วันเสาร์, พฤษภาคม 2, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTถวายสัตย์ปฏิญาณเหนือเกล้าในวันจักรี บทพิสูจน์ "คณะรัฐมนตรีอนุทิน 1"

ถวายสัตย์ปฏิญาณเหนือเกล้าในวันจักรี บทพิสูจน์ “คณะรัฐมนตรีอนุทิน 1”

เผยแพร่

spot_img

จากบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญสู่จรรยาบรรณที่จับต้องได้… เพื่อเกียรติยศแห่งตำแหน่งหน้าที่

                          วันที่ 6 เมษายน  นี้ ถือเป็นศุภวาระอันศักดิ์สิทธิ์ “วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์” หรือ “วันจักรี” อันเป็นวันที่ปวงชนชาวไทยน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ที่ทรงแผ่พระบารมีคุ้มเกล้าเหล่าพสกนิกรให้มีความร่มเย็นเป็นสุขสืบมา

                        และในวันอันเป็นมหามงคลนี้ นายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” พร้อมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ มีกำหนดเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณ ฯ ก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นห้วงเวลาสำคัญที่ฝ่ายบริหารจะต้องตระหนักถึงความซื่อสัตย์สุจริตอย่างสูงสุดต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

พันธะทางกฎหมายที่มาพร้อม “มโนธรรม”

                          ตามมาตรา 161 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 การถวายสัตย์ปฏิญาณมิใช่เพียงพิธีกรรมตามระเบียบราชการ แต่เป็น “พันธะทางกฎหมาย” (Legal Obligation) อันสำคัญยิ่งที่จะทำให้การเป็นคณะรัฐมนตรีนั้นสมบูรณ์ตามหลักกฎหมาย

                        ถ้อยคำที่ว่า “จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน” คือการถวายคำมั่นสัญญาต่อหน้าพระประมุขผู้ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของรัฐชาติ 

                         ดังนั้น รัฐมนตรีทุกคนจึงมีหน้าที่ต้องตระหนักถึงความศักดิ์สิทธิ์ของถ้อยคำ มิให้เป็นเพียงการกล่าวตามหน้าที่ แต่ต้องหยั่งรากลึกเป็นจิตสำนึกในการปกป้องผลประโยชน์ส่วนรวมและรักษาไว้ซึ่งธรรมาภิบาล

ส่องอารยประเทศ การให้คำมั่นสัญญาต่ออำนาจอธิปไตย

                         เมื่อเปรียบเทียบกับนานาอารยประเทศ กระบวนการนี้คือจุดเริ่มต้นของความรับผิดชอบ (Accountability) ต่อสาธารณะ

                 ที่สหรัฐอเมริกา  ประธานาธิบดีต้องสาบานตนโดยวางมือบนคัมภีร์หรือรัฐธรรมนูญต่อหน้าประธานศาลสูงสุด เพื่อยืนยันความยึดมั่นในหลักการและกฎหมาย

                 ที่เยอรมนี นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต้องปฏิญาณตนต่อหน้าสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันการอุทิศตนเพื่อความ

ผาสุกของประชาชนและรักษาไว้ซึ่งกฎหมายพื้นฐาน

                       หัวใจสำคัญของนานาประเทศคือการแสดงความสง่างาม และความโปร่งใสในจุดเปลี่ยนผ่านอำนาจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ระบบการปกครองและตัวแทนของปวงชน

บทเรียนจากอดีต เกียรติประวัติหรือรอยด่างพร้อย

                       ประวัติศาสตร์การเมืองไทยมีบทเรียนที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ละเลยต่อคำสัตย์ปฏิญาณและเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ มักประสบกับวิบากกรรมทางการเมืองและถูกกฎหมายลงโทษในที่สุด สิ่งเหล่านี้เตือนใจคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่า “การกระทำย่อมสะท้อนผล” เกียรติยศที่แท้จริงมิได้มาจากหัวโขนทางการเมืองที่สวมใส่ แต่มาจากความซื่อตรงต่อคำสัตย์ที่ได้ให้ไว้ในวาระสำคัญที่สุดของการเข้ารับตำแหน่งหน้าที่

ความคาดหวังต่อ “คณะรัฐมนตรีอนุทิน”

                       ประชาชนปรารถนาจะเห็นคณะรัฐมนตรีชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่อย่างสมเกียรติ เป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศชาติ การเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณในวันจักรีนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะพิสูจน์ถึงความจงรักภักดีและความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาบ้านเมือง หากคณะรัฐมนตรีร่วมกันยึดถือแนวทางความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง ย่อมจะเป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชนและนำพาสังคมไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้อย่างแท้จริง เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ตนเองและวงศ์ตระกูลสืบไป

