หน้าแรกINSIDE - INSIGHTในหลวงทรงห่วงใย ฯ ราษฏรน้ำท่วม โปรดเกล้า ฯ ให้ระดมช่วยและพระราชทานสิ่งของ

ในหลวงทรงห่วงใย ฯ ราษฏรน้ำท่วม โปรดเกล้า ฯ ให้ระดมช่วยและพระราชทานสิ่งของ

เผยแพร่

spot_img

 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยราษฎรประสบอุทกภัย โปรดพระราชทานสิ่งของบรรเทาทุกข์และกำชับรัฐบาลเร่งช่วยเหลือโดยด่วน

                            เป็นพระบารมีปากเกล้า ฯ อย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงติดตามสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้ด้วยความห่วงใยในพศกนิกรอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในอำเภอหาดใหญ่ซึ่งกลายเป็น “แอ่งรับน้ำ” จากฝนสะสมระดับประวัติการณ์กว่า 600 มิลลิเมตรภายในไม่กี่วัน 

                          ทั้งเขตเทศบาลนครหาดใหญ่   แลเะหลายชุมชนถูกตัดขาดจากการเข้าถึงความช่วยเหลือทันที พระองค์ได้พระราชทานอาหาร น้ำดื่ม และเครื่องยังชีพเร่งด่วน พร้อมรับสั่งให้นายกรัฐมนตรีและหน่วยราชการทุกส่วนเข้าช่วยเหลือประชาชนโดยเร็วที่สุด

                         การตรวจสอบข้อมูลจากหลายสำนักข่าวชี้ว่าความรุนแรงของน้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากปริมาณฝนสะสมสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ผนวกกับภูมิประเทศหาดใหญ่ซึ่งเป็นแอ่งลุ่มต่ำ ทำให้มวลน้ำไหลบ่าเข้าท่วมย่านเศรษฐกิจภายในเวลาไม่ถึง 72 ชั่วโมง ระดับน้ำบางจุดสูงกว่า 3 เมตร ก่อนล้นไปยังหลายจังหวัดทั่วภาคใต้ ส่งผลให้กว่า 200,000–300,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง

                         แม้จะมีประกาศเตือนภัยจากส่วนกลาง แต่ช่วงแรกการประสานงานช่วยเหลือยังล่าช้า ประชาชนติดค้างอยู่ในบ้านโดยขาดอาหารและน้ำดื่มเพียงพอ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ถูกตั้งคำถามเรื่องการเข้าพื้นที่ล่าช้าและการสื่อสารสภาพน้ำที่ไม่ต่อเนื่อง จนต้องพึ่งพากองทัพ เรือหลวง และหน่วยกู้ภัยเป็นกำลังหลักในการอพยพเร่งด่วน

                        จากการประเมินภาพรวม พบว่าปัญหาสำคัญเกิดจากการขาด “ผู้บัญชาการเหตุการณ์” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาทุกเหตุการณ์ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ หรือเหตุอื่น ๆ 

                       ภาพที่เห็นจึงมีแต่ละหน่วยงานลงพื้นที่ตามอำนาจหน้าที่โดยไม่บูรณาการร่วมกัน ส่งผลให้การตอบสนองไม่ทันต่อมวลน้ำที่เพิ่มขึ้น เหตุการณ์นี้สะท้อนความจำเป็นของระบบบริหารจัดการภัยพิบัติรูปแบบใหม่ที่ต้องรวดเร็ว มีคำสั่งตรง และเน้นการป้องกันล่วงหน้า เช่น การเพิ่มศักยภาพระบบระบายน้ำ การจัดตั้งคลังอุปกรณ์ฉุกเฉินประจำพื้นที่เสี่ยง และการฝึกซ้อมอพยพประชาชนร่วมกับท้องถิ่นเป็นประจำ

                      ท่ามกลางวิกฤติ ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตอย่างตรงไปตรงมาว่า การเข้าพื้นที่ของหน่วยงานหลายฝ่ายล่าช้าและขาดการบูรณาการอย่างแท้จริง  น้ำมาถึงบ้านเร็วกว่าการประสานงานเสียอีก ขณะเดียวกัน ส.ส. ในพื้นที่ซึ่งเคยปรากฏตัวอย่างหนาตาในช่วงหาเสียง กลับไม่เห็นร่องรอยการทำงานในยามประชาชนเดือดร้อน เสมือนบทบาทของผู้แทนประชาชนปรากฏเฉพาะช่วงที่หีบบัตรเปิดเท่านั้น

                    ในยามน้ำหลาก สิ่งแรกที่หายไปไม่ใช่สะพาน ถนน หรือสิ่งปลูกสร้าง หากแต่เป็น ร่องรอยความรับผิดชอบของทั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งประชาชนเฝ้าติดตามและจดจำอย่างชัดเจน

“ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

“ใข่ไก่”..แพง… แซงหน้า “นำ้มัน”   วิกฤตปากท้องชนกำแพงอำนาจ

ล่าสุดเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจาก 3.80 บาท เป็น 4.00 บาทต่อฟอง มีผลตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่ข้อมูลราคาขายปลีกที่อัปเดต 24 สิงหาคม พบว่าไข่เบอร์ 4 อยู่ราว 4.05 บาท และเบอร์ 3 ราว 4.35 บาทต่อฟอง

สะโตรก-“ภัยเงียบ” จากแรงขับ “หวาน-มัน-เค็ม”

ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นราว 1.5 แสน ถึง 250,000 รายต่อปี และคร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ รองจากมะเร็งและโรคหัวใจตามบริบทปีนั้นๆ โดยมีผู้เสียชีวิตราว 30,000 - 50,000 คนต่อปี

 เรื่องสั้น   “คืน…ฝนตก”  | “ชัยทัศน์”

เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มก่อนจะสำลักไอเสียออกมาเป็นจังหวะสุดท้ายแล้วดับสนิทลง ท่ามกลางเสียงคำรามของท้องฟ้ากัมปนาททั่วหุบเขา “เอก” ทุบพวงมาลัยด้วยความโมโห เข็มความร้อนของรถคันเก่งพุ่งสูงจนมิดเกจ์แดงฉานเหมือนคำเตือนจากนรก

รัฐบาลเจอ “ศึกหนัก” ทั้งใน-นอกสภา ปมทุจริต-ฮั้ว สว.-เขากระโดง-ชายแดนใต้

สถานการณ์การเมืองไทยในห้วงเวลานี้กำลังทวีความร้อนระอุขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังถูกทดสอบอย่างหนักจากสารพัดปัญหารุมเร้า

ข่าวอื่นๆ

“ใข่ไก่”..แพง… แซงหน้า “นำ้มัน”   วิกฤตปากท้องชนกำแพงอำนาจ

ล่าสุดเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจาก 3.80 บาท เป็น 4.00 บาทต่อฟอง มีผลตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2569 ขณะที่ข้อมูลราคาขายปลีกที่อัปเดต 24 สิงหาคม พบว่าไข่เบอร์ 4 อยู่ราว 4.05 บาท และเบอร์ 3 ราว 4.35 บาทต่อฟอง

สะโตรก-“ภัยเงียบ” จากแรงขับ “หวาน-มัน-เค็ม”

ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรายใหม่เกิดขึ้นราว 1.5 แสน ถึง 250,000 รายต่อปี และคร่าชีวิตคนไทยสูงเป็นอันดับต้นๆ รองจากมะเร็งและโรคหัวใจตามบริบทปีนั้นๆ โดยมีผู้เสียชีวิตราว 30,000 - 50,000 คนต่อปี

รัฐบาลเจอ “ศึกหนัก” ทั้งใน-นอกสภา ปมทุจริต-ฮั้ว สว.-เขากระโดง-ชายแดนใต้

สถานการณ์การเมืองไทยในห้วงเวลานี้กำลังทวีความร้อนระอุขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังถูกทดสอบอย่างหนักจากสารพัดปัญหารุมเร้า