หน้าแรกINSIDE - INSIGHTแถลงนโยบาย  ชูยุทธศาสตร์ 5 เสาหลัก  เดิมพัน “รัฐบาลใหม่“ วัดใจเศรษฐกิจฐานราก

แถลงนโยบาย  ชูยุทธศาสตร์ 5 เสาหลัก  เดิมพัน “รัฐบาลใหม่“ วัดใจเศรษฐกิจฐานราก

เผยแพร่

spot_img

ดันไทยสู่มาตรฐานสากล ท่ามกลางแรงกดดันค่าครองชีพ

5 เสาหลักยกเครื่องประเทศ ฝ่ายค้านท้วงรายละเอียดงบฯ–พลังงานยังไม่ถึงต้นตอ จับตารัฐบาลเชื่อม “ภาพใหญ่” สู่ “ปากท้อง” ให้ได้จริง

                              อนุทิน ชาญวีรกูล แถลงนโยบายรัฐบาลวันแรกต่อรัฐสภา ชูยุทธศาสตร์ 5 เสาหลักยกระดับเศรษฐกิจ สังคม พร้อมเป้าหมายพาประเทศเข้าสู่ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้านที่ตั้งคำถามต่อความชัดเจนของงบประมาณและแนวทางแก้ปัญหาพลังงาน ซึ่งยังไม่ตอบโจทย์ค่าครองชีพในระยะสั้น ทำให้รัฐบาลต้องเผชิญความท้าทายในการพิสูจน์ว่านโยบายเชิงโครงสร้างจะสามารถแปรเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ในชีวิตประชาชน

                            การแถลงนโยบายต่อรัฐสภาวันแรก (9 เมษายน 2569) ของ อนุทิน ชาญวีรกูล เปิดฉากรัฐบาล “อนุทิน 1” ด้วยโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายตั้งแต่ต้นทาง จะทำอย่างไรให้การ “ยกระดับประเทศ” เดินไปพร้อมกับการ “แก้ปากท้อง” ที่รอไม่ได้ ท่ามกลางแรงกดดันจากค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือน และต้นทุนพลังงานที่ยังคงเป็นภาระจริงในชีวิตประจำวันของประชาชน

                              แกนหลักของนโยบายถูกจัดวางเป็น “5 เสาหลัก” ที่เน้นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว ตั้งแต่การดึงดูดอุตสาหกรรมใหม่และเทคโนโลยีดิจิทัล การยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกรและ SMEs การเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่ความยั่งยืน การพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านสวัสดิการและการจ้างงาน ไปจนถึงการปฏิรูประบบราชการควบคู่กับการผลักดันไทยเข้าสู่ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ซึ่งถูกใช้เป็น “หมุดหมาย” เชิงสัญลักษณ์ของการเข้าสู่คลับประเทศพัฒนาแล้ว

                              อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนจากฝ่ายค้านในการอภิปรายวันแรกสะท้อนความกังวลที่มีน้ำหนัก โดยเฉพาะคำถามเรื่อง “รายละเอียดเชิงปฏิบัติ” และแหล่งที่มาของงบประมาณสำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ซึ่งยังไม่ชัดเจนเพียงพอในสายตาของฝ่ายตรวจสอบ ขณะเดียวกัน ประเด็นพลังงานถูกยกขึ้นเป็นจุดอ่อนสำคัญ เนื่องจากนโยบายที่นำเสนอถูกมองว่ายังไม่แตะ “โครงสร้างราคา” ที่เป็นต้นตอของภาระค่าครองชีพ

                             ท่าทีของนายกรัฐมนตรีเลือกใช้ความสุขุมและวางกรอบการอธิบายในเชิง “วางรากฐาน” มากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยพยายามชี้ให้เห็นว่า การยกระดับสู่มาตรฐานสากลจะเป็นแรงผลักให้ระบบราชการต้องโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และลดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจ ผ่านแนวคิด “กฎหมายอนุมัติทางลัด” ที่ตั้งใจลดต้นทุนเวลาและความซับซ้อนในการติดต่อภาครัฐ

                          นโยบายชุดนี้สะท้อนวิสัยทัศน์เชิงโครงสร้างที่ชัดเจน รัฐบาลกำลัง “เดิมพัน” กับการสร้างเศรษฐกิจใหม่เพื่อยกระดับศักยภาพประเทศในระยะยาว แต่ในอีกด้านหนึ่ง ช่องว่างระหว่าง “ภาพใหญ่ระดับสากล” กับ “ความจริงระดับครัวเรือน” ยังคงเป็นความเสี่ยงทางการเมืองที่สำคัญ เพราะประชาชนจำนวนมากยังรอคำตอบที่เป็นรูปธรรมต่อปัญหาค่าครองชีพในปัจจุบันมากกว่าผลลัพธ์ในอนาคต

                         คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าไทยจะไปถึงมาตรฐานของ องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ได้หรือไม่ แต่คือ “ระหว่างทาง” รัฐบาลจะสามารถออกแบบมาตรการที่เชื่อมโยงนโยบายระดับมหภาคให้ลงสู่ระดับปากท้องได้อย่างไร โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่แรงกดดันทางเศรษฐกิจยังคงถาโถม

                        น้ำหนักจึงไปอยู่ที่ความสามารถของ อนุทิน ชาญวีรกูล และทีมเศรษฐกิจ ว่าจะอธิบายและแปลง “วิสัยทัศน์ระดับสากล” ให้เป็น “ผลลัพธ์ที่จับต้องได้” ได้เร็วเพียงใด เพราะหากช่องว่างนี้ยังคงอยู่ นโยบายที่วางไว้อย่างทะเยอทะยาน อาจสะดุดตั้งแต่จังหวะแรกของการขับเคลื่อน

2569-04-10  “ชัยทัศน์” 

ข่าวล่าสุด

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

ครม.ไฟเขึยว  คุ้มครองผู้บริโภค ซื้อออนไลน์คืนสินค้าได้

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า ยกระดับสิทธิผู้ซื้อ กำหนดมาตรฐานการรับผิดชอบผู้ขายชัดเจนขึ้น (16 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติความรับผิดเพื่อความชำรุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .......

เตือนภัย พลิกโลก  เอลนีโญมาแล้ว !

ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" ได้ก่อตัวขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยแบบจำลองสภาพภูมิอากาศชี้ชัดว่า มีแนวโน้มทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 และอาจกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปี

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย

ข่าวอื่นๆ

จาก “รอง ฯ จะเลื่อยขาผู้ว่า ฯ” กระฉ่อนโซเชียล

ถอดรหัสลับ..บริหารความขัดแย้งเชิงโครงสร้างมหาดไทย มวยล้มต้มคนดูหรือ..ศิลปะการบาลานซ์อำนาจระดับผู้นำ ?

เหมือนเกมไต่ลวดสลิงเมืองคาซาน

การเดินทางเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ระหว่างวันที่ 16-19 มิถุนายน 2569 ณ เมืองคาซาน กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่เวทีการเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-รัสเซีย

จับตา “ทุนต่างชาติ”   เขย่าเกาะพะงันสะเทือน  ?

ชนวนเหตุความมั่นคง 3 มิติที่รัฐไทยห้ามกะพริบตา เมื่อการรวมตัวเฉพาะกลุ่ม ท้าทายกฎหมายและเอกราชทางเศรษฐกิจของท้องถิ่น ?