วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 16, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT โศกนาฏกรรมแห่งการโอดโอย เมื่อ 'เสียงผี' กลายเป็นอาวุธ ที่พาดไปสู่เวทีโลก

 โศกนาฏกรรมแห่งการโอดโอย เมื่อ ‘เสียงผี’ กลายเป็นอาวุธ ที่พาดไปสู่เวทีโลก

เผยแพร่

spot_img

รัฐบาลกัมพูชาหาช่องมานาน ในที่สุดนำเสียงผียื่นเรื่องร้องเรียนต่อสหประชาชาติ (UN) กรณีที่เอกชนไทยทำการเปิดเสียงดังอันน่าหวาดผวา ทั้งเสียงผีโหยหวนและเสียงเครื่องบินรบ ตามแนวชายแดน

                         ทั้งนี้ มิใช่เรื่องตลกขบขันทางกฎหมายระหว่างประเทศ หากแต่เป็น “ปฏิบัติการฟอกขาว” ทางการทูตที่กัมพูชาพยายามพลิกบทบาทจาก “ผู้รุกราน” ให้กลายเป็น “เหยื่อ” ที่น่าสงสารอย่างถึงที่สุด

                         สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการใช้เวทีโลกและวาทกรรมด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากต้นตอของปัญหา 

                         นั่นคือการที่พลเรือนกัมพูชาเข้าไปตั้งถิ่นฐานในพื้นที่อธิปไตยของไทยที่ไม่ได้รับการปักปันอย่างชัดเจน การกระทำอันชาญฉลาดของเอกชนไทยรายนี้จึงกลายเป็น “หมัดน็อก” ที่บีบให้กัมพูชาต้องออกมาแสดงความอ่อนแอด้วยการร้องเรียนเรื่องที่ไร้น้ำหนักทางกฎหมาย เพื่อหวังคะแนนสงสารจากนานาประเทศอย่างสิ้นหวัง

                         ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง (Public International Law) และกฎบัตรสหประชาชาติ ข้อโต้แย้งของกัมพูชานั้น เปราะบางจนแทบจะสลายตัว เมื่อต้องเผชิญกับหลักการที่แข็งแกร่งที่สุดของกฎหมายระหว่างประเทศ คือ หลักอธิปไตยของรัฐ (Sovereignty) และ หลักความรับผิดของรัฐ (State Responsibility) โดยการกระทำดังกล่าวของเอกชนไทยเกิดขึ้นในเขตอำนาจอธิปไตยของตนเอง และรัฐบาลไทยสามารถใช้ “การปฏิเสธอย่างมีเหตุผล” (Plausible Deniability) ว่าการกระทำนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้การสั่งการ ควบคุม หรือรับรองของรัฐ

                       ในอนุสัญญาว่าด้วยความรับผิดของรัฐต่อการกระทำอันไม่ชอบด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ (Articles on Responsibility of States for Internationally Wrongful Acts – ARSIWA) การกระทำของเอกชนไม่ถือเป็นการกระทำของรัฐ  การที่กัมพูชาพยายามตีความ “เสียงดัง” ว่าเป็นการ “ข่มขู่ว่าจะใช้กำลัง” หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงตามกฎบัตร UN นั้น จึงเป็น ความพยายามยืดเยื้อทางวาทกรรม ที่ขาดรากฐานทางกฎหมายอย่างชัดเจน เพราะ การใช้กำลังนั้นตีความหมายเฉพาะการใช้กำลังทางทหารเท่านั้น

                          ดังนั้น การโอดโอยของกัมพูชาจึงเป็นเพียง เกมการทูตเชิงกลยุทธ์ ที่มุ่งสร้างภาพลักษณ์ “ผู้ถูกกระทำ” (Victimhood Narrative) ให้ปรากฏต่อสายตาโลก เพื่อกลบเกลื่อนความเป็นจริงที่ตนเป็นฝ่าย “ผู้ก่อความไม่สงบ” (Aggressor) ในบริบทของ “สงครามสีเทา” (Grey Zone Conflict) ที่ใช้พลเรือนเป็นเครื่องมือในการขยายอิทธิพลหรือบ่อนทำลายอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน 

                         การร้องเรียนต่อ UN และ OHCHR ในเรื่อง “เสียงผี” ในขณะที่ข้อพิพาทหลักเรื่องการรุกล้ำยังคงดำรงอยู่ ถือเป็นการ “ทำลายความน่าเชื่อถือของตนเอง” ในเวทีระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง เพราะทำให้องค์กรระหว่างประเทศต้องเสียเวลาจัดการกับเรื่องที่ไม่มีมูลในทางกฎหมายและขาดสัดส่วนเมื่อเทียบกับความขัดแย้งเชิงดินแดนที่แท้จริง

