หน้าแรกINSIDE - INSIGHTเกมการเมืองบนรอยต่อของกฎหมายและอำนาจ

เกมการเมืองบนรอยต่อของกฎหมายและอำนาจ

เผยแพร่

spot_img

กำลังทำให้ “ภูมิธรรม” เผชิญวิบากกรรมทางการเมืองหลังหนังสือยุบสภาถูกตีกลับ  และจะเกืดการต่อสู้ที่เข้มข้นมากยื่งขึ้นตามลำดับ

                              เกืดจุดเปลี่ยนของเกมชิงอำนาจ เปลี่ยนสถานการณ์การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญและเปราะบางอย่างยิ่ง เมื่อการตัดสินใจที่สร้างความประหลาดใจของพรรคเพื่อไทยในการยื่นหนังสือขอพระราชทานยุบสภาได้ถูกตีกลับด้วยเหตุผลทางระเบียบและข้อกฎหมาย 

                            ขณะนี้ นายภูมิธรรม เวชชยชัย รักษาการรองนายกรัฐมนตรี กำลังเผชิญกับคลื่นความไม่พอใจและการเคลื่อนไหวทางกฎหมายจากหลายฝ่าย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งเชิงอำนาจที่กำลังร้อนระอุ

                               การเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ตามมา หลังจากมีรายงานว่าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้ความเห็นแย้งว่า “รัฐบาลรักษาการไม่มีอำนาจในการยุบสภา” และสำนักองคมนตรีได้ส่งคืนร่างพระราชกฤษฎีกาให้รัฐบาลทราบ

ทำให้เกิดสถานการณ์พลืกผัน มีปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ ในทันที

                             เริ่มจากนายศรีสุวรรณ จรรยา นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ  ให้ไต่สวนเอาผิดนายภูมิธรรมในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

                              ต่อมา นายศุภชัย ใจสมุทร อดีต ส.ส. พรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายภูมิธรรมในข้อหาความผิดต่อเจ้าพนักงาน

                             นอกจากนี้ ยังมีนักวิชาการและนักกฎหมายอีกหลายรายที่ออกมาแสดงความเห็นทางสื่อต่าง ๆ ตลอดทั้งวัน ว่า การกระทำของนายภูมิธรรมเป็นเรื่องที่มิบังควรต่อองค์พระมหากษัตริย์และต่อรัฐธรรมนูญ

                             ย้อนกลับมาดูว่า ทำไมการกระทำครั้งนี้จึงเป็นประเด็นร้อน

                            การกระทำของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการ “เดิมพันครั้งสุดท้าย” เพื่อพลิกเกมการเมืองจากที่กำลังจะเสียอำนาจให้กับพรรคภูมิใจไทยที่กำลังรวบรวมเสียงเพื่อตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ แต่เมื่อแผนไม่เป็นไปตามที่คิด การกระทำครั้งนี้จึงกลายเป็น “ดาบสองคม” ที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองอย่างรุนแรง

                           การกระทำที่ขัดต่อความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งเป็นหน่วยงานทางกฎหมายสูงสุดของรัฐบาล สะท้อนถึงการขาดความรอบคอบและความเข้าใจในระเบียบปฏิบัติที่สำคัญ ซึ่งถือเป็นความบกพร่องที่ร้ายแรงสำหรับผู้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งบริหารสูงสุด

                        นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่ให้ควาทเห็นทางสื่อต่าง ๆ มองว่า การยื่นยุบสภาในฐานะรัฐบาลรักษาการมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการ “ล้างไพ่” ทางการเมืองและนำประเทศกลับไปสู่การเลือกตั้งใหม่ที่พรรคเพื่อไทยหวังว่าจะได้รับชัยชนะที่เด็ดขาดกว่าเดิม แต่เมื่อกลยุทธ์ล้มเหลว การกระทำนี้ก็กลายเป็นเพียงการเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีและนำไปสู่การดำเนินคดีตามมา

                         ความต้องการสูงสุดของพรรคพรรคเพื่อไทยคือการกลับมามีอำนาจที่แข็งแกร่งและเด็ดขาดกว่าเดิม แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ดูเหมือนว่าความพยายามครั้งนี้จะล้มเหลว และพรรคจะต้องตกเป็นฝ่ายค้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หนทางต่อไปของพรรคเพื่อไทยคือการเข้าสู่โหมดฝ่ายค้านเชิงรุก เพื่อโจมตีรัฐบาลใหม่และฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากประชาชน

                        สำหรับพรรคภูมิใจไทย มีความต้องการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ แต่การที่นายภูมิธรรมถูกแจ้งความดำเนินคดีจะทำให้เกมการเมืองยิ่งซับซ้อนและดุเดือดขึ้น พรรคภูมิใจไทยจะใช้โอกาสนี้ในการโจมตีพรรคเพื่อไทยอย่างต่อเนื่องในฐานะฝ่ายค้าน

                        ส่วนพรรคประชาชน  มีความต้องการหลักคือการนำประเทศไปสู่การยุบสภาและการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งแม้จะยังไม่สามารถทำได้ทันที แต่การที่พรรคภูมิใจไทยแสดงเจตนารมณ์ที่จะทำตามเงื่อนไข  ก็ถือเป็นความสำเร็จขั้นต้นของพรรคประชาชนแล้ว

                         ในท้ายที่สุด ผลจากเหตุการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลเพียงแค่การเปลี่ยนขั้วอำนาจ แต่ยังส่งผลให้การเมืองไทยต้องเผชิญกับ “การต่อสู้ในเชิงกฎหมาย” ที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นภาพที่ประชาชนต้องจับตามองต่อไป และไม่ว่าสุดท้ายความต้องการของแต่ละฝ่ายจะลงเอยอย่างไร การเมืองไทยก็คงต้องเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ข่าวล่าสุด

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ

จาก “โอเลี้ยง-อเมริกาโน่”  ถึง “ศึกซักฟอก” การเมืองสายบันเทิงของ “อนุทิน

ฉากทัศน์นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล แนะนำเครื่องดื่ม “โอเลี้ยง” ชวนแขกเหรื่อระดับสถาบันการเงินและสื่ออินเตอร์ในงานประชุมระดับโลก อย่าง IMF-World Bank และเวทีเสวนา CNN

ข่าวอื่นๆ

ปิดฉาก IMF-World Bank 2026    นานาชาติปรบมือให้ไทย – ประกาศศักยภาพบนเวทีโลก

การประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม ปิดฉากลงแล้ว

เปิดตัว “Bangkok Blueprint” ผนึกกำลัง IMF-เวิลด์แบงก์-ธปท.   กู้วิกฤตฉ้อโกงการเงินดิจิทัลระดับโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund IMF) ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกันเปิดตัวกรอบนโยบายระดับสูง “พิมพ์เขียวกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นต่อการฉ้อโกง” (Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services)

สตง. ปะทะ ไทยพีบีเอส. ตรวจสอบเงินแผ่นดิน หรือเปิดทางศึกรื้อภาษีบาป ?

การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือไทยพีบีเอส โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลายเป็นประเด็นสาธารณะที่มีนัยสำคัญทั้งด้านธรรมาภิบาลและเสรีภาพสื่อ