วันอาทิตย์, เมษายน 12, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTไทย-กัมพูชา หยุดยิงง่ายดายโดยไม่มีเงื่อนไข  ประชาคมโลกจับตามองความหวังกับความจริง จะเกิดสันติภาพถาวร  หรือพักรบชั่วคราว

ไทย-กัมพูชา หยุดยิงง่ายดายโดยไม่มีเงื่อนไข  ประชาคมโลกจับตามองความหวังกับความจริง จะเกิดสันติภาพถาวร  หรือพักรบชั่วคราว

เผยแพร่

spot_img

                       เมื่อเวลาเที่ยงคืนที่ผ่านมาของวันที่ 28 กรกฏาคม 2568 ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชาที่เจรจากัน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ได้มีผลบังคับใช้ ท่ามกลางสายตาจับจ้องของประชาคมโลกที่เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดถึงความเป็นไปได้ในการรักษาสันติภาพที่ยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากประวัติพฤติกรรมในอดีตของกัมพูชาที่มักจะละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหลายครั้ง

เบื้องหลังการเจรจาและการตอบรับจากนานาชาติ

                      การประชุมเมื่อวานนี้ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งมาเลเซียเป็นผู้ประสานงานหลัก ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการคลี่คลายความตึงเครียดบริเวณชายแดนที่ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเจรจาดังกล่าวมีขึ้นภายใต้แรงกดดันจากอาเซียนและนานาชาติที่ต้องการเห็นเสถียรภาพในภูมิภาค ประเด็นหลักที่หารือคือการยุติการสู้รบ, การถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่พิพาท และการสร้างกลไกการตรวจสอบที่โปร่งใส

ความเปราะบางของสันติภาพ

                   การที่ประชาคมโลกยังคงจับตามองด้วยความระแวงนั้นมีเหตุผลรองรับ เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีรากฐานมาจากประวัติศาสตร์และปัญหาเขตแดนที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์ แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่การปะทะยังคงเกิดขึ้นเป็นระยะ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึง ความเปราะบางของความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ

                    สำหรับประเทศไทย การหยุดยิงครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามที่จะใช้ช่องทางการทูตเพื่อแก้ไขปัญหา และแสดงจุดยืนว่าพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างประเทศ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน จากกรณีที่กัมพูชาแม้ยอมรับข้อตกลงหยุดยิงในครั้งนี้อาจถูกมองว่าเป็นการตอบสนองต่อแรงกดดันจากนานาชาติ และเกิดจาดความเพลี่ยงพล้ำในการทหารของการปะทะตลอด 5 วัน 

และที่สำคัญประชาคมโลกตั้งคำถามถึง “พฤติกรรมหลายครั้งหลายหน” ของกัมพูชาเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการกระทำจะสำคัญกว่าคำพูด

การแสดงออกของผู้นำ

                  นักวิเคราะห์การเมืองประเมินว่าผู้นำฝ่ายใด “เหนือชั้นกว่ากัน” 

                  รักษาการแทนนายกรัฐมนตรีไทยแถลงเน้นย้ำถึง การยึดมั่นในหลักการสากล การใช้ช่องทางการทูต และความต้องการที่จะแก้ไขปัญหาอย่างสันติ การถ้อยทีถ้อยอาศัยในเวทีระหว่างประเทศแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้ใหญ่ทางการทูต และความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้ง 

                การกระทำเช่นนี้เป็นการสร้างความชอบธรรมในสายตาประชาคมโลก  แม้ว่าในบทบาทการเมืองภายในประเทศจะอีดบุคลิกก็ตาม

               ส่วนนายกรัฐมนตรีกัมพูชา แถลงความรู้สึกว่าจริงจังในการแก้ปัญหา มักจะผสมผสานระหว่างการแสดงจุดยืนที่แข็งกร้าวในประเด็นอธิปไตยกับการยอมรับการเจรจาภายใต้แรงกดดัน 

              นักวิเคราะห์มองว่า  จากประวัติที่ผ่านมา การที่กัมพูชายอมรับข้อตกลงหยุดยิงอาจถูกมองว่าเป็นยุทธวิธีหนึ่งในการลดแรงกดดันในระยะสั้น แต่การรักษาคำมั่นสัญญาในระยะยาวต่างหากที่จะพิสูจน์ถึงความน่าเชื่อถือ

สถานการณ์ต่อจากนี้

                    สถานการณ์ต่อจากนี้จะเป็นบททดสอบที่สำคัญสำหรับทั้งสองประเทศและประชาคมโลก

          ประการแรก หากมีการปะทะกันอีกครั้ง ความน่าเชื่อถือของข้อตกลงจะลดลงอย่างรวดเร็ว

          ประการที่สอง การถอนทหารออกจากพื้นที่พิพาทและการจัดตั้งกลไกการตรวจสอบที่เป็นกลางและโปร่งใส จะเป็นตัวชี้วัดความจริงจังของทั้งสองฝ่าย

          ประการที่สาม   การแก้ไขปัญหาเขตแดนอย่างถาวรผ่านการเจรจาในระยะยาวเท่านั้นที่จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนได้

                          นักวิเคราะห์ไม่เชื่อว่า การหยุดยิงที่เกิดขึ้นอย่างงาายดายโดยไม่มีเงืาอนไขเช่นนี้ จะสัมฤทธิ์ผล อาจเป็นเพียงการพักรบชั่วคราวเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

“เจริญนครกำลังจะเปลี่ยน!” มหาดไทยทุ่ม 5.5 พันล้าน สร้างศูนย์ราชการใหม่ รองรับคน 7,600 คน

ล่าสุด โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย มูลค่ากว่า **5,574 ล้านบาท** มีความคืบหน้าแล้ว **34.07%** และเดินหน้าต่อเนื่อง คาดเสร็จภายในปี **2570**

 “สีหศักดิ์” ยันไม่ร่วม JBC 17-15 เม.ย.รอตั้งกรรมการฝ่ายไทยก่อน 

“สีหศักดิ์” ย้ำไทยยังไม่พร้อม ประชุมเจบีซี 17-25 เม.ย. เผยฝรั่งเศสให้ความร่วมมือไทยเข้าถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พร้อมระบุยกเลิกเอ็มโอยู43 ต้องเป็นฉันทามติ

อิตาลี-สเปน เรียกทูตอิสราเอลประท้วงหลังยิงเตือนและกักขังทหารรักษาสันติภาพ UNIFILในเลบานอน

อิตาลีและสเปนเดินหน้ากดดันอิสราเอล โดยเรียกนักการทูตเข้าชี้แจงอย่างเป็นทางการ หลังเกิดเหตุสองกรณีที่เกี่ยวข้องกับทหารรักษาสันติภาพในภารกิจ United Nations Interim Force in Lebanon (UNIFIL) ในเลบานอน

อิสราเอลจะทำทุกวิถีทางเพื่อจุดชนวนสงครามขึ้นมาอีกครั้ง

การหยุดยิงในตะวันออกกลางและการเปิดช่องทางเดินเรือผ่าน Strait of Hormuz อีกครั้งนั้น อยู่บนพื้นฐานที่เปราะบางอย่างยิ่ง และอิสราเอลจะทำทุกอย่างเพื่อให้สงครามปะทุขึ้นอีก

ข่าวอื่นๆ

 “สีหศักดิ์” ยันไม่ร่วม JBC 17-15 เม.ย.รอตั้งกรรมการฝ่ายไทยก่อน 

“สีหศักดิ์” ย้ำไทยยังไม่พร้อม ประชุมเจบีซี 17-25 เม.ย. เผยฝรั่งเศสให้ความร่วมมือไทยเข้าถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พร้อมระบุยกเลิกเอ็มโอยู43 ต้องเป็นฉันทามติ

สงกรานต์หงอย-คนเดินทางน้อย

สงกรานต์ปี 2569 ถูกจารึกว่าเป็นเทศกาลที่ "เงียบเหงา" และ "แพง" ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เมื่อวิกฤตสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ฉุดราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูง ส่งผลให้ดีเซลในประเทศแตะเพดานลิตรละ 47-50 บาท

วิกฤต “บัตรทอง”  หนี้เน่า 6 หมื่นล้าน !  สั่นคลอนระบบสาธารณสุข

รูรั่วบริหารจัดการทำกองทุนส่อเค้า "ถังแตก"  รัฐบาลใหม่เผชิญบททดสอบหินกลางสภาฯ                             วงการสาธารณสุขไทยถึงคราวสั่นสะเทือน เมื่อการอภิปรายนโยบายรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร  9-10 เมษายน 2569 เปิดเผยตัวเลขหนี้ค้างชำระค่ายาและเวชภัณฑ์สะสมสูงถึง 6 หมื่นล้านบาท สะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการงบประมาณ สปสช. ที่สวนทางกับต้นทุนจริง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ "อาการป่วย"...