                          เป็นที่ครึกครื้นของคอการเมืองว่า การที่กัมพูชา หยิบเรื่องเสียงผีฟ้อง UN   มันเป็นเหรียญตราแห่งความสิ้นหวัง ที่กัมพูชาพยายามใช้เพื่อ “ตีตื้น” ภาพลักษณ์ที่ตนเองเป็นฝ่ายเริ่มต้นปัญหา 

                          การกระทำของเอกชนไทยนั้นเป็นยุทธวิธีตอบโต้ที่ไม่ได้ละเมิดกฏหมาย  นับเป็นความเฉลียวฉลาดด้วยซ้ำ ที่ทำให้กัมพูชาต้องติดกับดักทางวาทกรรม  และต้องยอมรับการมีอยู่ของปัญหาด้วยการ “ร้องขอความช่วยเหลือ” ในเรื่องที่ไม่ใช่สาระสำคัญ  อันทำให้ประชาคมโลกสามารถมองเห็น “ความเป็นเด็กงอแง” ของฝ่ายที่พยายามใช้ความสับสนของเขตแดนเพื่อประโยชน์ทางการเมืองได้อย่างชัดเจน 

                          ประเทศไทยยังยืนยันว่าสามารถรักษาหลักการทางกฎหมายและอธิปไตยของตนได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่จำเป็นต้องยอมรับความรับผิดชอบใด ๆ ในการกระทำของเอกชนรายนี้

ข่าวล่าสุด

เรื่องสั้น     “ตุ๊กตา”

มันนั่งอยู่ตรงนั้น ….! บนโต๊ะไม้เนื้อเก่ากลางห้องนั่งเล่น ร่างพลาสติกซีดเซียวของมันไม่ได้โดดเด่นอะไรนักหากมองเผินๆ แต่เมื่อใดที่สายตาของผมปะทะเข้ากับดวงตาคู่นั้น… !

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ไม่น่าเชื่อ!!ระหว่างไข่ต้มกับไข่เจียว เมื่อเรากินเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนไปแตกต่างกันแบบนี้นี่เอง!!

ผมซื้อเองทุกเรือนนะ ไม่ได้ยืมเพื่อน..

ธรรมนัส อยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด และกล้าธรรมคือแผลผุกร่อนของการเมืองไทย การเมืองไทยมีสุภาษิตใหม่ที่ไม่มีใครกล้าพูดตรง ๆ แต่ทุกคนรู้กันดีว่า ธรรมนัสอยู่ก๊กไหน หัวหน้าตายหมด

ข่าวอื่นๆ

“นิปาห์” มฤตยูเงียบจ่อประชิดชายแดน! สธ. ยกระดับด่านกักกันโรคขั้นสูงสุด

อย่าปล่อยให้ความเงียบงันหลอกตาว่าเราปลอดภัย! ในขณะที่ไทยยังคงเป็น “ไข่แดง” ที่ไร้ผู้ติดเชื้อ แต่ไวรัสนิปาห์กลับส่งสัญญาณเตือนผ่านรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง

สยบแลนด์สไลด์  บีบ “เพื่อไทย” สยบใต้ปีก !

ในสมการอำนาจที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 8 กพ. เมื่อพรรคภูมิใจไทยที่ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 จับมือกับพรรคเพื่อไทยที่ยอมรับสถานะอันดับ 3 ฝ่ายที่ "ได้" ไปเต็ม ๆ คือภูมิใจไทย เพราะไม่เพียงแต่จะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่ยังได้ "เกราะป้องกัน" จากขั้วประชาธิปไตยเดิมผ่านชื่อของเพื่อไทย

อย่าให้ใครเรียก …“สยาม…เมืองส่วย !”  เมื่อทุนเทา-สแกมเมอร์ ขี่คออำนาจรัฐ

เมื่อคำว่า "ตอ" แข็งแกร่งกว่า "กฎหมาย" และ "สายอินเทอร์เน็ต" ข้ามโขงยาวไกลกว่า "สายตาผู้ตรวจสอบ" ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่ยอดเหยื่อสแกมเมอร์ที่พุ่งสูง แต่คือความเชื่อมั่นของประเทศที่พังทลายจนฉุดไม่อยู่