หน้าแรกข่าว Short Newsครม.ไฟเขียว ‘คนละครึ่งพลัส’ 4.4 หมื่นล้านบาท เริ่มใช้ 29 ต.ค.

ครม.ไฟเขียว ‘คนละครึ่งพลัส’ 4.4 หมื่นล้านบาท เริ่มใช้ 29 ต.ค.

เผยแพร่

spot_img

สั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่ได้

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ “โครงการคนละครึ่ง พลัส” วงเงินงบประมาณ 44,000 ล้านบาท จากงบกระตุ้นเศรษฐกิจ และงบกลาง ครอบคลุมผู้ได้รับสิทธิทั้งหมด 20 ล้านคน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้อัตราการขยายตัวของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประมาณ 0.3-0.4%

คุณสมบัติผู้ใช้สิทธิ

ผู้ที่รับสิทธิประโยชน์ต้องมีคุณสมบัติสัญชาติไทย เพิ่มช่วงอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน (จากเดิม 18 ปี) และต้องไม่เป็นผู้ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ณ วันที่ 1 ต.ค.2568 และไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิในโครงการคนละครึ่ง เฟส 1-5

เงื่อนไขประชาชนเข้าใช้สิทธิ

ประชาชนทั่วไป (ที่ไม่ได้ยื่นแบบเสียภาษี) จะได้รับเงินจากรัฐโอนเงินเข้าแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” คนละ 2,000 บาท/คน/ตลอดโครงการ สามารถใช้จ่ายได้ 200 บาท/คน/วัน หรือ 50:50 (จากเดิม 150 บาท/คน/วัน)

ส่วนประชาชนผู้ยื่นแบบภาษีอยู่ในระบบ รัฐบาลจะโอนเงินผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ให้เพิ่มเป็นคนละ 2,400 บาท/คน/ตลอดโครงการ สามารถใช้จ่ายได้ 200 บาท/คน/วัน หรือ 50:50

ทั้งนี้ จะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ตั้งแต่วันที่ 20-26 ต.ค.2568 (หรือจนกว่าสิทธิจะเต็ม)

กำหนดระยะเวลาใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-31 ธ.ค.2568 ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ เริ่มใช้สิทธิเวลา 06.00-23.00 น.ของทุกวัน และต้องมีการใช้สิทธิครั้งแรกภายในวันที่ 11 พ.ย.2568 ภายในเวลา 23.00 น. เพื่อไม่ให้ถูกยกเลิกสิทธิ

นอกจากนี้ โครงการคนละครึ่งพลัส ยังเพิ่มสิทธิฟู้ดเดลิเวอรี่ สามารถเริ่มใช้สิทธิผ่านแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย.-31 ธ.ค.2568 เวลา 06.00-21.00 น. ของทุกวัน

เงื่อนไขร้านค้าที่เข้าโครงการ

ในส่วนของร้านค้าใหม่ที่เข้าโครงการ เริ่มลงทะเบียนวันที่ 15 ต.ค.-19 ธ.ค.2568 ผ่าน 4 ขั้นตอนดังนี้

1.มีบัญชีธนาคารกรุงไทย และสมัครเป็นร้านค้าถุงเงินสำเร็จ

2.เตรียมบัตรประชาชน และรูปถ่ายที่มีรูปเจ้าของขณะกำลังประกอบกิจการ

3.เตรียมแบบฟอร์มเข้าร่วมโครงการ

-สำหรับร้านค้าบุคคลธรรมดา/วิสาหกิจชุมชน/OTOP นำแบบฟอร์มติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อยืนยันการประกอบกิจการจริง

-สำหรับร้านค้านิติบุคคลรายย่อย/ธุรกิจเฉพาะ นำแบบฟอร์มติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย เพื่อส่งตรวจข้อมูลหน่วยงานรัฐ

4.นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันแล้ว ติดต่อธนาคารกรุงไทยได้ทุกสาขา

สำหรับร้านค้าที่เคยร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 และผ่านเกณฑ์แล้ว ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ โดยสามารถอัปเดตแอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน” เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด และกดยอมรับเงื่อนไขโครงการ ที่รูปโครงการคนละครึ่งพลัส

ส่วนร้านค้าที่ยังไม่สมัครเป็นร้านค้าถุงเงิน สามารถสมัครได้ที่ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขา หรือสมัครผ่านเว็บไซต์  www.ถุงเงินกรุงไทย.com    พร้อมดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน” และสามารถตรวจสอบผลเข้าร่วมโครงการได้ที่รูปโครงการคนละครึ่งพลัส ในแอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ได้

ข่าวล่าสุด

“กำแพง”… กลายเป็นเกมการเมือง… “ใคร ?..กำลังชนใคร“

คำว่า “กำแพง”… กลายเป็นประเด็นทางการเมือง หลัง น.ส.สิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.พรรคประชาชน เปรียบเปรยความรู้สึกในการผลักดันงานทางการเมืองว่าเหมือนการ “สู้กับกำแพง”

ไทยเก่งสุด ๆ ในการใช้.. เทคโนโลยี !  แต่ยังต้องซื้อ “มันสมอง” จากคนอื่น

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa ระบุว่าไทยยังเผชิญปัญหาขาดแคลนบุคลากรดิจิทัลทักษะสูง ขณะที่ สศช.ชี้ว่าผลิตภาพแรงงานยังเป็นโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทย

“ห้องเรียน” ที่ควรปลอดภัยที่สุด   กลับกลายเป็นพื้นที่แห่ง…“ความสูญเสีย”

หตุโศกนาฏกรรมนักเรียนใช้อาวุธปืนยิงในสถานศึกษาแห่งหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 จนมีผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บ 22 ราย

เมื่อ “สแกน” มาแทนที่  แล้ว“เงินสด” หมดความหมาย ?

เจาะลึกสมรภูมิการเงินไทยผ่านเลนส์ระดับโลก จากบทเรียนไร้เงินสดสุดขั้วของสวีเดน จริตเหนียวแน่นของญี่ปุ่น ถึงความเงียบงันของเยอรมนี บนความเสี่ยงของ ‘ระบบล่ม’ ที่อาจเปลี่ยนอิสรภาพให้กลายเป็นอัมพาตทางการเงินข้ามคืน

ข่าวอื่นๆ

ประเทศไทย ในรอบสัปดาห์( 13-20 มิ.ย.)

​* สถานการณ์ในประเทศ - ​เหตุผนังอุโมงค์รถไฟดอยหลวงถล่ม: เกิดเหตุสะเทือนขวัญเมื่อผนังอุโมงค์ดอยหลวง (โครงการรถไฟทางคู่สายเหนือ) เกิดพังถล่มลงมาทับคนงาน ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้แสดงความเสียใจและเร่งเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมตรวจสอบหาสาเหตุโครงสร้างถล่มอย่างเร่งด่วน - ​เฝ้าระวังตึกทรุดใกล้วัดไตรมิตรฯ: เจ้าหน้าที่ทำการสั่งปิดกั้นพื้นที่ 5 คูหา...

สถานการณ์ทางการเมือง ของ ไทย ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา 6-13 มิ.ย. 69 

​ ความเคลื่อนไหวระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคง ​เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และดรามาในโลกออนไลน์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-จีน-กัมพูชา หลังจากมีกระแสข่าวกรณีที่ทางการจีนส่งมอบยุทโธปกรณ์ (อาวุธและรถถัง) ให้แก่ประเทศกัมพูชา ซึ่งทำให้เกิดคำถามในหมู่ประชาชนถึงความขัดแย้งเชิงพื้นที่และดุลยภาพทางทหารในภูมิภาค ​เรื่องนี้ทำให้ฝ่ายความมั่นคงและอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูง เช่น นายนันทิวัฒน์ สามารถ (อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ) ออกมาแสดงทัศนะเตือนสติว่าไทยต้องเน้นการ "ยืนบนขาตัวเอง" และสร้างความมั่นคงภายใน โดยไม่พึ่งพิงหรือคาดหวังจากมหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนเกินไป ​ขณะเดียวกัน...

สรุปข่าวทั่วไปวันที่ 17 เมษายน 2569

รายงานค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) สูงสุดรายวันในพื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า วันนี้ (17 เม.ย. 69) ค่าดัชนีความร้อนสูงสุด อยู่ในระดับ “อันตราย”