วันเสาร์, มีนาคม 7, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกINSIDE - INSIGHT8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง "แบก" 

8 กุมภา 2569 เมื่อเสียงประชาชนต้อง “แบก” 

เผยแพร่

spot_img

ทั้ง“รัฐบาล”  และ  “กติกาประเทศ”

 วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ ไม่ใช่เพียงแค่วันเลือกตั้งทั่วไปตามวงรอบการยุบสภาเท่านั้น แต่ยังเป็นวันทำ“ประชามติ” ครั้งประวัติศาสตร์ตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจระดับ “รากฐาน” ของประเทศ     

                             ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับบัตรลงคะแนนที่ระบุคำถามสำคัญว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่” นี่คือการรวมเอา “อำนาจบริหาร” (เลือก สส.) และ “อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ” (ประชามติ) มาไว้ในวันเดียวกันเพื่อประหยัดงบประมาณและกระตุ้นการมีส่วนร่วมให้ถึงขีดสุด

                             การออกเสียงครั้งนี้ถูกกำกับด้วย พรบ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) พศ.2568 ซึ่งมีความพยายามปรับปรุงเกณฑ์การนับคะแนน แม้จะมีกระแสถกเถียงเรื่อง “เสียงข้างมากสองชั้น” (Double Majority) มาโดยตลอด แต่ในทางปฏิบัติ กฎหมายกำหนดให้การทำประชามติจะผ่านได้ต่อเมื่อมีผู้มาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิทั้งหมด และเสียงเห็นชอบต้องเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ 

                            ดังนั้น “การนอนหลับทับสิทธิ” หรือการไม่ไปใช้สิทธิประชามติ จึงมีค่าเท่ากับการปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงกติกาโดยปริยาย

                            ประเด็นที่สำคัญคือ คำถามประชามติในรอบแรกนี้เป็นการถามเชิง “หลักการ” เท่านั้น ประชาชนจะยังไม่เห็นมาตราหรือเนื้อหาใดๆ ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การกาช่อง “เห็นชอบ” จึงถูกเปรียบเปรยว่าเป็นการ “ตีเช็คเปล่า” ให้กับกระบวนการร่างที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ในขณะที่ฝ่ายคัดค้านมองว่าเป็นความเสี่ยงที่จะสูญเสียกลไกคุ้มครองในรัฐธรรมนูญ 2560 เช่น มาตรการปราบโกงที่เข้มงวด หรือบทบาทขององค์กรอิสระที่อาจถูกปรับเปลี่ยนไป

                            แม้การทำประชามติจะเป็นเรื่องของกติกาประเทศ แต่ในทางปฏิบัติกลับถูกแทรกซึมด้วยนโยบายหาเสียง พรรคการเมืองต่างๆ เริ่มใช้จุดยืนต่อรัฐธรรมนูญเป็นอาวุธในการดึงคะแนนเสียง เช่น บางพรรคชูจุดเด่นเรื่อง “รัฐธรรมนูญประชาชน 100%” ในขณะที่บางพรรคยืนกราน “ไม่แตะหมวด 1 และ 2” 

                           ประเด็นรัฐธรรมนูญอาจถูกกระแสหาเสียงเรื่องปากท้อง “กลบ” จนทำให้ประชาชนหลงลืมความสำคัญของบัตรใบที่สามในมือ

                          เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจในสถานการณ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ควรให้ความสำคัญกับการสังเกตรายละเอียดในพื้นที่ อาทิ การบริหารจัดการป้ายประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติ ซึ่งอาจมีความแตกต่างจากการรณรงค์เลือกตั้งทั่วไป หรือการจัดเตรียมสถานที่และคูหาให้สอดรับกับการแยกหีบบัตรประชามติอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ หากการสื่อสารข้อมูลขั้นตอนต่าง ๆ ไม่สามารถเข้าถึงระดับชุมชนได้อย่างครอบคลุม อาจส่งผลต่อความเข้าใจที่“คลาดเคลื่อน”  ของประชาชน และอาจถูกตีความได้ว่าเป็นข้อจำกัดในการส่งเสริมกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

                          สุดท้ายนี้ ประชาชนต้องตระหนักว่าผลของการลงประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะส่งผล กระทบต่อ “สิทธิ” ที่จับต้องได้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นสิทธิสวัสดิการถ้วนหน้า การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น หรือโครงสร้างราคาพลังงาน ซึ่งทั้งหมดล้วนถูกกำหนดกรอบไว้ในรัฐธรรมนูญ 

                       ดังนั้น การลงมติ “เห็นชอบ” “ไม่เห็นชอบ” หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น“  ในวันนั้น จึงไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายที่ไกลตัว แต่คือการกำหนด “เพดาน” คุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคนในอนาคตอันใกล้

2569-01-20  “ชัยทัศน์“

ข่าวล่าสุด

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...

SHORT NEWS 2569-03-05

คณะกรรมการการเลือกตั้งรับรองผลเลือกตั้งเกือบครบทั้ง 500 ที่นั่ง เปิดทางให้สภาผู้แทนราษฎรประชุมครั้งแรกภายใน 15 วัน

ดีเซลโลกพุ่ง 150 ดอลลาร์/บาร์เรล กองทุนน้ำมันแบกวันละ 450 ล้าน พยุงได้อีก 15 วัน

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซลตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นรุนแรง ล่าสุด ทะยานขึ้นอีกกว่า 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ในกรอบ 140-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สถานทูตฯกรุงริยาด เตือนคนไทยในเลบานอน พิจารณาอพยพด่วน หลังสงครามขยายวงกว้าง

ระดับความตึงเครียดได้เพิ่มสูงขึ้นในสาธารณรัฐเลบานอนจากการดำเนินการทางการทหารของรัฐอิสราเอลในสาธารณรัฐเลบานอน โดยเฉพาะในบริเวณภาคใต้ของกรุงเบรุต รวมถึงย่านดาฮิเยห์ (Dahieh)

ข่าวอื่นๆ

วิกฤต“น่านฟ้า” เหนือ “น่านน้ำ”

ความผันผวนในตะวันออกกลาง สั่นคลอนอุตสาหกรรมการบินโลก การท่องเที่ยวไทยเฝ้าระวังผลกระทบ หลังการปิดน่านฟ้าฉุดดึงค่าโดยสารพุ่งสูงและบีบให้เส้นทางบินสู่ยุโรปต้องปรับทิศทางขนานใหญ่                             ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพของเส้นทางบินสากล  การประกาศปิดน่านฟ้าในจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลายเป็นโจทย์วิกฤตที่บีบให้สายการบินพาณิชย์จำต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางบินอ้อมทวีป ส่งผลให้ต้นทุนพลังงานเชื้อเพลิงและระยะเวลาเดินทางเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้                            สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงสร้างความล่าช้าสะสม แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยพบรายงานตัวเลขผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและภูเก็ตลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา                          วิกฤตการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้โครงข่ายการบินเชื่อมต่อระหว่างเอเชียและยุโรปเผชิญกับสภาวะ "คอขวด" ทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย...

รอยร้าวใต้แผ่นดินไทย  บททดสอบระบบเตือนภัยปี 2026

เหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่มเมื่อปีที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงโศกนาฏกรรมของโครงสร้างอาคารที่ล้มเหลว แต่กลายเป็นสัญญาณเตือนถึง “รอยร้าวเชิงระบบ”

หมายจับ “เบน สมิธ” ขยายวงจากฉ้อโกงพันล้าน 

ออกหมายจับทางอาญาต่อ Ben Smith หรือ เบนจามิน เมาเรอร์เบอร์เกอร์ และภรรยา ในข้อหาฉ้อโกงและฟอกเงินมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท