หน้าแรกINSIDE - INSIGHTแย่งกันตั้งนายกฯ การเมืองไทยเข้าสู่ศึกชี้ชะตาใหม่ 

แย่งกันตั้งนายกฯ การเมืองไทยเข้าสู่ศึกชี้ชะตาใหม่ 

เผยแพร่

spot_img

ขณะเศรษฐกิจทรุดเรื่อย ๆ และปัญหาชายแดน  ไทย-กัมพูชา ยังคุกรุ่นตลอดเวลา

  หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สองพรรคการเมืองใหญ่ เพื่อไทย และ ภูมิใจไทย ต่างเร่งวิ่งเต้นช่วงชิงเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล โดยศูนย์กลางความสนใจอยู่ที่พรรคประชาชน ซึ่งครองเกือบหนึ่งในสามของสภา ล่าสุดพรรคประชาชนประกาศสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย เสนอชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เปิดทางให้ภูมิใจไทยมีโอกาสรวบรวมเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ขณะที่พรรคเพื่อไทยเดินเกมสวน ยื่นขอพระราชกฤษฎีกายุบสภาเพื่อรีเซ็ตสนามเลือกตั้งใหม่ภายใน 45–60 วัน

                       การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความเข้มข้นของสมรภูมิการเมืองในสภา พรรคเพื่อไทยพยายามรักษาฐานอำนาจผ่านกลยุทธ์ยุบสภาและเสนอชื่อบุคคลกลาง ขณะที่ภูมิใจไทยใช้แรงหนุนจากพรรคประชาชนเป็นแต้มต่อสำคัญในการเร่งปิดดีลกับพรรคขนาดกลางและเล็กเพื่อให้ครบเกณฑ์เสียง 247 เสียง 

                       ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้นจากข้อถกเถียงทางกฎหมายว่า “รัฐบาลรักษาการมีอำนาจยุบสภาหรือไม่” ซึ่งอาจกลายเป็นประเด็นร้อนในสัปดาห์หน้า

                      สถานการณ์นี้ หากไม่มีพระราชกฤษกีกายุบสภาออกมาเร็ว โอกาสเห็นสภาโหวตนายกฯ และผลักดันอนุทินขึ้นเป็นผู้นำรัฐบาลมีความเป็นไปได้สูง แต่หากเกิดการยุบสภาจริงตามกระแสข่าว เกมการเมืองจะปรับสู่การเลือกตั้งภายในเวลาอันสั้น และทุกพรรคต้องกลับไปขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ใหม่ ความชัดเจนทางการเมืองจึงขึ้นอยู่กับสองปัจจัยหลัก การตัดสินใจของสถาบันการเมือง และวินัยโหวตของ ส.ส.พรรคประชาชน

                      การเมืองไทยกำลังยืนอยู่บนทางสามแพร่ง

                      หากโหวตผ่าน ประเทศจะได้รัฐบาลใหม่ในเวลาอันใกล้ หากยุบสภา คนไทยต้องกลับไปเลือกตั้งในอีกไม่เกินสองเดือน แต่หากเกิดการชะงักงัน ประเทศอาจเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองยืดเยื้อ สิ่งที่ทุกฝ่ายจับตาคือ “ความชัด” ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดเสถียรภาพของประเทศในระยะต่อไป

                        ความสำคัญที่รออยู่ตลอดเวลา  คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังทรุดต่อเนื่อง และปัญหาชายแดน ไทย-กัมพูชาที่ยัวคุกรุ่นตลอดเวลา

ข่าวล่าสุด

“นอมินีข้ามชาติ” มหันตภัยเศรษฐกิจอำพราง

จากกระแสข่าวที่หนาหูขึ้นทุกวันเกี่ยวกับการรุกคืบของกลุ่มทุนต่างชาติที่พยายามเข้าถือครองย่านเศรษฐกิจสำคัญ จนเป็นเหตุให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง

รำลึก 34 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม

รำลึก 34 ปี เหตุการณ์พฤษภาประชาธรรม วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 ณ สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ

1,300 ล้าน “ลิขสิทธิ์บอลโลก” ?  “จอดำ” หรือได้สนุก..รอลุ้นบนทางแพร่งของความล้มเหลว  !

สถานการณ์ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "โหมดวิกฤต" อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อเข็มนาฬิกาถอยหลังสู่การเปิดสนามท่ามกลางความเงียบงันของหน่วยงานรัฐและ กสทช.

เรื่องสั้น  “คืนวิกฤติ”

โป้ง….โป้ง…..โป้ง งงง…“ เสียงปืนดังแหวกอากาศเหนือท่าเรือร้าง รุนแรงและแม่นยำ ไม่ใช่การยิงขู่ แต่เป็นการยิง “บังคับทิศทาง”

ข่าวอื่นๆ

“นอมินีข้ามชาติ” มหันตภัยเศรษฐกิจอำพราง

จากกระแสข่าวที่หนาหูขึ้นทุกวันเกี่ยวกับการรุกคืบของกลุ่มทุนต่างชาติที่พยายามเข้าถือครองย่านเศรษฐกิจสำคัญ จนเป็นเหตุให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง

1,300 ล้าน “ลิขสิทธิ์บอลโลก” ?  “จอดำ” หรือได้สนุก..รอลุ้นบนทางแพร่งของความล้มเหลว  !

สถานการณ์ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "โหมดวิกฤต" อย่างเต็มรูปแบบ เมื่อเข็มนาฬิกาถอยหลังสู่การเปิดสนามท่ามกลางความเงียบงันของหน่วยงานรัฐและ กสทช.

“บัตรสีชมพู”  เชียงดาว พ่นพิษ ?  เร่งยกระดับความมั่นคงไทย  

“บัตรสีชมพู” จากพื้นที่ห่างไกลที่ถูกนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งขันน็อตระบบทะเบียนราษฎร์เพื่อปิดจุดอ่อนนี้อย่างเร่งด่วน