แง่คิดหลังคำสัตย์ปฏิญาณ

                           การถวายสัตย์ปฏิญาณ เป็น”หัวใจสำคัญที่มากกว่าถ้อยคำ”  เป็นวินาทีแห่งเกียรติยศสูงสุดที่คณะรัฐมนตรีได้มีโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์ ถือเป็นมงคลและเป็นความภาคภูมิใจที่พึงรักษาไว้ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเคร่งครัด

                 การตระหนักรู้ว่าอำนาจที่ได้รับมานั้น มีไว้เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มิใช่เพื่อการแสวงหาประโยชน์ส่วนตนซึ่งขัดต่อคำสัตย์ปฏิญาณที่ได้ให้ไว้

                คณะรัฐมนตรีที่สง่างาม  คือกลุ่มบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและเที่ยงธรรม เพื่อให้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศชาติ และเป็นการสนองพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน

                   THAITRIBUNE  หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในวันที่ 6 เมษายนนี้ จะเปลี่ยน “คำมั่นสัญญา” ให้เป็น “การปฏิบัติจริง” เพื่อความวัฒนาสถาพรของชาติบ้านเมืองสืบไป

ข่าวล่าสุด

เก้าอี้สั่นคลอน! ‘สุริยะ’ ส่อแววปลิว รมว.เกษตรฯ หลังอธิบดีฝนหลวงฯ แฉหมดเปลือก 

มีคำสั่งด่วนเด้งอธิบดีกรมฝนหลวงฯ พ้นเก้าอี้แบบสายฟ้าแลบ อธิบดีจึงตัดสินใจยื่นใบลาออกพร้อมแฉเบื้องหลังว่าโดนกดดันอย่างหนัก เพราะไม่ยอมเซ็นอนุมัติงบซ่อมบำรุงเครื่องบินปี 2570 ให้กับ "หลาน รมต."

ลิซ่า เดิมพันครั้งใหญ่ของ ฟีฟ่า

องค์กรจัดการลิขสิทธิ์เพลง (PRO) เพียงแห่งเดียวในสหรัฐอเมริกา ประกาศรายชื่อศิลปิน ที่จะแสดงใน ฟุตบอลโลก 2026 LISA นางฟ้าตัวน้อยจากประเทศไทย ลิซ่า ไม่ได้เดินตามเกมของใคร ลิซ่า กำลังสร้างเกมของตัวเอง กับมหาอำนาจกีฬาโลก

ใบไม้หนึ่งใบ กับสุนัขที่เข้าใจ “การแลกเปลี่ยน” เหมือนมนุษย์

เป็นสุนัขจรที่เจ้าหน้าที่ช่วยกันดูแล มันใช้ชีวิตปะปนกับนักเรียน เห็นกิจวัตรเดิมทุกวัน—การต่อแถว การยื่นเงิน การรับของตอบแทน ภาพเหล่านี้ค่อยๆ กลายเป็น “ข้อมูล” ที่มันสะสมโดยไม่ต้องมีใครบอก

ตระกูล “จุฬางกูร” กับ “จึงรุ่งเรืองกิจ” 

ตระกูล "จุฬางกูร" กับ "จึงรุ่งเรืองกิจ" เป็น 2 ตระกูลที่แตกกอมาจากรากเดียวกัน โดยต้นตระกูลเป็นทายาทของ "ฮั้งฮ้อ แซ่จึง" ซึ่งต้นตระกูล "จุฬางกูร" คือ "สรรเสริญ จุฬางกูร"

ข่าวอื่นๆ

ถอดรหัสฟ้าผ่า! “อธิบดีฝนหลวง” ลาออก  ทิ้งทวนศักดิ์ศรีข้าราชการ !

เปิดปูมฝูงบิน 77 ลำ กับงบประมาณปี 69 กว่า 2.7 พันล้าน เมื่อข้าราชการมืออาชีพถูกบีบให้เลือกระหว่าง "นโยบาย" หรือ "ความถูกต้อง"

ไทยจูงมือ “สิงคโปร์ ลงเรือ  “แลนด์บริดจ์”   พลิกกระดานภูมิรัฐศาสตร์

มีการเปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับ นายชาง ชุน ชิง รัฐมนตรีจากสิงคโปร์ เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่

ป้าย  20 ล้าน ? สีน้ำเงิน ที่สนามบินบุรีรัมย์ยกระดับอินเตอร์ หรือ ปรับสีเพื่อ “ใคร ?“

เปิดเบื้องหลังงบประมาณกรมท่าอากาศยาน ท่ามกลางกระแสวิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ “อัตลักษณ์ภาครัฐ” กับ “เฉดสีที่คุ้นตา” พาดทับกันจนเป็นประเด็น