หน้าแรกINSIDE - INSIGHT3 วิกฤตทับซ้อน ทดสอบสมรรถนะรัฐบาลไทย

3 วิกฤตทับซ้อน ทดสอบสมรรถนะรัฐบาลไทย

เผยแพร่

spot_img

สามวิกฤตบรรจบ น้ำท่วมใต้ การเมืองก่อนยุบสภา และชายแดนกัมพูชาคุกรุ่น ทดสอบสมรรถนะรัฐบาลไทยในห้วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

ในขณะที่ภาคใต้ โดยเฉพาะหาดใหญ่ กำลังจมอยู่ในภาวะน้ำท่วมหนักจากฝนต่อเนื่องหลายวัน ภาพของทหารตำรวจ ฝ่ายปกครอง ทั้งจิตอาสาและหน่วยงานมากมาย ที่ถูกระดมลงพื้นที่ช่วยอพยพประชาชน กลายเป็นสัญลักษณ์ของวิกฤตที่ลุกลามทั้งด้านมนุษยธรรมและโครงสร้างพื้นฐาน 

ขณะเดียวกัน การเมืองส่วนกลางก็ร้อนรุ่มไม่แพ้กัน เมื่อสัญญา MOA ที่ระบุกรอบเวลา 31 มกราคม 2569 กลายเป็นเส้นตายที่ผลักดันให้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีระกูล ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการทำงานต่อสี่เดือนหรือยุบสภาก่อนกำหนดเพื่อหาทางลงที่ปลอดภัยที่สุดทางการเมือง

และที่สำคัญ ด้านความมั่นคง ชายแดนไทย-กัมพูชา  เป็นจุดเปราะบางที่ไม่อาจละสายตา การเคลื่อนกำลังลาดตระเวน การเสริมฐาน จุดตรวจ และเสียงปะทะประปรายสะท้อนว่าพื้นที่ยังตึงเครียด มิใช่ “ลมเงียบ” อย่างบางฝ่ายพยายามลดทอน 

การที่กำลังหลักของไทยถูกส่งลงภาคใต้เพื่อรับมืออุทกภัย ทำให้ฝ่ายความมั่นคงกังวลว่าอาจเกิดช่องโหว่ซึ่งต่างชาติอาจใช้ประโยชน์ในช่วงที่รัฐบาลไทยอาจเข้าสู่สถานะรักษาการ หากมีการยุบสภาก่อนกำหนดจริง ๆ

นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งชี้ว่า การยุบสภาเร็วในขณะประเทศเผชิญวิกฤตหลายด้านพร้อมกัน จะยิ่งลดศักยภาพการบริหาร เนื่องจากรัฐบาลรักษาการถูกจำกัดอำนาจการใช้งบประมาณ รวมถึงการเคลื่อนกำลังและการตัดสินใจด้านความมั่นคง ซึ่งต้องพึ่งการอนุมัติจาก กกต.ตามกฎหมาย ทำให้เครื่องมือของรัฐอาจไม่เพียงพอในการดับไฟทั้งสามกอง น้ำท่วม การเมือง และปัญหาแนวชายแดน ในช่วงเวลาอ่อนไหวเช่นนี้

รัฐบาลเวลานี้เหมือนคนยืนกลางสี่แยกที่สามทิศทางต่างลุกเป็นไฟ

ด้านหนึ่งน้ำท่วมภาคใต้กำลังไล่บีบเมืองใหญ่ให้ไม่ทันหายใจ อีกด้านคือเสียงนับถอยหลังยุบสภาตาม MOA ที่กดดันหนักขึ้นทุกวัน และปลายเส้นทางคือชายแดนกัมพูชาที่คุกรุ่นราวถ่านแดงพร้อมปะทุ

ทุกปัญหาแยกกันไม่ได้  น้ำที่ยังไม่ลดย่อมกระทบศรัทธาประชาชน การเมืองที่ยังไม่นิ่งย่อมกระทบเสถียรภาพรัฐบาล และชายแดนที่ร้อนระอุย่อมทดสอบความพร้อมของรัฐอย่างถึงที่สุด หากตัดสินใจผิดเพียงก้าวเดียว อาจกระทบอธิปไตยของประเทศ

ทางออกจึงไม่ใช่เลือกเดินทีละเรื่อง แต่ต้องเห็นทั้งแผนที่ทั้งผืน ดับน้ำให้สงบก่อนเรียกศรัทธา เสริมเสถียรภาพก่อนคิดยุบสภา และคุมชายแดนให้แน่นก่อนที่ใครจะอ่านจังหวะการเมืองไทยผิดไป

และสุดท้าย ประโยชน์สูงสุดที่ประชาชนจับตาจึงเหลือคำถามเดียว รัฐบาลจะหาจังหวะที่พาประเทศรอดทั้งน้ำ รอดทั้งการเมือง และรอดทั้งแนวชายแดนได้อย่างไร  เมื่อไฟสามกองกำลังลามเข้ามาพร้อมกันเช่นนี้

 “ชัยทัศน์“  ผู้เขียน

ข่าวล่าสุด

ผ่าตัดงบ 1,600 ล้าน “THAI AI Passport” กับแผลสด “สำเพ็ง-ประตูน้ำ” ที่รัฐบาลกำลังหลงทิศในสมรภูมิล้านล้าน

ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจฐานรากและย่านค้าส่งในตำนานอย่างสำเพ็ง ประตูน้ำ และโบ๊เบ๊ กำลังเผชิญภาวะ "ปฏิวัติเงียบ" จนร้านค้าดั้งเดิมล้มหายตายจากไปต่อหน้าต่อตาจากการทะลักของสินค้าราคาถูกข้ามชาติ

อวสาน “สำเพ็ง-ประตูน้ำ”? เมื่อทำเลทองพันล้าน กำลังถูกกลืนกินด้วย “ตลาดนัดลอยฟ้า” ข้ามชาติ

กลไกการทำกำไรของแพลตฟอร์มต่างชาติเหล่านี้ไม่ต่างจากห้างสรรพสินค้าผูกขาดขนาดใหญ่

“เกาะสมุย” ติดอันดับ 1 ของโลก แต่โจทย์ใหญ่ของไทยเพิ่งเริ่มต้น

รางวัลระดับโลกคือโอกาสทองของเศรษฐกิจไทย แต่ความสำเร็จจะยั่งยืนได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย การจัดระเบียบสังคม และการปกป้องภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

ล้าง “พ่อทิพย์-แม่จีน” ภัยเงียบกลืนชาติในยุคประชากรเกิดต่ำ

ปฏิบัติการทลายขบวนการสวมสิทธิ์แจ้งเกิดบุตรโดยมิชอบในย่านฝั่งธนบุรี ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 32 คน และการปูพรมตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนอีก 5 แห่ง

ข่าวอื่นๆ

ผ่าตัดงบ 1,600 ล้าน “THAI AI Passport” กับแผลสด “สำเพ็ง-ประตูน้ำ” ที่รัฐบาลกำลังหลงทิศในสมรภูมิล้านล้าน

ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจฐานรากและย่านค้าส่งในตำนานอย่างสำเพ็ง ประตูน้ำ และโบ๊เบ๊ กำลังเผชิญภาวะ "ปฏิวัติเงียบ" จนร้านค้าดั้งเดิมล้มหายตายจากไปต่อหน้าต่อตาจากการทะลักของสินค้าราคาถูกข้ามชาติ

อวสาน “สำเพ็ง-ประตูน้ำ”? เมื่อทำเลทองพันล้าน กำลังถูกกลืนกินด้วย “ตลาดนัดลอยฟ้า” ข้ามชาติ

กลไกการทำกำไรของแพลตฟอร์มต่างชาติเหล่านี้ไม่ต่างจากห้างสรรพสินค้าผูกขาดขนาดใหญ่

“เกาะสมุย” ติดอันดับ 1 ของโลก แต่โจทย์ใหญ่ของไทยเพิ่งเริ่มต้น

รางวัลระดับโลกคือโอกาสทองของเศรษฐกิจไทย แต่ความสำเร็จจะยั่งยืนได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย การจัดระเบียบสังคม และการปกป้องภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก