วันอังคาร, เมษายน 7, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT“ปิดตำนาน” อาหาร สส.วันละ 1,000 บาท  พลิกโฉม…สวัสดิการผู้ทรงเกียรติ 

“ปิดตำนาน” อาหาร สส.วันละ 1,000 บาท  พลิกโฉม…สวัสดิการผู้ทรงเกียรติ 

เผยแพร่

spot_img

ให้ สส.สว. “จ่ายเอง” ยกระดับธรรมาภิบารัฐสภาไทยสู่มาตรฐานสากล

                            สืบเนื่องจากข้อเสนอ “หมอวรงค์” กลางที่ประชุมสภา ฯ เลือกนายกฯ สู่บทสรุปการปฏิรูปงบประมาณแผ่นดิน

                            สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจารึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ ด้วยการประกาศปฏิรูประบบงบประมาณจัดเลี้ยงครั้งใหญ่ หลังมีมติเห็นชอบยกเลิกสวัสดิการอาหารและเครื่องดื่มฟรีสำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา โดยกำหนดให้สมาชิกต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนตัวในวันประชุม ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสามารถลดภาระงบประมาณแผ่นดินได้ทันทีไม่ต่ำกว่า 70 ล้านบาทต่อปี การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มิใช่เพียงการประหยัดงบประมาณ แต่คือการประกาศเจตนารมณ์ในการยกระดับความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของสถาบันนิติบัญญัติไทยให้เท่าทันอารยประเทศ

                            จุดเริ่มต้นของการปฏิรูปครั้งสำคัญนี้ มีที่มาจากการทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้นของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้นำเสนอข้อเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาในคราววาระการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยชี้ให้เห็นถึงความลักลั่นในการใช้งบประมาณจัดเลี้ยงที่มีราคาสูงท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชนต้องเผชิญกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ข้อเสนอดังกล่าวได้จุดประกายให้เกิดแรงขับเคลื่อนภายในสภาฯ จนกระทั่งนำไปสู่มติเห็นชอบของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องในที่สุด

                             บรรยากาศ ณ อาคารสัปปายะสภาสถานในระยะเปลี่ยนผ่านนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวในการปรับระบบจากการจ้างเหมาบริการจัดเลี้ยง รูปแบบเดิม มาสู่ระบบการเลือกซื้ออาหารด้วยตนเองหรือ โดยสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ได้เร่งจัดสรรพื้นที่ภายในสภาเพื่อรองรับการให้บริการร้านค้าทั่วไป ซึ่งแนวทางนี้สอดคล้องกับมาตรฐานของรัฐสภาในหลายประเทศทั่วโลก ที่ให้ความสำคัญกับการแยกแยะระหว่าง “งบประมาณปฏิบัติหน้าที่” กับ “ค่าใช้จ่ายส่วนตัว” อย่างเด็ดขาด

                             เมื่อพิจารณาในเชิงตัวเลข งบประมาณค่าอาหารสำหรับสมาชิกรัฐสภาไทยเดิมนั้น ถูกกำหนดไว้สูงถึง 1,000 – 1,250 บาท ต่อคนต่อวัน ครอบคลุมทั้งมื้อหลักและอาหารว่าง ซึ่งคิดเป็นภาระรวมกว่า 100 ล้านบาทต่อปี การปรับเปลี่ยนมาเป็นระบบสมาชิกชำระเงินเอง จะทำให้รัฐสภาสามารถประหยัดงบประมาณได้ทันทีประมาณ 50-70 ล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบ 70% ของวงเงินเดิม โดยงบประมาณส่วนที่เหลือจะถูกนำไปจัดสรรใหม่เพื่อประโยชน์สาธารณะและการพัฒนาประสิทธิภาพในด้านนิติบัญญัติอย่างแท้จริง

                           จากการเปรียบเทียบมาตรฐานในระดับภูมิภาค พบว่าหลายประเทศในอาเซียนได้นำระบบนี้มาใช้ก่อนหน้าแล้ว เช่น สิงคโปร์ที่สมาชิกสภาฯ ต้องชำระค่าอาหารเองในโรงอาหารของสภา หรือมาเลเซียที่มีการใช้ระบบเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายรายวันที่รวมค่าอาหารไว้แล้ว ทำให้สมาชิกต้องบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้วยตนเองเฉกเช่นประชาชนทั่วไป เช่นเดียวกับรัฐสภาในยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่เน้นย้ำถึงความเท่าเทียมในฐานะพลเมือง

                         ในทัศนะของนักวิเคราะห์มองว่า การที่สมาชิกรัฐสภายอมสละอภิสิทธิ์ส่วนตนในครั้งนี้ คือก้าวสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน การที่ผู้แทนราษฎรได้สัมผัสกับราคาอาหารและค่าครองชีพผ่านประสบการณ์ตรงในการใช้ชีวิตประจำวันภายในสภาฯ จะส่งผลให้การอภิปรายนโยบายด้านเศรษฐกิจมีความลุ่มลึกและตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริงมากขึ้น เป็นการสร้างความชอบธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ความรับผิดชอบต่อความรู้สึกของสังคม

                         บทสรุปของมติประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงชัยชนะในเชิงการจัดการงบประมาณ แต่เป็นการวางรากฐาน “การเมืองยุคใหม่” ที่ยึดถือความเท่าเทียมและการเสียสละเป็นที่ตั้ง เกียรติภูมิของสมาชิกรัฐสภาไทยในยุคปัจจุบันจึงไม่ได้วัดกันที่ความพรั่งพร้อมของสวัสดิการ แต่ขึ้นอยู่กับความกล้าหาญที่จะเดินหน้าปฏิรูปตนเองเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการแบ่งเบาภาระของแผ่นดินอย่างมีศักดิ์ศรี

                         การก้าวข้ามระบบ “สวัสดิการแบบเบ็ดเสร็จ” สู่การรับผิดชอบตนเองของสมาชิกผู้ทรงเกียรติในครั้งนี้ คือบทพิสูจน์วุฒิภาวะทางการเมืองที่น่ายกย่อง เมื่อเสียงสะท้อนจากความกล้าหาญในอดีตได้แปรเปลี่ยนเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่สอดรับกับความจริงของสังคม หวังเพียงว่าเมื่ออภิสิทธิ์เลือนหายไป ความเข้าใจในความยากลำบากของประชาชนจะยิ่งแจ่มชัดขึ้น เพราะการเมืองที่มีเกียรติที่สุด คือการเมืองที่ยินดีลดช่องว่างของตนเองลง เพื่อก้าวไปพร้อมกับประชาชนอย่างสง่างาม

ข่าวล่าสุด

ถนนหรือสะพานก็ “ซังฮี้” ว่าแต่มันมีที่มาอย่างไร? 

ถนน “ซังฮี้” เป็นถนนที่เริ่มต้นจากถนนจรัญสนิทวงศ์ สิ้นสุดที่ถนนราชปรารภ ส่วน “สะพานซังฮี้” เป็นสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมถนนราชวิถีฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี

สัญญาณเตือนครั้งใหญ่: เมื่อโลกกำลังเข้าสู่ยุค ‘ข้าวยากหมากแพง’ และเงินของคุณอาจเอาไม่อยู่

ในวันที่ข่าวสงครามสะเทือนทั้งโลก ราคาน้ำมันขยับขึ้นไม่หยุด และค่าครองชีพเริ่มกัดกินชีวิตประจำวันของผู้คน คำถามที่ดังขึ้นเงียบ ๆ ในใจของใครหลายคนคือ “เงินที่เรามี…จะพอให้รอดในโลกแบบนี้หรือไม่ ?”

มีผู้นำดีประเทศและประชาชนก็จะร่ำรวยขึ้น มีผู้นำเลวประชาชนจะติดกับดักในความยากจน 

แหล่งน้ำมันเอกอฟิสก์ (Ekofisk) — หนึ่งในการค้นพบน้ำมันนอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ — ถูกค้นพบแล้ว ประเทศเล็ก ๆ ที่เงียบสงบของชาวประมงและเกษตรกรกำลังจะกลายเป็นประเทศที่มั่งคั่งอย่างมหาศาล

บางกอก มอเตอร์โชว์ 2026 โกยยอดจอง 132,951 คัน คนซื้อ EV เกิน 70% 

ปิดฉากงานบางกอก มอเตอร์โชว์ 2026 มียอดจองรถยนต์รวม 132,951 คัน สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์งานแสดงยานยนต์เมืองไทย และจากยอดจองทั้งหมดคาดว่าจะเป็นสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้า EV เกิน 70% โดย BYD เป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วย TOYOTA และ OMODA & JAECOO

ข่าวอื่นๆ

ถวายสัตย์ปฏิญาณเหนือเกล้าในวันจักรี บทพิสูจน์ “คณะรัฐมนตรีอนุทิน 1”

วันที่ 6 เมษายน นี้ ถือเป็นศุภวาระอันศักดิ์สิทธิ์ "วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์" หรือ "วันจักรี"

สงคราม..ลามถึงระบบ “สาธารณสุขไทย”

วิกฤติระลอกใหม่กำลังคืบคลานเข้าสู่ "ตู้ยา" ของคนไทย หลังพบสัญญาณโรงพยาบาลหลายแห่งเริ่มปรับลดระยะเวลาจ่ายยาให้ผู้ป่วยเรื้อรังจาก 6 เดือนเหลือเพียง 3 เดือน

ผ่าทางตันชำแหละค่าการกลั่น 14 บาท ปลุก “ภาษีลาภลอย” กู้ซากกองทุนน้ำมัน

วิกฤตน้ำมันแพงปี 2569 กำลังเผยให้เห็นความลักลั่นของตัวเลข เมื่อค่าการกลั่นพุ่งสูงถึง 14 บาทต่อลิตร สร้าง "กำไรส่วนเกิน" มหาศาลกว่า 1.8 พันล้านบาทต่อวันให้กลุ่มโรงกลั่น