หน้าแรกINSIDE - INSIGHT การพลิกพลิ้วใช้โซเชียลมีเดียและการปฏิเสธความจริงของกัมพูชา  รอคอยเวลาที่จะกลับไปยังจุดเดิมอีก

 การพลิกพลิ้วใช้โซเชียลมีเดียและการปฏิเสธความจริงของกัมพูชา  รอคอยเวลาที่จะกลับไปยังจุดเดิมอีก

เผยแพร่

spot_img

 เป็นที่ยอมรับกันว่า พฤติกรรมของรัฐบาลกัมพูชาในการปฏิเสธข้อกล่าวหาและการใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสารทางการเมืองนั้น เป็นภาพสะท้อนถึงการดำเนินนโยบายที่พยายามควบคุมเรื่องเล่า (narrative) ของตัวเองอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในสถานการณ์ความขัดแย้งกับไทย             

   การปฏิเสธอย่างแข็งกร้าวในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการละเมิดหยุดยิง การสูญเสียกำลังพล หรือการรุกล้ำอธิปไตย สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลกัมพูชามีเป้าหมายที่จะสร้างความชอบธรรม (legitimacy) ให้กับการกระทำของตนเองในสายตาของประชาชนภายในประเทศและประชาคมโลก ด้วยการสร้างภาพให้ไทยเป็นฝ่ายผิดตลอดโดยไม่คำนึงถึงหลักฐานและเหตุผลใด ๆ 

                 การใช้โฆษกกระทรวงกลาโหมเป็นหลักในการสื่อสาร ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงนานาชาติว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นด้านความมั่นคงที่สำคัญสำหรับกัมพูชา และเป็นการยกระดับความขัดแย้งให้มีความตึงเครียดมากขึ้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลในระดับหนึ่งในการดึงดูดความสนใจจากสื่อต่างประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ

                  การที่นานาชาติ  อาทิ ญี่ปุ่นและเวียดนามเริ่มแสดงท่าทีที่ชัดเจนนั้น แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมของกัมพูชาเริ่มส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ในเวทีโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการไม่ยอมรับข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ปรากฏชัดแจ้ง ถือเป็นการละเมิดบรรทัดฐานสากล (international norms) ในการเจรจาและการแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ 

                  การที่เวียดนามซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกัมพูชามาโดยตลอด เลือกที่จะส่งรองนายกรัฐมนตรีมาเยือนไทยและพร้อมให้การสนับสนุน สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของเวียดนามต่อเสถียรภาพในภูมิภาค และเป็นสัญญาณที่สำคัญว่า แม้แต่พันธมิตรที่ใกล้ชิดก็อาจไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมที่ไม่เป็นสากลของกัมพูชา 

                      การที่ญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้บริจาครายใหญ่ก็มองว่าพฤติกรรมนี้ไม่ถูกต้อง ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าการใช้กลยุทธ์ “ปฏิเสธทุกกรณี” อาจไม่ได้ผลอีกต่อไปในสายตาของนานาชาติ และอาจทำให้กัมพูชาถูกมองว่าเป็นฝ่ายที่บ่อนทำลายความพยายามในการสร้างสันติภาพในภูมิภาค

                         การประชุมทวิภาคีที่มาเลเซียในสัปดาห์อาจประสบปัญหา ก็เป็นมุมมองที่สอดคล้องกับพฤติกรรมที่ผ่านมาของกัมพูชา 

                       หากกัมพูชายังคงยึดมั่นในแนวทางเดิม คือการปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและไม่ยอมรับข้อเท็จจริงที่ปรากฏ ก็เป็นเรื่องยากที่การเจรจาจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนได้ 

                       การขาดความจริงใจในการแก้ไขปัญหาและการใช้การเจรจาเป็นเพียงเวทีเพื่อกล่าวโทษฝ่ายตรงข้าม จะทำให้ความเชื่อมั่นระหว่างสองประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง และอาจทำให้เกิดการปะทะกันขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้ 

