วันเสาร์, มีนาคม 21, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ทักษิณ” พักโทษ พค.69   แล้วจะไปไหน ?  คำประกาศ “วางมือ “ ถูกตั้งคำถาม

“ทักษิณ” พักโทษ พค.69   แล้วจะไปไหน ?  คำประกาศ “วางมือ “ ถูกตั้งคำถาม

เผยแพร่

spot_img

การที่หน่วยงานราชทัณฑ์ยืนยันว่า ทีกษิณ ชินวัตร จะมีสิทธิได้รับการพิจารณาพักโทษในเดือนพฤษภาคม 2569 ได้จุดกระแสถกเถียงอีกครั้งถึงบทบาททางการเมืองของอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ โดยเฉพาะเมื่อมีการกระจายข่าว กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่เขาจะ “วางมือทางการเมือง” หลังพ้นข้อจำกัดทางกฎหมาย นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่าคำประกาศดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมที่ผ่านมาและสถานการณ์ทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย  ซึ่งยังต้องพึ่งพาอิทธิพลทางการเมืองของเขาอยู่ไม่น้อย

                             ประเด็นแรกที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือเรื่องความน่าเชื่อถือของคำประกาศวางมือ ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยในปี 2566 นายทักษิณ  เคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่าต้องการกลับมาใช้ชีวิตส่วนตัวและไม่ประสงค์ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองโดยตรง และคุ้นเคยกับถ้อยคำ ขอกลับเมืองไทยไปเลี้ยงหลาน 

                            อย่างไรก็ตาม หลังจากเดินทางกลับประเทศ เขายังคงแสดงบทบาทผ่านการให้ความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองและการวิพากษ์วิจารณ์ทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้นอยู่เป็นระยะ ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าคำประกาศวางมือครั้งใหม่อาจเป็นเพียงการลดแรงเสียดทานทางการเมืองมากกว่าจะเป็นการถอนตัวจริง

                          อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกตั้งคำถามคือกระบวนการรับโทษที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่ถกเถียงในสังคม เนื่องจากนายทักษิณใช้เวลาส่วนใหญ่ของการรับโทษในสถานพยาบาลภายใต้การควบคุมของรัฐมากกว่าการอยู่ในเรือนจำตามปกติ แม้หน่วยงานรัฐจะชี้แจงว่าเป็นไปตามเหตุผลทางการแพทย์ แต่เสียงวิจารณ์ยังคงมองว่ากระบวนการดังกล่าวสะท้อนถึงความไม่เท่าเทียมในระบบยุติธรรม และยิ่งทำให้คำประกาศวางมือทางการเมืองถูกตั้งข้อสงสัยมากขึ้น

                          ในด้านการเมืองภายใน พรรคฝ่ายค้านและนักวิเคราะห์บางส่วนเห็นว่าอนาคตของพรรคเพื่อไทยยังผูกพันกับบทบาทของนายทักษิณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้พรรคจะยังเป็นกำลังสำคัญในรัฐบาลผสม แต่ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาในหลายพื้นที่สะท้อนว่าฐานเสียงของพรรคไม่ได้มั่นคงเช่นในอดีต ทำให้เกิดข้อวิเคราะห์ว่าอดีตผู้นำรายนี้อาจยังจำเป็นต้องรักษาบทบาททางการเมืองในระดับหนึ่งเพื่อค้ำจุนอิทธิพลของเครือข่ายทางการเมืองเดิม

                            นักวิเคราะห์บางคนเปรียบเทียบบทบาทที่เป็นไปได้ของนายทักษิณกับนักการเมืองอาวุโสคนหนึ่ง ที่เลือกทำหน้าที่อยู่เบื้องหลังมากกว่าปรากฏตัวในแนวหน้า อย่างไรก็ตาม ผู้สังเกตการณ์จำนวนไม่น้อยมองว่าลักษณะการเมืองแบบเครือข่ายผู้นำเดี่ยวที่สร้างขึ้นตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้การถอนตัวอย่างสมบูรณ์อาจเกิดขึ้นได้ยาก และบทบาทหลังพ้นเงื่อนไขทางกฎหมายอาจยังคงมีอิทธิพลต่อทิศทางการเมืองไทยต่อไป

                          หลังเดือนพฤษภาคมนี้ คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่ว่าเขาจะ “วางมือ” หรือไม่ หากแต่อยู่ที่ระดับของการวางมือมากกว่า เพราะในทางการเมือง คำว่า “หยุด” มักหมายถึงการเปลี่ยนตำแหน่งที่ยืน มากกว่าการเดินออกจากเวที  และหากวันหนึ่งอดีตนายกรัฐมนตรีปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มคุ้นเคย ก็คงเป็นเพียงหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งว่า การเมืองไทยเป็นสถานที่ที่ผู้เล่นตัวจริงไม่เคยลาจริง เพียงแค่พักฉากเท่านั้น

2569-02-28  “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

“น้ำมันเถื่อน“ โผล่กลางวิกฤต  “น้ำมันหาย”

วิกฤต “น้ำมันหาย” ถูกยกระดับสู่การตรวจสอบทั้งระบบ หลังรัฐบาลเรียกทุกหน่วยงานประชุมเร่งด่วน ขณะที่ตำรวจ ปคบ.บุกตรวจคลังน้ำมันในอ่างทอง พบกักตุนกว่า 331,000 ลิตร

น้ำมันหายวันละ 1 หมื่นลิตร สะเทือนทั้งระบบพลังงานไทย

กรณีข้อสงสัย “น้ำมันหายวันละ 10,000 ลิตร” กลายเป็นประเด็นร้อนที่เขย่าทั้งระบบพลังงาน หลัง พิพัฒน์ รัชกิจประการ ตั้งคำถามถึงความผิดปกติของปริมาณน้ำมันในตลาด

อาหาร สส. วันละ 1,000 บาท จริงหรือ ?

ประเด็น “อาหารเลี้ยง สส.” กลายเป็นชนวนทางการเมืองอีกครั้ง หลัง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ตั้งคำถามกลางที่ประชุมในวันโหวตประธานสภา ก่อนถูกตัดบท

ทุเรียนไทย…ผลไม้พันล้านที่คนไทยอาจไม่ได้เลือกกินเอง

ต้นฤดูกาลทุเรียนปี 2569 เริ่มส่งสัญญาณชัดเจน เมื่อราคาทุเรียนหน้าสวนภาคตะวันออกเปิดตัวที่ประมาณ 150-180 บาทต่อกิโลกรัมสำหรับพันธุ์กระดุม และมีแนวโน้มขยับขึ้นสู่ 180-220 บาทต่อกิโลกรัม

ข่าวอื่นๆ

“น้ำมันเถื่อน“ โผล่กลางวิกฤต  “น้ำมันหาย”

วิกฤต “น้ำมันหาย” ถูกยกระดับสู่การตรวจสอบทั้งระบบ หลังรัฐบาลเรียกทุกหน่วยงานประชุมเร่งด่วน ขณะที่ตำรวจ ปคบ.บุกตรวจคลังน้ำมันในอ่างทอง พบกักตุนกว่า 331,000 ลิตร

น้ำมันหายวันละ 1 หมื่นลิตร สะเทือนทั้งระบบพลังงานไทย

กรณีข้อสงสัย “น้ำมันหายวันละ 10,000 ลิตร” กลายเป็นประเด็นร้อนที่เขย่าทั้งระบบพลังงาน หลัง พิพัฒน์ รัชกิจประการ ตั้งคำถามถึงความผิดปกติของปริมาณน้ำมันในตลาด

อาหาร สส. วันละ 1,000 บาท จริงหรือ ?

ประเด็น “อาหารเลี้ยง สส.” กลายเป็นชนวนทางการเมืองอีกครั้ง หลัง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ตั้งคำถามกลางที่ประชุมในวันโหวตประธานสภา ก่อนถูกตัดบท