การที่หน่วยงานราชทัณฑ์ยืนยันว่า ทีกษิณ ชินวัตร จะมีสิทธิได้รับการพิจารณาพักโทษในเดือนพฤษภาคม 2569 ได้จุดกระแสถกเถียงอีกครั้งถึงบทบาททางการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ โดยเฉพาะเมื่อมีการกระจายข่าว กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่เขาจะ “วางมือทางการเมือง” หลังพ้นข้อจำกัดทางกฎหมาย นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่าคำประกาศดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมที่ผ่านมาและสถานการณ์ทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ซึ่งยังต้องพึ่งพาอิทธิพลทางการเมืองของเขาอยู่ไม่น้อย
ประเด็นแรกที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือเรื่องความน่าเชื่อถือของคำประกาศวางมือ ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยในปี 2566 นายทักษิณ เคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่าต้องการกลับมาใช้ชีวิตส่วนตัวและไม่ประสงค์ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองโดยตรง และคุ้นเคยกับถ้อยคำ ขอกลับเมืองไทยไปเลี้ยงหลาน
อย่างไรก็ตาม หลังจากเดินทางกลับประเทศ เขายังคงแสดงบทบาทผ่านการให้ความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองและการวิพากษ์วิจารณ์ทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้นอยู่เป็นระยะ ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าคำประกาศวางมือครั้งใหม่อาจเป็นเพียงการลดแรงเสียดทานทางการเมืองมากกว่าจะเป็นการถอนตัวจริง
อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกตั้งคำถามคือกระบวนการรับโทษที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่ถกเถียงในสังคม เนื่องจากนายทักษิณใช้เวลาส่วนใหญ่ของการรับโทษในสถานพยาบาลภายใต้การควบคุมของรัฐมากกว่าการอยู่ในเรือนจำตามปกติ แม้หน่วยงานรัฐจะชี้แจงว่าเป็นไปตามเหตุผลทางการแพทย์ แต่เสียงวิจารณ์ยังคงมองว่ากระบวนการดังกล่าวสะท้อนถึงความไม่เท่าเทียมในระบบยุติธรรม และยิ่งทำให้คำประกาศวางมือทางการเมืองถูกตั้งข้อสงสัยมากขึ้น
ในด้านการเมืองภายใน พรรคฝ่ายค้านและนักวิเคราะห์บางส่วนเห็นว่าอนาคตของพรรคเพื่อไทยยังผูกพันกับบทบาทของนายทักษิณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้พรรคจะยังเป็นกำลังสำคัญในรัฐบาลผสม แต่ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาในหลายพื้นที่สะท้อนว่าฐานเสียงของพรรคไม่ได้มั่นคงเช่นในอดีต ทำให้เกิดข้อวิเคราะห์ว่าอดีตผู้นำรายนี้อาจยังจำเป็นต้องรักษาบทบาททางการเมืองในระดับหนึ่งเพื่อค้ำจุนอิทธิพลของเครือข่ายทางการเมืองเดิม
นักวิเคราะห์บางคนเปรียบเทียบบทบาทที่เป็นไปได้ของนายทักษิณกับนักการเมืองอาวุโสคนหนึ่ง ที่เลือกทำหน้าที่อยู่เบื้องหลังมากกว่าปรากฏตัวในแนวหน้า อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์จำนวนไม่น้อยมองว่าลักษณะการเมืองแบบเครือข่ายผู้นำเดี่ยวที่สร้างขึ้นตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้การถอนตัวอย่างสมบูรณ์อาจเกิดขึ้นได้ยาก และบทบาทหลังพ้นเงื่อนไขทางกฎหมายอาจยังคงมีอิทธิพลต่อทิศทางการเมืองไทยต่อไป
หลังเดือนพฤษภาคมนี้ คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่ว่าเขาจะ “วางมือ” หรือไม่ หากแต่อยู่ที่ระดับของการวางมือมากกว่า เพราะในทางการเมือง คำว่า “หยุด” มักหมายถึงการเปลี่ยนตำแหน่งที่ยืน มากกว่าการเดินออกจากเวที และหากวันหนึ่งอดีตนายกรัฐมนตรีปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มคุ้นเคย ก็คงเป็นเพียงหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งว่า การเมืองไทยเป็นสถานที่ที่ผู้เล่นตัวจริงไม่เคยลาจริง เพียงแค่พักฉากเท่านั้น
2569-02-28 “ชัยทัศน์”