                       ดังนั้น  ไทยจึงไม่ควรนิ่งนอนใจ  เพราะการเจรจาในมาเลเซียก็คงจะเห็นพฤติกรรมเดิมของกัมพูชาที่ไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี   คงใช้เวลาหาโอกาสสร้างสถานการณ์โดยกลับไปยังจุดเดิมอีก                    

                 

ข่าวล่าสุด

อาบป่าฮีลใจ ให้ธรรมชาตินำทางสู่การฟื้นฟู

"อาบป่า" (Forest Bathing) การใช้เวลาในธรรมชาติอย่างมีสติ เพื่อเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อมผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า ช่วยผ่อนคลายร่างกาย จิตใจ ลดความเครียด และชาร์จพลังชีวิต

 รัฐให้ ข้าราชการ “หัวโต-ตัวลีบ“ เออลี่-รีไทร์  กับดักงบประจำ 70% ที่แก้ไม่ตก หากไม่ยอมปรับลดตำแหน่งบริหารซ้ำซ้อน

นโยบายเร่งรัด “เออลี่รีไทร์” ข้าราชการภายในปีงบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ถูกส่งสัญญาณออกมาในฐานะมาตรการสำคัญเพื่อควบคุมเสถียรภาพทางการคลัง หลังพบว่างบรายจ่ายประจำในส่วนของเงินเดือน สวัสดิการ และบำเหน็จบำนาญ มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของงบรายจ่ายประจำทั้งหมด

“โมเดล-ขนมชั้น” สุขภาพคนไทยไม่เท่าเทียม ?   Medical Hub ความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวด

ระบบสาธารณสุขไทยกลายสภาพเป็น “โมเดลขนมชั้น” ที่แบ่งแยกชนชั้นและทอดทิ้งประชาชนส่วนใหญ่ไว้ข้างหลัง ความเหลื่อมล้ำของ 3 กองทุนสุขภาพ (บัตรทอง-ประกันสังคม-ข้าราชการ)

มหากาพย์คชบาล เมื่อ“ช้างป่า” ล้นผืนไพร  และ“ช้างบ้าน”ไร้สวัสดิภาพ !

วิกฤตการณ์ "ช้างไทย" ในปัจจุบัน ภาพสะท้อนที่เด่นชัดที่สุดกลับไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขประชากรที่ผันผวน หากแต่คือ "ความย้อนแย้งเชิงนโยบาย"

ข่าวอื่นๆ

 รัฐให้ ข้าราชการ “หัวโต-ตัวลีบ“ เออลี่-รีไทร์  กับดักงบประจำ 70% ที่แก้ไม่ตก หากไม่ยอมปรับลดตำแหน่งบริหารซ้ำซ้อน

นโยบายเร่งรัด “เออลี่รีไทร์” ข้าราชการภายในปีงบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ถูกส่งสัญญาณออกมาในฐานะมาตรการสำคัญเพื่อควบคุมเสถียรภาพทางการคลัง หลังพบว่างบรายจ่ายประจำในส่วนของเงินเดือน สวัสดิการ และบำเหน็จบำนาญ มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของงบรายจ่ายประจำทั้งหมด

“โมเดล-ขนมชั้น” สุขภาพคนไทยไม่เท่าเทียม ?   Medical Hub ความย้อนแย้งที่น่าเจ็บปวด

ระบบสาธารณสุขไทยกลายสภาพเป็น “โมเดลขนมชั้น” ที่แบ่งแยกชนชั้นและทอดทิ้งประชาชนส่วนใหญ่ไว้ข้างหลัง ความเหลื่อมล้ำของ 3 กองทุนสุขภาพ (บัตรทอง-ประกันสังคม-ข้าราชการ)

มหากาพย์คชบาล เมื่อ“ช้างป่า” ล้นผืนไพร  และ“ช้างบ้าน”ไร้สวัสดิภาพ !

วิกฤตการณ์ "ช้างไทย" ในปัจจุบัน ภาพสะท้อนที่เด่นชัดที่สุดกลับไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขประชากรที่ผันผวน หากแต่คือ "ความย้อนแย้งเชิงนโยบาย"