วันเสาร์, เมษายน 18, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTรัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา "หน้าโรงกลั่น"

รัฐถือ“ไม้เรียว” จัดระเบียบทุนพลังงาน   รื้อโครงสร้างราคา “หน้าโรงกลั่น”

เผยแพร่

spot_img

งัด พรก. ปี 16 บีบส่วนต่างกำไรคืนประชาชน พร้อมขยายผลสอบกว่า 60 ราย  ปม “น้ำมันล่องหน”  กระทบความมั่นคงเศรษฐกิจ

                               ท่ามกลางมรสุมราคาพลังงานที่ถาโถมจากวิกฤตการณ์โลก จนส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรากำลังได้เห็นภาพลักษณ์ใหม่ของกระทรวงพลังงานภายใต้การนำของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่มีความชัดเจนและดุดันยิ่งขึ้นในการประกาศยุทธศาสตร์ “ไม่เกรงใจกลุ่มทุน” สัญญาณนี้นับเป็นการส่งนัยสำคัญว่า รัฐบาลกำลังเร่งปรับเปลี่ยนสถานะจากเดิมที่เป็นเพียง “ผู้อุดหนุน” (Subsidizer) คอยแบกรับภาระหนี้ผ่านกองทุนน้ำมัน ไปสู่บทบาทของ “ผู้ควบคุม” (Controller) ที่ก้าวเข้ามาถือไม้เรียวเพื่อจัดระเบียบโครงสร้างราคาตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำอย่างจริงจัง

                          หัวใจสำคัญของการขยับตัวครั้งนี้ คือการหยิบยกอำนาจตาม พรก. แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พศ. 2516 มาเป็นเครื่องมือหลักในการกำกับดูแล ซึ่งถือเป็นการสื่อสารทางนโยบายว่า  ในภาวะไม่ปกติเช่นนี้ กลไกตลาดเสรีเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบที่เบ็ดเสร็จ รัฐจำเป็นต้องเข้ามาบริหารจัดการ “ค่าการกลั่น” และ “ราคาหน้าโรงกลั่น” ให้สอดรับกับความเป็นจริง มากกว่าจะปล่อยให้ส่วนต่างกำไรนั้นกลายเป็นภาระที่ตกหนักอยู่กับประชาชนเพียงฝ่ายเดียว

                         ความน่าสนใจอยู่ที่ปฏิบัติการเชิงรุกที่สอดประสานกันระหว่างฝ่ายนโยบายและฝ่ายปฏิบัติการ โดยมี พลตอ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหอกในการตรวจสอบความผิดปกติภายในคลังน้ำมันยุทธศาสตร์ การเรียกสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องกว่า 60 ราย หลังพบตัวเลข “น้ำมันล่องหน” หรือส่วนต่างสต็อกที่ไม่สัมพันธ์กับการจ่ายจริง สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลเล็งเห็นถึงปัญหาการกักตุนและการบริหารจัดการที่บิดเบือน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดสภาวะขาดแคลนเทียมในช่วงที่ราคามีความผันผวน

                           การเข้ากำกับดูแลทั้ง กลุ่มโรงกลั่น และ ผู้ค้ามาตรา 7 ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการใช้อำนาจบังคับขู่เข็ญ แต่คือการสร้างบรรทัดฐานความโปร่งใสในระบบธรรมาภิบาลพลังงาน การที่รัฐบาลเริ่มขุดคุ้ยบัญชีคลังน้ำมันและตรวจสอบเส้นทางการกระจายสินค้าอย่างละเอียด คือการบีบให้ภาคเอกชนต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น หากพบการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนกฎหมาย รัฐบาลก็พร้อมจะใช้ยาแรงผ่านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งถือเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาดที่กลุ่มทุนไม่อาจมองข้ามได้เหมือนเช่นอดีต

                             อย่างไรก็ตาม การก้าวสู่บทบาท “ผู้ควบคุม” มิใช่เพียงการไล่เบี้ยเป็นรายกรณี แต่คือความพยายามในเชิงอุดมการณ์ที่จะ “รื้อโครงสร้างราคา” ใหม่ทั้งระบบ รัฐบาลกำลังสื่อสารให้สังคมเห็นว่า การกู้เงินมาอุดหนุนราคาเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่การคุมส่วนต่างกำไรและการอุดรูรั่วในสายพานการกระจายน้ำมันคือทางออกที่ยั่งยืนกว่า ยุทธศาสตร์นี้ชัดเจนว่าต้องการทวงคืนอำนาจการจัดการทรัพยากรเพื่อประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ

                            ภารกิจนี้เปรียบเสมือนการพิสูจน์ความจริงใจของรัฐบาลว่าจะสามารถ “ถือไม้เรียว” ได้มั่นคงเพียงใดภายใต้แรงเสียดทานรอบด้าน การจัดระเบียบกลุ่มทุนพลังงานในครั้งนี้ไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่การลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มในระยะสั้น แต่อยู่ที่การสร้างระบบกำกับดูแลที่เข้มแข็งพอจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติในยามวิกฤต

                            บทสรุปของศึกครั้งนี้จึงอยู่ที่ว่า  รัฐจะสามารถรักษาความเฉียบขาดนี้ไว้ได้จนกว่าจะเกิดการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานที่เป็นธรรมได้อย่างแท้จริงหรือไม่

2569-04-19  “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

 IMF ประเมิน ปี 2569 เอเชียยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

สงครามตะวันออกกลาง : IMF ประเมิน ปี 2569 เอเชียยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก  สงครามในตะวันออกกลางกำลังเป็นบททดสอบสำคัญต่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจเอเชีย ซึ่งก้าวเข้าสู่ปี 2569 บนรากฐานที่ยังมั่นคง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่าเศรษฐกิจเอเชียจะขยายตัวร้อยละ 4.4...

ตระกูลเวชชาชีวะ : จากเรือใบเมืองจันทบุรี สู่ตระกูลการเมือง-การแพทย์

จากเสื่อผืนหมอนใบของชาวจีนฮากกา สู่การเป็นตระกูลที่ได้รับพระราชทานนามสกุลจากล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 นี่คือเรื่องราวของการเดินทางผ่านกาลเวลาของครอบครัวใหญ่ที่สมาชิกแต่ละรุ่นต่างมีทางเดินของตัวเอง แม้บางครั้งจะยืนอยู่คนละฝั่งของอุดมการณ์ก็ตาม

อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าหรือ EV ในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ดุเดือดและน่าจับตามองที่สุด

จากผู้ผลิตรถยนต์พลังงานทางเลือกกว่า 129 รายในประเทศจีน อาจจะมีเพียง 15 บริษัทเท่านั้นที่จะสามารถยืนหยัดอยู่รอดได้จนถึงปี 2030… ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่โหดร้าย แบรนด์ที่อ่อนแอก็จะถูกคัดออกไปตามกลไกตลาด

สหรัฐฯ พิจารณาข้อตกลงมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ แลกยูเรเนียมกับอิหร่าน 

สหรัฐฯ อาจปล่อยเงินทุนของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้จำนวน 20,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับการที่อิหร่านยอมสละคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ

ข่าวอื่นๆ

“ใคร?” คือเจ้าของตัวจริงธุรกิจท่องเที่ยวไทย !เปิดโครงสร้างนอมินี 4 แสนล้าน 

สถิติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยยอดตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงนอมินีในปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 16,000 ราย ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก

สงกรานต์ 2569 เมื่อ “ดีเซล 44 บาท” ทำงานแทนรัฐบาล

วิกฤตการณ์พลังงานที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 44.40 บาทต่อลิตรในช่วงสงกรานต์ปี 2569 กลายเป็นกลไกจำกัดการเดินทางที่ส่งผลรุนแรงยิ่งกว่าการรณรงค์ใดๆ ของภาครัฐ

“ฟรีวีซ่า 93 ประเทศ ดันเศรษฐกิจไทยฟื้น แต่ความเสี่ยงอาชญากรรมข้ามชาติท้าทายระบบคัดกรอง”

“สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime ) และ INTERPOL เริ่มสะท้อนแนวโน้มที่ต้องจับตา โดยระบุว่าเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะกลุ่มหลอกลวงออนไลน์และอาชญากรรมไซเบอร์ มีการปรับรูปแบบและเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังประเทศที่มีมาตรการเข้าเมืองผ่อนคลายมากขึ้น