INSIDE INSIGHT | “ชัยทัศน์”
ประจำวันที่ 16 กันยายน 2569
ความขัดแย้งตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันโลกทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ ความเสี่ยงไม่ได้หยุดที่ต้นทุนพลังงาน แต่สามารถส่งต่อไปยังค่าขนส่ง อาหาร สินค้า และกำลังซื้อของประชาชน
ราคาน้ำมันดิบ Brent กลับขึ้นไปแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อปลายสัปดาห์ ท่ามกลางความรุนแรงที่ขยายตัวในตะวันออกกลางและความกังวลต่อความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งน้ำมัน โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ของตลาดพลังงานโลก ขณะที่ตลาดยังประเมินความเสี่ยงว่าความขัดแย้งอาจทำให้การส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคสะดุดเป็นเวลานาน
สำหรับประชาชนไทย สงครามที่เกิดขึ้นห่างออกไปหลายพันกิโลเมตรอาจดูเหมือนเป็นเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ แต่ผลกระทบสามารถเดินทางมาถึงประเทศไทยผ่านราคาพลังงานได้อย่างรวดเร็ว เพราะน้ำมันไม่ได้อยู่เพียงในถังรถยนต์ หากอยู่ในต้นทุนการขนส่ง การผลิต การเกษตร การเดินทาง และสินค้าแทบทุกประเภท เมื่อราคาพลังงานสูงขึ้น ต้นทุนเหล่านี้ย่อมมีแรงกดดันให้ขยับตาม แม้จะไม่ได้ปรับขึ้นพร้อมกันทั้งหมดก็ตาม
สิ่งที่น่าจับตามากกว่าตัวเลข 100 ดอลลาร์ จึงไม่ใช่เพียงคำถามว่า “น้ำมันจะแพงขึ้นอีกเท่าไร” แต่คือราคาจะยืนอยู่ในระดับสูงนานแค่ไหน เพราะหากเป็นเพียงความผันผวนระยะสั้น ตลาดและผู้ประกอบการยังมีโอกาสปรับตัวได้ แต่หากความขัดแย้งกระทบปริมาณน้ำมันจริง หรือทำให้เส้นทางเดินเรือสำคัญมีความเสี่ยงต่อเนื่อง ตลาดจะเริ่มบวก “ค่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์” เข้าไปในราคาพลังงาน และแรงกดดันจะส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจในวงกว้าง
ประเทศไทยจึงเผชิญโจทย์สองชั้นพร้อมกัน ชั้นแรกคือการดูแลราคาพลังงานไม่ให้กระแทกประชาชนรุนแรงเกินไป ขณะที่ชั้นที่สองคือการบริหารต้นทุนของกองทุนและภาระทางการคลังไม่ให้การตรึงราคากลายเป็นปัญหาในอนาคต เพราะการช่วยเหลือราคาน้ำมันมีต้นทุน และไม่สามารถรับแรงกระแทกจากตลาดโลกได้โดยไม่มีข้อจำกัดตลอดไป ประสบการณ์ก่อนหน้านี้ที่กองทุนน้ำมันต้องเข้ามารับภาระเมื่อราคาพลังงานโลกพุ่งสูง จึงเป็นบทเรียนว่าการรับมือครั้งใหม่ต้องมองทั้ง “ราคาหน้าปั๊ม” และ “ฐานะทางการเงินของกลไกรัฐ” ไปพร้อมกัน
ที่สำคัญกว่านั้นคือผลกระทบต่อประชาชนไม่ได้วัดจากราคาน้ำมันเพียงลิตรละกี่บาท แต่ต้องวัดจากเงินที่เหลืออยู่หลังจ่ายค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ หากต้นทุนพลังงานสูงขึ้นพร้อมกับราคาสินค้าบางประเภทและกำลังซื้อที่ยังเปราะบาง ภาระจะตกหนักกับครัวเรือนรายได้น้อยและธุรกิจขนาดเล็กก่อนกลุ่มอื่น นี่จึงเป็นโจทย์เศรษฐกิจที่ต้องมองให้ไกลกว่าการประกาศปรับราคาน้ำมันในแต่ละสัปดาห์
สงครามอาจอยู่ไกลจากกรุงเทพฯ แต่ราคาน้ำมันไม่เคยรู้จักระยะทาง เพราะเมื่อโลกสะเทือนจากตะวันออกกลาง แรงสั่นสะเทือนอาจเดินทางมาถึงกระเป๋าเงินคนไทยก่อนข่าวจากสนามรบเสียอีก และครั้งนี้สิ่งที่รัฐบาลต้องบริหารจึงไม่ใช่เพียง “ราคาน้ำมัน” แต่คือ“ความรู้สึก” ของประชาชนว่า เมื่อโลกกำลังร้อนขึ้น รัฐจะช่วยไม่ให้ชีวิตของพวกเขาร้อนตามไปด้วยได้อย่างไร



