หน้าแรกINSIDE - INSIGHTพรก. ”4 แสนล้าน“  แก้วิกฤต…หรือขยายอำนาจ ?

พรก. ”4 แสนล้าน“  แก้วิกฤต…หรือขยายอำนาจ ?

เผยแพร่

spot_img

อ้างแรงกดดันพลังงานโลก สู่คำถามเรื่อง “ความจำเป็น” และ “กระบวนการ”

ครม.เห็นชอบกู้ 4 แสนล้าน แบ่งครึ่ง..เยียวยาและพลังงานสะอาด 

ฝ่ายค้านเสนอทบทวนช่องทางกฎหมาย

                                มติคณะรัฐมนตรีให้ตราพระราชกำหนดกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยมีเหตุผลจากความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก อันเป็นผลจากความตึงเครียดระหว่างประเทศ กำลังนำไปสู่การอภิปรายในหลายมิติ ทั้งในด้านความจำเป็นของมาตรการ ความเหมาะสมของเครื่องมือทางกฎหมาย และผลกระทบเชิงโครงสร้างในระยะยาว

                                 รายละเอียดของมาตรการแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ วงเงิน 200,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน กลุ่มเปราะบาง ชนชั้นกลาง และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และอีก 200,000 ล้านบาท สำหรับการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไปสู่รูปแบบที่ยั่งยืนมากขึ้น

                                ข้อสังเกตจากฝ่ายค้านเห็นว่า มาตรการเยียวยามีลักษณะสอดคล้องกับสถานการณ์เฉพาะหน้า ขณะที่การลงทุนด้านพลังงานสะอาดมีลักษณะเป็นนโยบายระยะยาว ซึ่งอาจเหมาะสมกับกระบวนการพิจารณาผ่านรัฐสภาในรูปแบบพระราชบัญญัติมากกว่า

                                แม้รัฐบาลจะชี้ให้เห็นถึงผลกระทบจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ แต่คำถามที่ตามมาคือ ระดับของผลกระทบดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ที่เข้าข่าย “ความจำเป็นเร่งด่วน” ที่หม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ตามหลักการของการออกพระราชกำหนดหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน

                               การบรรจุมาตรการที่มีลักษณะแตกต่างกันทั้งในเชิงเวลาและวัตถุประสงค์ไว้ภายใต้กฎหมายฉบับเดียว สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็เปิดพื้นที่ให้เกิดการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมของการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว

                              ประเด็นสำคัญจึงมิได้อยู่เพียงที่วงเงินหรือวัตถุประสงค์ของการใช้จ่าย แต่รวมถึง “กระบวนการ” ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย การเลือกใช้พระราชกำหนดสะท้อนความต้องการความคล่องตัวของฝ่ายบริหาร ในขณะที่อีกมุมหนึ่งให้ความสำคัญกับกระบวนการกลั่นกรองและการมีส่วนร่วมผ่านกลไกรัฐสภา โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทิศทางการพัฒนาพลังงานของประเทศในระยะยาว

                               ในมิติของนโยบายสาธารณะ การตัดสินใจครั้งนี้อาจสะท้อน “จุดเปลี่ยน” ของการบริหารจัดการวิกฤต ที่มิได้จำกัดอยู่เพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่เชื่อมโยงไปสู่การวางรากฐานในระยะยาว 

                               อย่างไรก็ดี การผสานมาตรการระยะสั้นและระยะยาวไว้ในกลไกเดียวกัน ย่อมทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “ความจำเป็นเร่งด่วน” กับ “ความจำเป็นเชิงยุทธศาสตร์” เลือนรางลง และอาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการใช้อำนาจทางการคลังในอนาคต ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

                               เมื่อมาตรการเริ่มต้นแล้ว สิ่งที่ต้องติดตามต่อเนื่องคือความสอดคล้องของนโยบายในแต่ละระยะ ว่าจะสามารถเชื่อมจากการเยียวยาไปสู่การปรับโครงสร้างได้อย่างราบรื่นเพียงใด โดยไม่ให้ความเร่งด่วนในระยะสั้นกลายเป็นข้อจำกัดของการตัดสินใจในระยะยาว

2569-05-07  “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

ครม.ไฟเขึยว  คุ้มครองผู้บริโภค ซื้อออนไลน์คืนสินค้าได้

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ยกระดับสิทธิผู้ซื้อ กำหนดมาตรฐานการรับผิดชอบผู้ขายชัดเจนขึ้น (16 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .......

เตือนภัย พลิกโลก  เอลนีโญมาแล้ว !

ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" ได้ก่อตัวขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชี้ชัดว่า มีแนวโน้มทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และอาจกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย

ข่าวอื่นๆ

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย

จับตา “ทุนต่างชาติ”   เขย่าเกาะพะงันสะเทือน  ?

ชนวนเหตุความมั่นคง 3 มิติที่รัฐไทยห้ามกะพริบตา เมื่อการรวมตัวเฉพาะกลุ่ม ท้าทายกฎหมายและเอกราชทางเศรษฐกิจของท้องถิ่น ?