วันเสาร์, เมษายน 11, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHTสงกรานต์หงอย-คนเดินทางน้อย

สงกรานต์หงอย-คนเดินทางน้อย

เผยแพร่

spot_img

 เมื่อน้ำมันลิตรละ 50 บาท กลายเป็นกำแพงกั้นทางกลับบ้าน

สำรวจปรากฏการณ์สงกรานต์ยุคพลังงานแพง ประชาชนถอยร่นตั้งหลัก รัฐบาลเผชิญโจทย์หินแก้กฤตปากท้อง

วิกฤตพลังงานจากศึกตะวันออกกลาง กระแทกวัฒนธรรม “สงกรานต์” ไทยเข้าสู่ยุคประหยัดสุดขีด

                            สงกรานต์ปี 2569 ถูกจารึกว่าเป็นเทศกาลที่ “เงียบเหงา” และ “แพง” ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ เมื่อวิกฤตสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ฉุดราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูง ส่งผลให้ดีเซลในประเทศแตะเพดานลิตรละ 47-50 บาท

                           แม้รัฐบาลพยายามตรึงราคาค่าตั๋วโดยสาร แต่กำลังซื้อที่ถดถอยทำให้ประชาชนเลือกที่จะ “ไม่ไปต่อ” เปลี่ยนพฤติกรรมจากรถส่วนตัวสู่ระบบราง ขณะที่สถิติอุบัติเหตุยังคงเป็นเงาตามตัวแม้ปริมาณรถจะเบาบางลง สะท้อนภาพความเหลื่อมล้ำและบททดสอบครั้งใหญ่ของรัฐบาลในการรับมือกับความผันผวนของโลก

                          พิษสงครามตะวันออกกลาง เมื่อราคาน้ำมันกลายเป็นกำแพงกั้นทางกลับบ้าน

                         จากข้อมูลตรวจสอบพบว่า สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ปะทุขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อราคาน้ำมันในประเทศอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์เพียงหนึ่งสัปดาห์ ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นถึง 47.74 บาทต่อลิตร และในบางพื้นที่สูงแตะ 50 บาท ส่งผลให้ต้นทุนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวพุ่งสูงขึ้นกว่าปีก่อนเกือบ 40% ทำให้แผนการเดินทางกลับภูมิลำเนาของครอบครัวชนชั้นกลางและแรงงานถูกยกเลิกเป็นจำนวนมาก

                         สังคมปรับตัว  ระบบรางเต็มพิกัด พฤติกรรม “เที่ยวใกล้บ้าน” มาแรง

                        แม้ปริมาณรถยนต์บนถนนสายหลักอย่างพหลโยธินและมิตรภาพจะดูเบาบางลงเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ แต่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และสถานีขนส่งหมอชิตกลับเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ข้อมูลชี้ว่าประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงภาระค่าน้ำมัน ขณะที่โพลสำรวจพบว่ากว่าร้อยละ 61 ของผู้ตอบแบบสอบถาม เลือกที่จะพักผ่อนอยู่บ้านหรือท่องเที่ยวภายในจังหวัดตนเองเพื่อเก็บเงินไว้ใช้จ่ายในสิ่งของจำเป็นที่กำลังปรับราคาขึ้นตามค่าขนส่ง

                        สถิติอุบัติเหตุ  จำนวนรถน้อยลง แต่ความรุนแรงยัง “ทรงตัว” แม้จะเป็นวันเริ่มต้นของเทศกาล

                       สิ่งที่ยังคงเป็นจุดบอดสำคัญคืออุบัติเหตุบนท้องถนน แม้ปริมาณรถจะลดลงแต่ “ความเร็ว” กลับเพิ่มขึ้นเนื่องจากถนนว่าง สถิติเบื้องต้นในวันที่ 11 เมษายน 2569 ยังคงเห็นตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในระดับที่น่ากังวล โดยมีสาเหตุหลักคือ “ขับรถเร็วเกินกำหนด” และ “เมาแล้วขับ” ซึ่งเป็นปัญหารากลึกที่ไม่เคยจางหายไปตามสภาพเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงต้องใช้มาตรการตรวจเข้มทุกจุดเสี่ยงเพื่อไม่ให้ “วันสงกรานต์” กลายเป็น “วันสูญเสีย”

                      การเมืองเรื่องปากท้อง  บททดสอบความแกร่งของรัฐบาล

                     ในมิติทางการเมือง รัฐบาลกำลังถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ“กองทุนน้ำมัน” และการรับมือกับภาวะเงินเฟ้อ แม้จะมีการประกาศตรึงราคาค่าตั๋ว บขส. และเตรียมชงงบประมาณเยียวยาเร่งด่วนเข้า ครม. แต่ประชาชนมองว่าเป็นการ “แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ” การนิ่งเฉยหรือมาตรการที่ล่าช้าท่ามกลางวิกฤตโลกอาจส่งผลต่อคะแนนนิยมอย่างรุนแรง หากไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ว่ารัฐจะมีมาตรการรองรับที่ยั่งยืนกว่าการแจกเงินเป็นครั้งคราว

                     สงกรานต์ 2569 คือจุดเปลี่ยนของโครงสร้างเศรษฐกิจ

                    วิกฤตปีนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องชั่วคราว แต่มันคือการ “ปรับฐาน” ความเป็นอยู่ของคนไทย เมื่อต้นทุนพลังงานกลายเป็นตัวแปรหลัก ประชาชนจะเริ่มให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางการเงินมากกว่าจารีตประเพณีการเดินทางไกล การท่องเที่ยวไทยในอนาคตอาจต้องพึ่งพาการเดินทางระยะใกล้มากขึ้น และรัฐบาลต้องเร่งผลักดันนโยบาย “โครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางราคาถูก” เช่น รถไฟทางคู่ที่ครอบคลุม เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันในอนาคต

                                  ท่ามกลางวิกฤตที่บ้านกลายเป็นจุดหมายซึ่งเอื้อมถึงได้ยาก ประชาชนไทยกำลังปรับตัวด้วยความอดทนอย่างละเมียดละไม การที่สงกรานต์ปีนี้คนเดินทางน้อยลงอาจดูเป็นผลดีในเชิงสถิติ แต่ในความเป็นจริงมันคือความเงียบงันจากภาวะจำยอม เมื่อต้นทุนชีวิตพุ่งสูงจนการกลับไปพบครอบครัวกลายเป็นความหรูหราเกินเอื้อม สิ่งนี้สะท้อนว่าสวัสดิการและโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ กำลังเดินตามหลังความทุกข์ยากของพลเมืองอยู่หลายก้าว

                                 รัฐบาลในฐานะผู้บริหารประเทศไม่ควรพึงใจเพียงมาตรการบรรเทาชั่วคราว เพราะการแก้ปัญหาที่ไม่ถึงรากเหง้าเปรียบเสมือนการพรมน้ำบนถนนที่กำลังร้อนระอุ  หากไร้วิสัยทัศน์ที่ยั่งยืนในการจัดการวิกฤตพลังงาน ความเชื่อมั่นของประชาชนอาจระเหยหายไปเร็วกว่าน้ำในวันสงกรานต์ และทิ้งไว้ด้วยรอยร้าวระหว่างรัฐกับประชาชนที่จะต้องจดจำไปอีกนานจนกว่าสงกรานต์จะเวียนมาอีกหน

2569-04-12  “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

“เจริญนครกำลังจะเปลี่ยน!” มหาดไทยทุ่ม 5.5 พันล้าน สร้างศูนย์ราชการใหม่ รองรับคน 7,600 คน

ล่าสุด โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทย มูลค่ากว่า **5,574 ล้านบาท** มีความคืบหน้าแล้ว **34.07%** และเดินหน้าต่อเนื่อง คาดเสร็จภายในปี **2570**

 “สีหศักดิ์” ยันไม่ร่วม JBC 17-15 เม.ย.รอตั้งกรรมการฝ่ายไทยก่อน 

“สีหศักดิ์” ย้ำไทยยังไม่พร้อม ประชุมเจบีซี 17-25 เม.ย. เผยฝรั่งเศสให้ความร่วมมือไทยเข้าถึงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พร้อมระบุยกเลิกเอ็มโอยู43 ต้องเป็นฉันทามติ

อิตาลี-สเปน เรียกทูตอิสราเอลประท้วงหลังยิงเตือนและกักขังทหารรักษาสันติภาพ UNIFILในเลบานอน

อิตาลีและสเปนเดินหน้ากดดันอิสราเอล โดยเรียกนักการทูตเข้าชี้แจงอย่างเป็นทางการ หลังเกิดเหตุสองกรณีที่เกี่ยวข้องกับทหารรักษาสันติภาพในภารกิจ United Nations Interim Force in Lebanon (UNIFIL) ในเลบานอน

อิสราเอลจะทำทุกวิถีทางเพื่อจุดชนวนสงครามขึ้นมาอีกครั้ง

การหยุดยิงในตะวันออกกลางและการเปิดช่องทางเดินเรือผ่าน Strait of Hormuz อีกครั้งนั้น อยู่บนพื้นฐานที่เปราะบางอย่างยิ่ง และอิสราเอลจะทำทุกอย่างเพื่อให้สงครามปะทุขึ้นอีก

ข่าวอื่นๆ

วิกฤต “บัตรทอง”  หนี้เน่า 6 หมื่นล้าน !  สั่นคลอนระบบสาธารณสุข

รูรั่วบริหารจัดการทำกองทุนส่อเค้า "ถังแตก"  รัฐบาลใหม่เผชิญบททดสอบหินกลางสภาฯ                             วงการสาธารณสุขไทยถึงคราวสั่นสะเทือน เมื่อการอภิปรายนโยบายรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร  9-10 เมษายน 2569 เปิดเผยตัวเลขหนี้ค้างชำระค่ายาและเวชภัณฑ์สะสมสูงถึง 6 หมื่นล้านบาท สะท้อนความล้มเหลวในการบริหารจัดการงบประมาณ สปสช. ที่สวนทางกับต้นทุนจริง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ "อาการป่วย"...

แถลงนโยบาย  ชูยุทธศาสตร์ 5 เสาหลัก  เดิมพัน “รัฐบาลใหม่“ วัดใจเศรษฐกิจฐานราก

อนุทิน ชาญวีรกูล แถลงนโยบายรัฐบาลวันแรกต่อรัฐสภา ชูยุทธศาสตร์ 5 เสาหลักยกระดับเศรษฐกิจ สังคม พร้อมเป้าหมายพาประเทศเข้าสู่ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ

จองรถ 1 แสน 3 หมื่นคัน  Motor Show  คนไทยทิ้งรถสันดาปหนี..น้ำมันแพง

ปิดฉากลงด้วยตัวเลขประวัติศาสตร์สำหรับงาน Motor Show 2026 ที่มียอดจองรถรวมสูงถึง 132,951 คัน โดยมีสัดส่วนเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กว่าร้อยละ 60