หน้าแรกINSIDE - INSIGHTศึกชิงอำนาจ “เพื่อไทย” ปะทะ “ภูมิใจไทย” ใครจะได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

ศึกชิงอำนาจ “เพื่อไทย” ปะทะ “ภูมิใจไทย” ใครจะได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

เผยแพร่

spot_img

 เกมชิงอำนาจครั้งใหม่ของไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่จุดแตกหัก พรรคใหญ่สองขั้ว “เพื่อไทย” และ “ภูมิใจไทย” กำลังเร่งเดินเกมรุกเพื่อแย่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ขณะที่ชายแดนยังร้อนระอุ และประเทศยังคงต้องเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง และความไม่แน่นอนที่กดดันทุกฝั่ง

                            การเมืองไทยหมุนกลับมาอยู่ในวังวนเดิม  การต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจที่ซ่อนอยู่หลังฉาก “ความนิ่ง” อันเปราะบาง ครั้งนี้ พรรคเพื่อไทย และ พรรคภูมิใจไทย ต่างประกาศตนเป็นผู้ถือแต้มต่อ ด้วยเสียง ส.ส. ที่อ้างว่าเกินครึ่งหนึ่ง แต่ทว่าในสนามจริง ไม่มีใครสามารถมั่นใจได้ว่าเสียงเหล่านั้นจะคงอยู่จนถึงวันโหวต

                           ภูมิใจไทยทุ่มหมัดเด็ดด้วยการประกาศตัวเลข 280 เสียง  การเคลื่อนไหวที่ถูกมองว่าเป็น “สายฟ้าแลบ” สร้างแรงสั่นสะเทือนให้เกมการเมืองพลิกผันในชั่วข้ามคืน หากตัวเลขนี้จริง พรรคภูมิใจไทยอาจกลายเป็นตัวตั้งตัวตีรัฐบาลใหม่ได้ แต่ประวัติศาสตร์การเมืองไทยก็พิสูจน์มาแล้วว่า ตัวเลขก่อนโหวตจริง มักเป็นเพียงควันหลงบนเวทีเจรจา

                           แม้ถูกกดดันด้วยตัวเลข แต่เพื่อไทยยังคงยืนหยัดว่า “เกมยังไม่จบ” ยุทธศาสตร์หลักคือการเจรจาหลังบ้าน โดยหวังปิดดีลกับพรรคประชาชน ซึ่งถือกุญแจไขประตูสู่อำนาจ หากสำเร็จจะได้เสียงเกิน 250 อย่างมั่นคง แต่เงื่อนไขการร่วมรัฐบาล ทั้งการแก้รัฐธรรมนูญ และการทำประชามติ อาจกลายเป็นกับดักที่สั่นคลอนพันธมิตรเสียเอง

                          สิ่งที่สะท้อนความเปราะบางของการเมืองไทยยิ่งกว่าเกมตัวเลข คือการที่ประเด็นชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งยังคงคุกรุ่นจากปัญหาทุ่นระเบิดและความไม่มั่นคง ถูกหยิบยกมาเป็น “ใบเบิกทาง” ทางการเมือง การใช้ปัญหาความมั่นคงเป็นเครื่องมือหาเสียงและต่อรองอำนาจ ไม่เพียงสร้างความแตกแยกในสังคม แต่ยังอาจทำให้การแก้ปัญหาที่ต้องอาศัยเอกภาพของชาติยิ่งล่าช้าและซับซ้อน

                            สุดท้าย ไม่ว่าจะเป็น “280 เสียง” ของภูมิใจไทย หรือการ “ดีลลับ” ของเพื่อไทย ทั้งหมดก็ยังเป็นเพียงฉากละครการเมืองที่คนไทยคุ้นเคย ประชาชนยังต้องนั่งดูเกมห้ำหั่นบนเวที ขณะที่ปัญหาปากท้องและความมั่นคงชายแดนยังคงร้อนระอุ

ข่าวล่าสุด

จม.รักอาม่า  ดังสนั่นแผ่นดินใหญ่ ททท.คาดปลุกคนจีน เที่ยวไทย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำหน้าที่ขยี้หัวใจของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเล เล่าเรื่องราวความผูกพันผ่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันได้อย่างงดงาม ประกอบกับการดึงคนไทยเชื้อสายจีนมาร่วมถ่ายทอด ยิ่งทำให้คนดูชาวจีนอินและตระหนักว่า “ไทย-จีน ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวอื่นๆ

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน”

“จอมทัพไทย” ผู้ทะยานสู่ฟากฟ้าด้วยพระอัจฉริยภาพ “กษัตริย์นักบิน” จากระเบียบวินัยอันเคร่งครัดสู่พระราชปณิธาน “สืบสาน-รักษา-และต่อยอด” เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาประชาราษฏร์

โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ พุ่งสูง

สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในประเทศไทยรอบ 3 ปีที่ผ่านมา (พศ. 2566 - 2568) แสดงแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 700,000 ราย ขยับขึ้นเป็น 750,000 ราย และแตะระดับ 800,000 รายในปีล่าสุด

7 ชั่วโคตร..จากถนน  “ธนบุรี-ปากท่อ” สู่ “พระราม 2”

ส้นทางคมนาคมขนส่งสายหลักลงสู่ภาคใต้ หรือทางหลวงหมายเลข 35 ที่รู้จักกันในนาม "ถนนพระราม 2" กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอย่างรุนแรง จากกรณีอุบัติเหตุในพื้นที่ก่อสร้างที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง