หน้าแรกINSIDE - INSIGHTไทยชิง “จ้าวเวหา” Aviation Hub  เมื่อ AOT แบกรับความหวังรอบ 20 ปี 

ไทยชิง “จ้าวเวหา” Aviation Hub  เมื่อ AOT แบกรับความหวังรอบ 20 ปี 

เผยแพร่

spot_img

เบื้องหลังตารางงานเลี้ยงรับรองสุดหรูของงาน 158th IATA Slot Conference คืองานเจรจาธุรกิจระดับแสนล้าน และไฟสปอตไลต์ที่ส่องตรงมายังขีดความสามารถที่แท้จริงของสนามบินไทยในความเป็นจริง

                         การประชุมจัดสรรเวลาเที่ยวบินระดับโลกครั้งที่ 158 (158th IATA Slot Conference) ซึ่งจัดขึ้น ณ ใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยมี บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ร่วมเป็นเจ้าภาพ  มี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีเปิด เคียงข้างด้วย นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT 

                      การขยับตัวทางเทคนิคในครั้งนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นเวทีแสดงยุทธศาสตร์ระดับชาติอย่างเต็มรูปแบบ ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอันทรงเกียรติ สิ่งที่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องนำกลับมาพิจารณาอย่างจริงจัง คือสถานการณ์การแข่งขันเสรีเหนือน่านฟ้า ซึ่งประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับบททดสอบครั้งสำคัญในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการจัดสรรเวลาบินในรอบสองทศวรรษ

                      การกลับมาเป็นเจ้าภาพงานจัดสรรเวลาเที่ยวบินระดับโลก หรือ Slot Conference ของไทยในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องของการจับสลากได้โชค แต่เป็นหมุดหมายที่สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ยอมรับในเชิงสัญลักษณ์ว่า ประเทศไทยคือจุดหมายปลายทางที่ได้รับความสนใจสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก การมารวมตัวกันของผู้บริหารสนามบินกว่า 300 แห่ง และสายการบินชั้นนำกว่า 250 สายการบินในสัปดาห์นี้ มีเป้าหมายเพื่อเจรจาจัดสรรและแข่งขันสิทธิ์ “เวลาเข้า-ออกสนามบิน” (Airport Slots) สำหรับตารางบินฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง ซึ่งในมุมของ AOT นี่คือโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาค

                          นักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นถึงปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนความลักลั่นเชิงโครงสร้างระหว่างนโยบายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและขีดความสามารถในภาคปฏิบัติการจริง กล่าวคือ ในขณะที่กระทรวงเจ้าสังกัดได้ประกาศวิสัยทัศน์และแสดงความพร้อมในการเปิดเสรีน่านฟ้าเพื่อรองรับสายการบินจากนานาประเทศ ทว่าในมิติการเจรจาเชิงธุรกิจ ตัวแทนจากสายการบินต่างชาติกลับต้องเผชิญข้อจำกัดอย่างรุนแรงในการจัดสรรเวลาทำการบิน เนื่องจากท่าอากาศยานหลัก ทั้งท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง ประสบภาวะความหนาแน่นของตารางการบินจนใกล้เต็มขีดความสามารถของทางวิ่ง (Runway Capacity) ส่งผลให้ภาพลักษณ์ดึงดูดด้านการท่องเที่ยวตามที่ปรากฏในสื่อประชาสัมพันธ์ ขัดแย้งกับดัชนีความพร้อมทางกายภาพ และนำมาสู่คำถามเชิงนโยบายที่สำคัญว่า ระบบบริหารจัดการน่านฟ้าของประเทศไทย มีขีดความสามารถเพียงพอที่จะรองรับปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นตามเป้าหมายยุทธศาสตร์แล้วหรือไม่

                        ความหรูหราของงานสะท้อนถึงความสามารถในการจัดอีเวนต์ระดับสากลที่ไร้ข้อบกพร่อง แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับสร้างความย้อนแย้งเมื่อพิจารณาในภาคสนาม เนื่องจากตารางงานที่ดำเนินไปอย่างราบรื่นในค่ำคืนนั้น สวนทางกับสภาวะคอขวด  ที่สายการบินและผู้โดยสารต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ทั้งปัญหาความหนาแน่นในอาคารผู้โดยสาร และความล่าช้าในจุดบริการหลักต่างๆ จนกล่าวได้ว่าระบบบริหารจัดการเวลาในงานเลี้ยงต้อนรับของ AOT ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรงต่อเวลา มากกว่าเที่ยวบินพาณิชย์อีกหลายสิบสายการบินที่ยังคงต้องบินวนรอจัดสรรช่องอากาศในชั่วโมงเร่งด่วน

                        สำหรับภาคส่วนที่เฝ้ามองพัฒนาการโครงสร้างพื้นฐานไทย ข้อมูลการจัดประชุมครั้งนี้เปรียบเสมือนหลักไมล์สำคัญในการวัดความก้าวหน้านับตั้งแต่ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดงาน IATA Slot Conference ครั้งที่ 119 ณ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี พศ. 2549 เวลาที่ผ่านไปสองทศวรรษสะท้อนให้เห็นว่า ขนาดของอุตสาหกรรมการบินไทยเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด ขณะเดียวกัน ความคาดหวังของสายการบินยุคใหม่ต่างมุ่งเน้นไปที่ความโปร่งใสในระบบการบริหารจัดการ การร่วมเจรจาในกรุงเทพฯ ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ บมจ. ท่าอากาศยานไทย และหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ จะได้แสดงให้ประชาคมโลกเห็นถึงหลักเกณฑ์สากลที่เป็นธรรมในการกระจายเวลาบิน โดยปราศจากข้อจำกัดด้านความได้เปรียบเชิงโครงสร้างของสายการบินรายเดิม

                       สิ่งที่ต้องจับตาและวิเคราะห์ต่ออย่างใกล้ชิดภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการเจรจา คือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการจัดสรรโอกาสทางการค้าเหนือน่านฟ้า แม้ว่าในมิติทางเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินจะหมายถึงตัวเลขรายได้และผลกำไรที่เติบโตขึ้นขององค์กรผู้บริหารท่าอากาศยาน แต่ในมิติทางสังคมและการบริการ คำถามสำคัญคือขีดความสามารถทางกายภาพของสนามบินหลัก เช่น ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งตามรายงานสถิติมีขีดความสามารถออกแบบดั้งเดิมเพื่อรองรับผู้โดยสารอยู่ที่ 45 ล้านคนต่อปี แต่ในความเป็นจริงกลับต้องแบกรับปริมาณผู้โดยสารหนาแน่นทะลุเกือบ 60 ล้านคนต่อปี ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว

                         เมื่อหันไปเปรียบเทียบกับคู่แข่งร่วมภูมิภาคอย่าง ท่าอากาศยานชางงีของสิงคโปร์ ที่ปัจจุบันมีขีดความสามารถทะยานไปถึง 90 ล้านคนต่อปี หรือ ท่าอากาศยานฮามัดของกาตาร์ ที่รองรับได้กว่า 58 ล้านคนต่อปี ด้วยความคล่องตัวที่สูงกว่า ตัวเลขเหล่านี้จึงเป็นดั่งโจทย์ข้อใหญ่ในการบริหารจัดการของไทยเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการบริการในระยะยาว

2569-06-14   “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

คมดาบแห่ง “อำนาจ” บนคานงัด “ความเป็นธรรม !”   เมื่อคำสั่งต้องเดินตามกฎ แต่ผู้มีอำนาจต้องไม่ลืมว่า…ปลายทางคือประชาชน !

ในประวัติศาสตร์การปกครองของมนุษย์ “อำนาจ” (Power) ไม่เคยเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับออกคำสั่ง หากแต่เป็นความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากคำสั่งนั้นด้วย

“สิงห์คลาสสิก” ปะทะ “สิงห์ดิจิทัล”   เมื่อสายบังคับบัญชา ปะทะโลกโซเชียล ปมร้อนนายอำเภอบ้านสร้าง

คำสั่งกรมการปกครองที่ให้นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนทันที

“รถฉุกเฉิน” …สิทธิใช้ทาง กับ..“ฉุกเฉินจริงไหม ?”  กฎหมายต้องให้ทาง แต่ระบบต้องตอบให้ได้ว่า…ใครคือ “รถฉุกเฉิน”

รัฐเร่งตรวจสอบและเดินหน้า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินดิจิทัล Digital EMS และ แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ NDEMS National Digital Emergency Medical

เรื่องสั้น  “บ้านชายป่า”

ศพแรกถูกพบในเช้าวันจันทร์ ชายวัยกลางคนหายออกจากบ้านไปตั้งแต่คืนก่อน และไม่มีใครรู้ว่าเขาเข้าไปในป่าทำไม กระทั่งรุ่งเช้า ชาวบ้านพบร่างของเขานอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ห่างจากถนนไม่ถึงสองกิโลเมตร หนึ่งสัปดาห์ต่อมา มีศพที่สอง

ข่าวอื่นๆ

คมดาบแห่ง “อำนาจ” บนคานงัด “ความเป็นธรรม !”   เมื่อคำสั่งต้องเดินตามกฎ แต่ผู้มีอำนาจต้องไม่ลืมว่า…ปลายทางคือประชาชน !

ในประวัติศาสตร์การปกครองของมนุษย์ “อำนาจ” (Power) ไม่เคยเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับออกคำสั่ง หากแต่เป็นความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากคำสั่งนั้นด้วย

“สิงห์คลาสสิก” ปะทะ “สิงห์ดิจิทัล”   เมื่อสายบังคับบัญชา ปะทะโลกโซเชียล ปมร้อนนายอำเภอบ้านสร้าง

คำสั่งกรมการปกครองที่ให้นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ไปช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนทันที

“รถฉุกเฉิน” …สิทธิใช้ทาง กับ..“ฉุกเฉินจริงไหม ?”  กฎหมายต้องให้ทาง แต่ระบบต้องตอบให้ได้ว่า…ใครคือ “รถฉุกเฉิน”

รัฐเร่งตรวจสอบและเดินหน้า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินดิจิทัล Digital EMS และ แพลตฟอร์มดิจิทัลกลางการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ NDEMS National Digital Emergency Medical