วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 24, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTวางกลยุทธ…“เสร็จนาฆ่าโคถึก..!” 

วางกลยุทธ…“เสร็จนาฆ่าโคถึก..!” 

เผยแพร่

spot_img

 เบื้องหลังรัฐบาลสีน้ำเงินหมางเมิน “ธรรมนัส” สู่แผนล้างภาพลักษณ์ใหม่

   “ฉีกสัญญาใจ ล้างคราบบ้านใหญ่! จับตา อนุทิน เปิดยุทธการ “เสร็จนาฆ่า..โคถึก”    รอ.ธรรมนัส พ้นวงโคจรพรรคร่วมรัฐบาล   หวังใช้จังหวะ  “กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ” 

                                   วางแผนทำ  Rebrand ภูมิใจไทยใหม่ด้วยการนำ 5 เทคโนแครตชั้นนำนั่งเก้าอี้เสนาบดี ดึงภาพลักษณ์มืออาชีพกลบกระแสยี้ การเมืองสีน้ำเงินยุคใหม่กำลังเดิมพันด้วย “ความน่าเชื่อถือ”  ที่แลกมาด้วยการสัญญาใจไปไหนไปด้วยกันเป็นพันธมิตรผู้สร้างทางเดินสู่เก้าอี้นายกฯ”

                                หากจะนิยามสถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของภูมิใจไทยในขณะนี้ คำว่า ตระบัดสัตย์ อาจไม่เทียบเท่ากับสำนวนเพื่อนรักมาหักหลัง   หรืออาจดูน้อยไปสำหรับความรู้สึกของกลุ่ม รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เพราะหากย้อนรอยกลับไปในช่วง “สุญญากาศอำนาจ” ก่อนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีได้นั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ผู้จัดการรัฐบาล” ตัวจริงที่เดินสายล็อบบี้ ดีลลับ และทุบโต๊ะรวบรวมเสียงสนับสนุนจากพรรคน้อยใหญ่คือ รอ.ธรรมนัส หากปราศจาก “มือประสานสิบทิศ” ที่ชื่อธรรมนัสในวันนั้น อนุทินอาจเป็นได้เพียงแคนดิเดตนายกฯ ที่รอเก้ออยู่ข้างสนาม 

                             แต่เมื่ออำนาจเบ็ดเสร็จมาอยู่ในมือ วันนี้ “พรรคกล้าธรรม” กลับถูกหมางเมินหรือเขี่ยทิ้งให้ไปนั่งเก้าอี้ฝ่ายค้านอย่างไร้เยื่อใย นี่คือตำราการเมืองบทที่ว่าด้วย “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” อย่างแท้จริง

                            การสลัดทิ้ง “กลุ่มธรรมนัส” และไม่สนใจ “พรรคประชาธิปัตย์” ไม่ใช่เพียงความขัดแย้งเชิงตัวเลข 300 เสียง แต่มันคือ “แผนศัลยกรรมทางการเมือง” ครั้งใหญ่ของภูมิใจไทย ที่นายอนุทินรู้ดีว่าภาพลักษณ์เดิมของพรรคที่ถูกครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและเครือข่ายนักการเมืองรุ่นเก่า คือ “โซ่ตรวน” ที่จะรั้งไม่ให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ยาว กลยุทธ์ที่นำมาใช้จึงเป็นการเลือก “ตัดส่วนเกิน” ที่มีภาพลักษณ์สีเทาออกไป แล้วแทนที่ด้วยความพยายามสร้างมาตรฐานใหม่เพื่อซื้อใจชนชั้นกลางและตลาดทุน เป็นการทำธุรกิจการเมืองที่เน้นการ Rebranding เพื่อความอยู่รอดในระยะยาว

                              จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในกระดานนี้ คือการตัดสินใจ “เปิดตัวเทคโนแครต” ระดับพระกาฬอย่างน้อย 5 คน ที่มีทั้งการเงิน,การคลัง,เศรษฐิจ,พลังงาน ต่างประเทศ และปรมาจารย์กฏหมาย เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย นี่คือการส่งสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลสีน้ำเงินกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “พรรคบ้านใหญ่” ไปสู่ “พรรคบริหารมืออาชีพ” การดึงตัวบุคลากรที่มีโปรไฟล์สะอาดและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามานั่งเก้าอี้กระทรวงเกรด A คือการสร้างเกราะกำบังชั้นดีเพื่อป้องกันแรงเสียดทานจากฝ่ายแค้นและกระแสวิจารณ์ของสังคม เป็นการประกาศว่า “เราไม่ได้มีดีแค่จำนวนเสียง แต่เรามีสมองระดับบริหารด้วย”

                              อย่างไรก็ตาม การลงทุนด้วย “ความเชื่อมั่น” ครั้งนี้ต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูงลิบ เพราะการผลัก รอ.ธรรมนัส และประชาธิปัตย์ ไปเป็นฝ่ายค้านเท่ากับเป็นการสร้าง “ศัตรูที่รู้ไส้รู้พุง” มากที่สุดไว้ข้างตัว รอ.ธรรมนัสไม่ใช่คนที่จะยอมเจ็บแล้วจบง่ายๆ ข้อมูลเชิงลึกและ “ดีลลับ” ในอดีตที่เขาถืออยู่อาจถูกนำมาใช้เป็นอาวุธร้ายแรงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือการขุดคุ้ยความไม่โปร่งใสในภายหลัง รัฐบาลสีน้ำเงินกำลังเดิมพันว่า “ภาพลักษณ์ใหม่จากเทคโนแครต” จะแข็งแกร่งพอที่จะต้านทาน “พายุข้อมูล” จากอดีตพันธมิตรที่ถูกหมางเมินเหมือนหักหลังได้หรือไม่

                          หากมองในเชิงธุรกิจการเมือง นี่คือการ “ปรับพอร์ตโฟลิโอ” ครั้งสำคัญของนายอนุทิน เขาเลือกที่จะถือหุ้นเทคโนแครต ที่มีมูลค่าสูง    และตัดกลุ่มอำนาจเก่าหรือหุ้นที่มีความเสี่ยงสูงออกไป แม้จะต้องเผชิญกับการฟ้องร้องหรือการโจมตีจากผู้ถือหุ้นเดิมก็ตาม ภูมิใจไทยในโหมดนี้ไม่ได้หวังเพียงแค่เป็นรัฐบาล แต่กำลังวางรากฐานเป็น “สถาบันการเมืองขั้วใหม่” ที่จะมาแทนที่ทั้งเพื่อไทยและพรรคประชาชนในอนาคต โดยใช้ความนิ่งและความเชี่ยวชาญเป็นอาวุธหลักในการสยบแรงกระเพื่อมรอบทิศ

                               บทสรุปของ “รัฐบาลสีน้ำเงิน” ในวันพรุ่งนี้จึงไม่ใช่เรื่องของการจัดสรรปันส่วนเก้าอี้ทั่วไป แต่เป็นบททดสอบว่า “ภาพลักษณ์ใหม่” ที่สร้างขึ้นจะสวยงามพอที่จะปิดบังรอยร้าวจากการหมางเมินหรือหักหลัง ได้นานแค่ไหน

                              ในโลกการเมืองที่ความจงรักภักดีมีอายุขัยสั้นกว่าวาระของรัฐมนตรี การเดิมพันครั้งนี้ของ อนุทิน อาจเป็นการก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด หรืออาจเป็นการเปิดทางให้ “ระเบิดเวลา” ที่เขาสร้างไว้ด้วยตัวเองทำงานในวันที่เขาเผลอเรอก็เป็นได้

                             ผู้กำคนละหนึ่งคะแนนอย่างเรา จะเฝ้าติดตามทุกย่างก้าวของทุกฝ่ายในปลายทางของประโยชน์สาธารณะ

2569-02-24  “ชัยทัศน์”

ข่าวล่าสุด

จีนกำลังพัฒนาระบบฝึกยิงปืนด้วยหุ่นยนต์อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูง

เพื่อสร้างการจำลองการต่อสู้ที่ปลอดภัยและสมจริงยิ่งขึ้น หุ่นยนต์อัจฉริยะและเป้าหมายเคลื่อนที่เหล่านี้จะวิเคราะห์ความแม่นยำ เวลาตอบสนอง และการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ทหารฝึกฝนได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องเสี่ยงชีวิต  แต่สิ่งนี้ก็ก่อให้เกิดคำถามสำคัญเช่นกัน… AI ควรมีบทบาทในสงครามมากแค่ไหน? ค้นพบอนาคตของเทคโนโลยีทางการทหารและการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ได้ในวิดีโอนี้! https://youtube.com/shorts/z5I8HDkrKbI?si=_NFE_FitZIIR4Ogj

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงประกอบพิธีปักหมุดวางผังก่อสร้างพระเมรุมาศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีปักหมุดวางผังก่อสร้างพระเมรุมาศในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร

ขยะจำนวนมหาศาลเริ่มกองสูงเป็นภูเขาตามหัวมุมถนนในกรุงฮาวานา

ขยะจำนวนมหาศาลเริ่มกองสูงเป็นภูเขาตามหัวมุมถนนในกรุงฮาวานา เมืองหลวงของประเทศคิวบา ส่งผลให้เกิดปัญหากองทัพแมลงวันและกลิ่นเหม็นเน่าจากเศษอาหาร

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ เตรียมจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กำหนดจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ในวันพุธที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้อง 501 ชั้น 5 อาคารเดอะไรซ์ สี่แยกสะพานควาย

ข่าวอื่นๆ

แอป ฯ  นอกรุกฆาต…“SME”  ไทยดับสนิท !

เศรษฐกิจฐานรากไทยปี 2569 ตกอยู่ในภาวะอัมพาต เมื่อกองทัพแพลตฟอร์มต่างชาติขยายอิทธิพลกินรวบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแบบครบวงจร

อาณัติประชามติ 20 ล้านเสียง  กำแพงเหล็กประชาชน หรือแค่ทางผ่านนิติสงคราม?

ผลประชามติอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่คนไทยเกือบ 20 ล้านคนเทคะแนนเห็นชอบให้ "รื้อใหญ่" รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560

จับ“ไม่หยุด”  แต่…“ไม่จบ…!” ไทยกำลังตามหลังอาชญากรรมข้ามชาติ

สัญญาณเตือนฐานสแกมเมอร์-ฟอกเงินข้ามชาติ จับกุมหลายจังหวัด ยึดของกลางจำนวนมาก ตัวเลขระดับชาติชี้ปัญหาไม่ใช่รายย่อย                               การบุกทลายพูลวิลล่า ที่พัทยา เครือข่ายบัญชีม้าที่กรุงเทพ ฯ และปริมณฑล ตลอดจนฐานปฏิบัติการที่เชียงใหม่และ เชียงราย อาจดูเหมือนเป็นข่าวรายวัน แต่เมื่อประกอบกับตัวเลขทางการที่ระบุว่ามีการจับกุมผู้ต้องสงสัยคดีคอลเซ็นเตอร์แล้วมากกว่า 5,000 คน และส่งกลับประเทศกว่า...