วันพุธ, มกราคม 14, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTไทยเปิดเกมการทูตเชิงรุก ชี้หลักฐานกัมพูชารุกรานก่อน

ไทยเปิดเกมการทูตเชิงรุก ชี้หลักฐานกัมพูชารุกรานก่อน

เผยแพร่

spot_img

เร่งสร้างความเข้าใจประชาคมโลก 

หลังทูต 73 ประเทศรับฟังข้อเสนอ

                         ควันปืนยังไม่ทันจาง รัฐบาลไทยรีบเปิดเกมการทูตเชิงรุก หวังพลิกภาพลักษณ์จาก “ผู้ถูกลากเข้าสู่ความขัดแย้ง” ให้โลกเห็นความจริงทั้งหมดอย่างเป็นระบบ เพื่อปิดประตูการบิดเบือนของกัมพูชา และย้ำชัดว่าไทยไม่มีวันยอมสูญเสียทั้งเลือดเนื้อและศักดิ์ศรีจากการรุกรานอีกต่อไป

                        กระทรวงการต่างประเทศเรียกคณะทูตถึง 73 รายเข้าฟังการชี้แจงแบบละเอียดทันทีหลังเหตุปะทะ เป็นสัญญาณที่ชัดว่าไทยต้องการ “ควบคุมการตีความของโลก” ตั้งแต่วินาทีแรก เหตุผลสำคัญคือความขัดแย้งประเภทนี้มักถูกตัดสินด้วยข้อมูลที่ปรากฏในเวทีระหว่างประเทศ ไม่ใช่เฉพาะเสียงปืนที่ชายแดนเท่านั้น 

                       การอธิบายไทม์ไลน์ 14 เหตุการณ์อย่างเป็นระบบ พร้อมหลักฐานว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน จึงเป็นการป้องกันไม่ให้เกิด “ช่องว่างทางข้อมูล” ที่อีกฝ่ายสามารถใช้บิดเบือนเพื่อกดดันไทยในสื่อโลกหรือองค์กรระหว่างประเทศ

                       อีกด้านหนึ่ง ไทยต้องการให้ต่างชาติเห็นความเสียหายเชิงมนุษยธรรมอย่างแท้จริง ทหารเสียชีวิต บาดเจ็บหลายราย และพลเรือนกว่า 400,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน รวมถึงโรงเรียนและโรงพยาบาลจำนวนมากต้องหยุดทำงาน การชี้ให้เห็นว่าผลกระทบต่อพลเรือนไทยมีขนาดใหญ่กว่าที่กัมพูชานำเสนอในสื่อต่างประเทศ เป็นวิธีสร้าง “ความเข้าใจเชิงบริบท” เพื่อให้ประชาคมโลกเห็นว่าความอดทนของไทยมีขีดจำกัด และการตอบโต้ของไทยอยู่ภายใต้กรอบการป้องกันตนเองตามกติกาสากล

                         การเรียกทูตมาเลเซียและสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสักขีพยานในปฏิญญาสันติภาพไทย กัมพูชา ยังสะท้อนความตั้งใจของไทยที่จะทำให้ข้อตกลงเดิมกลับมามีความหมายอีกครั้ง การดึงประเทศสักขีพยานเข้ามาร่วมรับรู้ข้อเท็จจริงคือการ “ผูกมัดความรับผิดชอบ” ของกัมพูชาต่อสังคมโลก และเปิดพื้นที่ให้ไทยสามารถยื่นข้อมูลต่อ UN หรือ UNSC โดยไม่ถูกมองว่าเป็นฝ่ายกล่าวหาเพียงลำพัง

                          ท้ายที่สุด สิ่งที่ไทยหวังคือการสร้างกรอบความเข้าใจใหม่ในหมู่ประชาคมโลกว่า ความตึงเครียดครั้งนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งสองฝ่ายธรรมดา แต่เป็นรูปแบบเดิมซ้ำ ๆ ของกัมพูชา การยั่วยุ เปิดฉากยิง ปฏิเสธความรับผิดชอบ พร้อมเผยแพร่ข้อมูลเท็จ เพื่อเปลี่ยนสนามสู้รบให้กลายเป็นสนามการเมืองระหว่างประเทศ ไทยต้องการทำให้ภาพลักษณ์ในเวทีโลกชัดที่สุดว่า ผู้ที่รักษากฎและกรอบสันติภาพคือไทย และผู้ที่ทำให้ข้อตกลงไร้ความหมายคือกัมพูชา

                         โลกอาจยังไม่รู้ว่าเรายังมีความอดทนเหลืออีกมาก แต่ไทยบอกให้ทราบตรงนี้ว่า ความอดทนต่อการละเมิดอธิปไตยมีจำกัด และไม่มีประเทศใดควรถูกทดสอบด้วยเลือดของทหารตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากกัมพูชาต้องการให้ประชาคมโลกเห็นใครคือฝ่ายยั่วยุจริงม วันนี้ไทยได้เปิดไฟส่องให้สว่างจนไม่เหลือเงาให้หลบอีกต่อไป

10/12/2568    “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

ปัญญาประดิษฐ์ (AI)” ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมืออีกต่อไป

Gartner ได้เผยรายงาน “Top 10 Strategic Technology Trends for 2026” ชี้ให้เห็น 10 เทรนด์เทคโนโลยีที่องค์กรทั่วโลกต้องจับตา

“ปฏิรูป” สงฆ์ไทย…“ถอนราก” พุทธพาณิชย์  มหาเถรสมาคมรับ “สังฆราโชบาย 12 ข้อ“

มติมหาเถรสมาคมล่าสุด น้อมรับพระสังฆราโชบาย 12 ข้อ ของสมเด็จพระสังฆราช เป็นมากกว่าการจัดระเบียบกิจการสงฆ์ หากแต่เป็นการ ถอนรากถอนโคนบทบาทวัดทั่วประเทศ

จีนประณามการใช้กำลังในตะวันออกกลาง

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ขู่ที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีประเทศอิหร่าน เพื่อตอบโต้สถานการณ์การประท้วงที่กำลังบานปลายในประเทศดังกล่าว

รัสเซีย! ทุ่ม 2.7 พันล้านดอลลาร์ ‘ซื้อขีปนาวุธ-โดรน อิหร่าน’ หนุนสงครามยูเครนยืดเยื้อ

อิหร่านได้ส่งมอบขีปนาวุธให้แก่รัสเซียคิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ในการทำสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 4 ปี

ข่าวอื่นๆ

“ปฏิรูป” สงฆ์ไทย…“ถอนราก” พุทธพาณิชย์  มหาเถรสมาคมรับ “สังฆราโชบาย 12 ข้อ“

มติมหาเถรสมาคมล่าสุด น้อมรับพระสังฆราโชบาย 12 ข้อ ของสมเด็จพระสังฆราช เป็นมากกว่าการจัดระเบียบกิจการสงฆ์ หากแต่เป็นการ ถอนรากถอนโคนบทบาทวัดทั่วประเทศ

เงินสด“แสนล้าน”…ก่อนเลือกตั้ง

ข้อมูลอ้างอิงจากสถิติธนบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ในช่วง 4 เดือนก่อนการเลือกตั้ง มีการเบิกถอนเงินสดออกจากระบบรวมกว่า 160,816 ล้านบาท

”เห็นชอบ“  “ไม่เห็นชอบ” “ไม่แสดงความคิดเห็น”

ปี 2569 การเมืองไทยเข้าสู่ช่วงสมการสำคัญหลายชั้น ประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เปิดโอกาสให้ประชาชนเลือก “เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ ไม่แสดงความคิดเห็น” ต่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน