด-สำเพ็ง ถึงวันที่ “คนซื้อ” ไม่ต้องเดินเข้าตลาด

โบ๊เบ๊,ประตูน้ำ,พาหุรัด,สะพานหัน, และสำเพ็ง เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการค้าส่งไทย แต่วันนี้ร้านค้าที่เคยคึกคักต้องเผชิญยอดขายที่เปลี่ยนไป ลูกค้าเดินทางมาน้อยลง และบางพื้นที่มีร้านปิดหรือประกาศให้เช่าต่อ

ข่าวอื่นๆ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนญี่ปุ่น   ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านกีฬา 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 14–22 ตุลาคม พุทธศักราช 2569 ในฐานะที่ทรงดำรงตำแหน่งทูตฮอกกี้น้ำแข็งหญิงโลก

13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช    พระราชปณิธานแห่งการพัฒนา รากฐานแห่งความผาสุกของแผ่นดิน

วันที่ 13 ตุลาคม เป็นวัน“นวมินทรมหาราช” วันคล้ายวันสวรรคตแห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วาระสำคัญที่ปวงชนชาวไทยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

โลก…กำลังมองไทย !   แต่ “ไทย“ พร้อมหรือยังที่จะมองเห็นปัญหาของตัวเอง ?

วันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026)