วันพุธ, เมษายน 15, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT3 วิกฤตทับซ้อน ทดสอบสมรรถนะรัฐบาลไทย

3 วิกฤตทับซ้อน ทดสอบสมรรถนะรัฐบาลไทย

เผยแพร่

spot_img

สามวิกฤตบรรจบ น้ำท่วมใต้ การเมืองก่อนยุบสภา และชายแดนกัมพูชาคุกรุ่น ทดสอบสมรรถนะรัฐบาลไทยในห้วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

ในขณะที่ภาคใต้ โดยเฉพาะหาดใหญ่ กำลังจมอยู่ในภาวะน้ำท่วมหนักจากฝนต่อเนื่องหลายวัน ภาพของทหารตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทั้งจิตอาสาและหน่วยงานมากมาย ที่ถูกระดมลงพื้นที่ช่วยอพยพประชาชน กลายเป็นสัญลักษณ์ของวิกฤตที่ลุกลามทั้งด้านมนุษยธรรมและโครงสร้างพื้นฐาน 

ขณะเดียวกัน การเมืองส่วนกลางก็ร้อนรุ่มไม่แพ้กัน เมื่อสัญญา MOA ที่ระบุกรอบเวลา 31 มกราคม 2569 กลายเป็นเส้นตายที่ผลักดันให้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีระกูล ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการทำงานต่อสี่เดือนหรือยุบสภาก่อนกำหนดเพื่อหาทางลงที่ปลอดภัยที่สุดทางการเมือง

และที่สำคัญ ด้านความมั่นคง ชายแดนไทย-กัมพูชา  เป็นจุดเปราะบางที่ไม่อาจละสายตา การเคลื่อนกำลังลาดตระเวน การเสริมฐาน จุดตรวจ และเสียงปะทะประปรายสะท้อนว่าพื้นที่ยังตึงเครียด มิใช่ “ลมเงียบ” อย่างบางฝ่ายพยายามลดทอน 

การที่กำลังหลักของไทยถูกส่งลงภาคใต้เพื่อรับมืออุทกภัย ทำให้ฝ่ายความมั่นคงกังวลว่าอาจเกิดช่องโหว่ซึ่งต่างชาติอาจใช้ประโยชน์ในช่วงที่รัฐบาลไทยอาจเข้าสู่สถานะรักษาการ หากมีการยุบสภาก่อนกำหนดจริง ๆ

นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งชี้ว่า การยุบสภาเร็วในขณะประเทศเผชิญวิกฤตหลายด้านพร้อมกัน จะยิ่งลดศักยภาพการบริหาร เนื่องจากรัฐบาลรักษาการถูกจำกัดอำนาจการใช้งบประมาณ รวมถึงการเคลื่อนกำลังและการตัดสินใจด้านความมั่นคง ซึ่งต้องพึ่งการอนุมัติจาก กกต.ตามกฎหมาย ทำให้เครื่องมือของรัฐอาจไม่เพียงพอในการดับไฟทั้งสามกอง น้ำท่วม การเมือง และปัญหาแนวชายแดน ในช่วงเวลาอ่อนไหวเช่นนี้

รัฐบาลเวลานี้เหมือนคนยืนกลางสี่แยกที่สามทิศทางต่างลุกเป็นไฟ

ด้านหนึ่งน้ำท่วมภาคใต้กำลังไล่บีบเมืองใหญ่ให้ไม่ทันหายใจ อีกด้านคือเสียงนับถอยหลังยุบสภาตาม MOA ที่กดดันหนักขึ้นทุกวัน และปลายเส้นทางคือชายแดนกัมพูชาที่คุกรุ่นราวถ่านแดงพร้อมปะทุ

ทุกปัญหาแยกกันไม่ได้  น้ำที่ยังไม่ลดย่อมกระทบศรัทธาประชาชน การเมืองที่ยังไม่นิ่งย่อมกระทบเสถียรภาพรัฐบาล และชายแดนที่ร้อนระอุย่อมทดสอบความพร้อมของรัฐอย่างถึงที่สุด หากตัดสินใจผิดเพียงก้าวเดียว อาจกระทบอธิปไตยของประเทศ

ทางออกจึงไม่ใช่เลือกเดินทีละเรื่อง แต่ต้องเห็นทั้งแผนที่ทั้งผืน ดับน้ำให้สงบก่อนเรียกศรัทธา เสริมเสถียรภาพก่อนคิดยุบสภา และคุมชายแดนให้แน่นก่อนที่ใครจะอ่านจังหวะการเมืองไทยผิดไป

และสุดท้าย ประโยชน์สูงสุดที่ประชาชนจับตาจึงเหลือคำถามเดียว รัฐบาลจะหาจังหวะที่พาประเทศรอดทั้งน้ำ รอดทั้งการเมือง และรอดทั้งแนวชายแดนได้อย่างไร  เมื่อไฟสามกองกำลังลามเข้ามาพร้อมกันเช่นนี้

 “ชัยทัศน์“  ผู้เขียน

ข่าวล่าสุด

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

รถพลังงานไฮโดรเจน: รถในอนาคตอันใกล้

Toyota Crown FCEV จะเปิดตัวรุ่นขุมพลัง FCEV หรือ Hydrogen Fuel-Cell วิ่งไกล 820 กม. เติมเต็มถังใน 3 นาทีราคาเริ่มต้นที่ 8.3 ล้านเยน หรือประมาณ 1,970,719 บาท

เบื้องหลังเจ้าของปั๊มน้ำมันที่แท้จริง

เชลล์ ตราหอย คือ ผู้ประกอบการของกลุ่มต่างชาติในไทย โดยต่างชาติ แบรนด์นี้พวกอังกฤษ ถือหุ้นใหญ่

ยูเนสโก …มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ขึ้นทะเบียน สงกรานต์ในประเทศไทย เทศกาลปีใหม่ไทยดั้งเดิม ในบัญชีรายชื่อตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

ข่าวอื่นๆ

จาก One Bangkok ถึง Dusit Central Park ไทยประกาศศักดามหาอำนาจไลฟ์สไตล์โลก

การเกิดขึ้นของอภิมหาโครงการอย่าง One Bangkok และการกลับมาของ Dusit Central Park ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่ค้าปลีก แต่คือการประกาศชัดว่ากรุงเทพฯ ได้วิวัฒนาการสู่ศูนย์กลางไลฟ์สไตล์ระดับโลกที่นานาชาติยอมรับในเชิงรสนิยม

อย่าปล่อย ..“คนแก่ 14 ล้าน”  ในกรงขังดิจิทัล

“วันผู้สูงอายุแห่งชาติ” ประจำปี 2569 ข้อมูลระบุชัดว่าไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์โดยมีประชากรอายุเกิน 60 ปี กว่า 14 ล้านคน หรือร้อยละ 20 ของประเทศ

“สงกรานต์”  จากหยดน้ำแห่งศรัทธาสู่“มหาเทศกาลโลก”

สถิติล่าสุดพบว่ามีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาสัมผัสบรรยากาศปีใหม่ไทยพุ่งสูงกว่า 6.6 แสนคนภายในเวลาเพียงสัปดาห์เดียว สะท้อนให้เห็นว่าเสน่ห์ของ "เทศกาลน้ำ" แห่งอุษาคเนย์นี้ได้กลายเป็น "คานิวัลระดับโลก" ที่สร้างรายได้หมุนเวียนมหาศาล