เบื้องหลังแก้วละสองร้อย คือความล้มเหลวของผลผลิตที่ต้องพึ่งพาจมูกเพื่อนบ้านหายใจ
พฤติกรรมการดื่มกาแฟของคนไทยวันนี้กลายเป็นสงครามเชิงสัญลักษณ์ที่สวนทางกับความเป็นจริงอย่างน่าอับอาย เมื่อเรายอมควักเงินจ่ายค่ากาแฟแก้วละเกือบสองร้อยเพื่อแลกกับสถานะทางสังคม ทว่าในเชิงสถิติ ไทยกลับเป็นประเทศที่ “ถังแตก” เรื่องวัตถุดิบ ผลผลิตในประเทศดิ่งเหวเหลือเพียง 20,000 ตัน สวนทางกับยอดซดพุ่งหลักแสนตัน บีบให้ต้องสั่งนำเข้ามหาศาลจากลาวและเวียดนามมาสวมสิทธิ์ปรนเปรอไลฟ์สไตล์หรูแต่เปลือก โดยที่ผู้บริโภคไม่เคยรู้ว่าเงินที่จ่ายไปคือการซ้ำเติมการเสียดุลการค้าของชาติ
ภาพจำเดิมคืออาเฮียอาแปะในร้านหัวมุมตึกและตลาด ยืนคั้นถุงผ้ายาวๆ ที่อัดแน่นด้วยผงกาแฟคั่ว ราดน้ำร้อนจัดลวกผ่านให้ความเข้มข้นหยดลงสู่แก้วนมข้นหวาน วันนี้ภาพลักษณ์ความเรียบง่ายถูกทำลายทิ้ง แทนที่ด้วยเครื่อง Espresso Machine ราคาเหยียบล้านกลางห้างหรู จากเครื่องดื่มปลุกใจคนทำงานกลายเป็นเครื่องประดับชูฐานะสร้างรสนิยมใหม่
เรากำลังจ่ายแพงเพื่อซื้อบรรยากาศและฟองนม มากกว่าจะแยแสถึงคุณภาพที่แท้จริงของเมล็ดกาแฟ
ตัวเลขร้านกาแฟในกรุงเทพฯ กว่า 13,000 แห่ง และตามหัวเมืองท่องเที่ยว กระจายซ้ายขวาของการเดิน ไม่ใช่สัญญาณความมั่งคั่ง แต่คือหลักฐานของวิกฤตความมั่นคงทางอาหาร เมื่อความต้องการใช้เมล็ดกาแฟพุ่งสูงถึง 100,000 ตัน ต่อปี แต่ผืนดินไทยผลิตได้ไม่ถึง 20% ส่วนต่างที่หายไปคือเงินตรามหาศาลที่ไหลออกนอกประเทศผ่านการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทุกปี
เมื่อปริมาณไม่พอ แต่ร้านค้ามากมายต้องเปิดกำไรให้ไดั มหากาพย์การสวมสิทธิ์จึงเกิดขึ้น เมล็ดกาแฟราคาถูกจากเพื่อนบ้านถูกลักลอบนำเข้ามาตีตราเป็น “กาแฟไทยพรีเมียม” เพื่อให้สอดคล้องกับราคาหน้าเมนูที่สูงลิบลิ่ว เกษตรกรไทยตัวจริงถูกกดราคาวินาศด้วยของนำเข้าผิดกฎหมาย ในขณะที่ทุนใหญ่เสวยสุขบนส่วนต่างราคาที่ผู้บริโภคยอมจ่ายเพราะเชื่อในป้ายราคาที่ติดไว้
กาแฟในโรงแรมหรือห้างหรูแก้วละ 150-200 บาท มีต้นทุนเมล็ดกาแฟจริงไม่ถึง 10 บาท เงินที่เหลือคือค่าเช่าที่ ค่าการตลาด และค่าอวดตัวตนในโซเชียลมีเดีย เรากำลังสร้างวัฒนธรรมที่เน้นความ “โก้เก๋” มากกว่า “คุณค่า” ยอมจ่ายค่าข้าวได้สองสามมื้อเพื่อกาแฟหนึ่งแก้วที่ไม่ได้ส่งเสริมเกษตรกรต้นน้ำแม้แต่น้อย
ตลาดร้านกาแฟวันนี้คือสมรภูมิที่อัดแน่นไปด้วยความขมขื่น ร้านอิสระกว่า 80% ล้มตายภายในปีแรกทิ้งไว้เพียงซากเครื่องชงแพงๆ และความฝันที่ล่มสลาย การขยายตัวของจำนวนร้านไม่ใช่เครื่องพิสูจน์ความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรม แต่คือการวิ่งตามแฟชั่นที่ไร้รากฐานการผลิตที่ยั่งยืน
สุดท้ายไทยก็เป็นได้เพียงนักบริโภคที่จ่ายแพงเกินจริง เราพัฒนาบาริสต้าจนชนะระดับโลก แต่กลับล้มเหลวในการพัฒนาสายพันธุ์กาแฟให้พอเลี้ยงคนในชาติ หากยังไม่หยุดหลงระเริงกับภาพลักษณ์จอมปลอม กาแฟไทยก็จะเหลือเพียงชื่อที่ว่างเปล่า มีรอยยิ้มบนหน้าถ้วยแต่ข้างในคือความล้มเหลวเชิงโครงสร้างที่กู่ไม่กลับ
ช่างเป็นภาพสะท้อนที่น่าคิด เมื่อรสนิยมการดื่มกาแฟราคาพรีเมียมกลายเป็นเครื่องหมายทางสังคมที่คนไทยร่วมกันแสดงออกอย่างภาคภูมิ ทว่าเบื้องหลังแก้วใบสวยที่ดูวิไลนั้น กลับเป็นภาระหนักอึ้งของชาติที่ต้องก้มหน้าก้มตาแก้ปัญหาวิกฤตขาดดุลการค้าจากการสั่งเข้ามหาศาล ความรื่นรมย์ในแก้วราคาแพงจึงอาจเป็นเพียงภาพลวงตาที่ฉาบหน้าความจริงอันเปราะบางของเศรษฐกิจไทย



