วันพุธ, เมษายน 15, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT "สันติภาพชายแดน" หรือ "กับดักการทูต"? ศึกเจรจาไทย-กัมพูชา ณ กัวลาลัมเปอร์ กับเดิมพันที่มากกว่าแค่ "ดินแดน"

 “สันติภาพชายแดน” หรือ “กับดักการทูต”? ศึกเจรจาไทย-กัมพูชา ณ กัวลาลัมเปอร์ กับเดิมพันที่มากกว่าแค่ “ดินแดน”

เผยแพร่

spot_img

  จาก 4-6 สิงหาคม 2568 หลังจากการประชุม GBC ระดับฝ่ายเลขานุการของทั้งสองประเทศ ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ไทยและกัมพูชาเตรียมลงนามในข้อตกลงหยุดยิง 13 ข้อ ซึ่งถูกมองว่าเป็นผลสำเร็จที่ไทยได้เปรียบทางยุทธศาสตร์นั้น

  ข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมมาตรการสำคัญ เช่น การหยุดยิงเด็ดขาด การห้ามเคลื่อนย้ายกำลัง และการจัดตั้งกลไกประสานงานร่วม ซึ่งสะท้อนถึงเจตจำนงของไทยในการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาในระยะยาว ขณะที่การยอมรับของกัมพูชามีปัจจัยจากแรงกดดันนานาชาติและข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ

                การลงนามครั้งนี้ยังได้รับความสนใจอย่างสูงจากนานาชาติ โดยมีจีนและสหรัฐอเมริกาเข้าร่วมสังเกตการณ์ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญเชิงภูมิรัฐศาสตร์ของความขัดแย้งในครั้งนี้ ทั้งสองมหาอำนาจต่างมีเป้าหมายในการขยายอิทธิพลและแสดงบทบาทในฐานะผู้สร้างสันติภาพในภูมิภาค           การมีผู้สังเกตการณ์ระดับโลกจึงเป็นหลักประกันสำคัญที่ช่วยเพิ่มน้ำหนักและความน่าเชื่อถือให้กับข้อตกลง

                อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงหยุดยิงนี้เป็นเพียง “ก้าวแรก” ในการแก้ไขปัญหา การดำเนินการตามข้อตกลงในทางปฏิบัติจะเป็นบททดสอบที่แท้จริง โดยเฉพาะการประชุมระดับผู้บัญชาการทหารภูมิภาค (RBC) ที่ต้องเกิดขึ้นภายใน 7 วัน ซึ่งจะพิสูจน์ถึงความตั้งใจจริงของทั้งสองฝ่ายในการรักษาสันติภาพและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในพื้นที่

             สันติภาพชายแดนของไทย-กัมพูชา จะเกิดขึ้นได้หรือไม่  เห็นว่าเป็นเพียงจุดเริ่มต้นบนเส้นทางการทูตที่ยาวไกล แม้ข้อตกลงจะดูเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายไทย แต่ “กับดัก” ที่แท้จริงคือความสามารถในการแปลงข้อตกลงบนกระดาษให้เป็นการปฏิบัติที่ยั่งยืนในพื้นที่

               การมีส่วนร่วมของมหาอำนาจโลกเป็นเพียงเกราะป้องกันชั้นนอก แต่การจะยุติความขัดแย้งอย่างแท้จริงได้นั้น ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นของไทยและกัมพูชาในการเดินหน้าเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหารากเหง้าเรื่องเขตแดนอย่างสันติและจริงจัง  สำคัญแต่ว่า ท่าทีของกัมพูชาแต่ต้นปราศจากความรับผิดชอบใด ๆ ที่ก่อขึ้น  และในที่สุดจะจริงใจแค่ไหนในการแก้ปัญหา

ข่าวล่าสุด

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

รถพลังงานไฮโดรเจน: รถในอนาคตอันใกล้

Toyota Crown FCEV จะเปิดตัวรุ่นขุมพลัง FCEV หรือ Hydrogen Fuel-Cell วิ่งไกล 820 กม. เติมเต็มถังใน 3 นาทีราคาเริ่มต้นที่ 8.3 ล้านเยน หรือประมาณ 1,970,719 บาท

เบื้องหลังเจ้าของปั๊มน้ำมันที่แท้จริง

เชลล์ ตราหอย คือ ผู้ประกอบการของกลุ่มต่างชาติในไทย โดยต่างชาติ แบรนด์นี้พวกอังกฤษ ถือหุ้นใหญ่

ยูเนสโก …มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ขึ้นทะเบียน สงกรานต์ในประเทศไทย เทศกาลปีใหม่ไทยดั้งเดิม ในบัญชีรายชื่อตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

ข่าวอื่นๆ

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

อย่าปล่อย ..“คนแก่ 14 ล้าน”  ในกรงขังดิจิทัล

“วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” ประจำปี 2569 ข้อมูลระบุชัดว่าไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์โดยมีประชากรอายุเกิน 60 ปี กว่า 14 ล้านคน หรือร้อยละ 20 ของประเทศ

“สงกรานต์”  จากหยดน้ำแห่งศรัทธาสู่“มหาเทศกาลโลก”

สถิติล่าสุดพบว่ามีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาสัมผัสบรรยากาศปีใหม่ไทยพุ่งสูงกว่า 6.6 แสนคนภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว สะท้อนให้เห็นว่าเสน่ห์ของ "เทศกาลน้ำ" แห่งอุษาคเนย์นี้ได้กลายเป็น "คานิวัลระดับโลก" ที่สร้างรายได้หมุนเวียนมหาศาล