วันเสาร์, พฤษภาคม 2, 2026
spot_imgspot_imgspot_img
หน้าแรกการเมือง“ภาคภูมิ”ยื่นหนังสือรัฐสภาส่งเรื่องปธ.ศาลฎีกา ฟัน“เอกวิทย์”รับสินบนทองคำ

“ภาคภูมิ”ยื่นหนังสือรัฐสภาส่งเรื่องปธ.ศาลฎีกา ฟัน“เอกวิทย์”รับสินบนทองคำ

เผยแพร่

spot_img

เผยฟางเส้นสุดท้ายสะบั้นสัมพันธ์”บิ๊กโจ๊ก” จัดฉากให้ไปรับทองคืน

 ที่รัฐสภา  เมื่อเวลา 16.00น. วันที่ 7 ม.ค.69 พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย อดีตลูกน้องคนสนิทพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในฐานะทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ผ่านนายพิศิษฐ์ อภิญญาพงศ์ สว. เพื่อให้ยื่นเรื่องต่อศาลฎีกา ดำเนินการเอาผิดนายเอกวิทย์ วัชชวัคคุ กรรมการป.ป.ช. กรณีรับสินบนทองคำ 246บาท เพื่อช่วยเหลือพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ในคดีเว็บพนันออนไลน์ โดยนายพิศิษฐ์กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้จะส่งเอกสารให้สว.ทั้ง 200คนรับทราบ และดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 มีสมาชิกรัฐสภา 1ใน5 หรือ40คน ยื่นเรื่องต่อประธานศาลฎีกาให้ตั้งองค์คณะไต่สวนดำเนินการเอาผิดกรรมการป.ป.ช. เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้ดำเนินการผ่านประธานรัฐสภา ที่ปัจจุบันประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานรัฐสภา 

ขณะที่พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า นำพยานเอกสาร และวัตถุพยานมายื่นต่อประธานวุฒิสภา ให้พิจารณาส่งเรื่องต่อประธานศาลฎีกา เอาผิดกรรมการป.ป.ช. กรณีรับสินบนทองคำ 246บาท การที่ตนเปิดหน้าออกมาเปิดเผยความจริงทุกอย่งในวันนี้ มีฟางเส้นสุดท้ายคือ การที่ผู้บังคับบัญชาโยนความผิดเกี่ยวกับเรื่องการติดสินบนทองคำ 246บาท ต่อป.ป.ช. มาให้ตน อะไรที่เกินขีดความจำกัด และเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูงก็ต้องหยุดยั้งกระบวนการเหล่านี้ และก่อนหน้านี้ยังมีเหตุการณ์วันแถลงข่าว 19 มี.ค.2567 เกี่ยวกับเส้นเงินเว็บพนัน BNK 38ล้านบาท ที่เชื่อมโยงถึงอดีตผบ.ตร. ในวันนั้นตตนและน้องชายไม่เห็นด้วยที่จะแถลงข่าวกล่าวหาใครโดยไม่มีข้อมูล จึงมีปากเสียงทะเลาะกับผู้บังคับบัญชาอย่างรุนแรง รวมถึงมีหลายครั้งที่มีพฤติกรรมโยนความผิดเรื่องอื่นๆให้ผู้ใต้บังคับบัญชามาเป็นผู้รับผิดแทน ลูกน้องบางคนถูกทำร้ายร่างกาย มีทั้งที่เห็นกับตา และคนอื่นเล่าให้ฟัง การให้คนอื่นรับโทษแทน โดยสัญญาถ้าได้กลับมาจะช่วยเหลือภายหลัง แต่ในความจริง เมื่อคดีความเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เรื่องไม่ได้จบง่ายๆ ยืนยันว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ไม่ได้มีผลประโยชน์แลกเปลี่ยนกับทางตำรวจ คดีของตนมีเรื่องแค่เว็บพนันมินนี่อย่างเดียว คดีนี้อยู่ในชั้นป.ป.ช. ถ้าไปดีลกับตำรวจจะช่วยเหลืออะไรได้ เพราะคดีอยู่ที่ป.ป.ช.

พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า หลังจากเปิดหน้าออกมา มีความพยายามจากพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ติดต่อมาผ่านตำรวจรุ่นพี่ แต่ไม่มีอะไรต้องคุย เพราะคดีดำเนินไปแล้ว จึงไม่ได้คุย ส่วนคดีถ่ายคลิปที่บ้านนายวันมหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร มีความพยายามจะให้ตนยอมรับว่าเป็นผู้ถ่ายคลิป เพื่อไปกดดันนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานป.ป.ช. ทำให้พ่อของตนรับไม่ได้ โกรธมาก และตัดกันเด็ดขาดตั้งแต่วันนั้น เดิมเคยชื่นชมพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ที่ตั้งใจทำงาน แต่หลังจากมีเรื่องกัน ทำให้เห็นวิธีการอื่นที่นอกเหนือจากการทำงาน บางอย่างขัดกับความเป็นตัวเรา ส่วนที่พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. ระบุว่า การทำงานของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์เป็นวิธีที่ไร้ร่องรอยนั้น ผู้บังคับบัญชาระดับสูงมักใช้ลูกน้องทำงาน ทำธุรกรรมแทนให้ทุกอย่าง จึงไม่มีหลักฐานไปเกี่ยวข้องกับคนสั่งการ ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่ามีควาเกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องเก็บหลักฐาน ตนติดใจพล.ต.อ.สุรเชษฐ์มาตั้งแต่เรื่องคลิปนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กระทั่งมาถึงเรื่องคดีสินบนทองคำ ที่มีความพยายามจะคืนเงิน เพราะตนกับนายเอกวิทย์ไม่รู้จักกัน จึงมีการติดต่อให้คนกลางมาคุยกับตนตามในคลิป ตอนแรกไม่อยากอัดคลิป ครั้งแรกโทร.มาขอให้ตนรับว่า เป็นเจ้าของเงิน เพื่อให้ไปรับเงินคืน แต่ได้ปฏิเสธเพราะไม่ได้เป็นเงินตน เงินใครให้ไปรับเอง รู้สึกแปลกใจให้ตนไปรับแทน แต่ยังมีความพยายามโทร.ติดต่อให้ตนไปรับเงิน และบอกจะยกเงินดังกล่าวให้ตนเลย  ตนก็ยิ่งไม่เอา เพราะไม่ใช่ของตน ถ้าตนไปรับก็เท่ากับเป็นคนให้ แสดงว่า ทองเป็นของตน ก็ปฏิเสธไป จนในที่สุดเขาก็ไปคืนกันเอง

พ.ต.อ.ภาคภูมิกล่าวว่า ส่วนที่ศาลปกครองนัดตัดสินคดี วันที่ 9ม.ค. จะให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กลับเข้ารับราชการตำรวจหรือไม่นั้น ก็อยากให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ได้กลับมาทำงาน หวังว่าจะได้กลับมา ไม่ต้องค้างคาใจว่า มีส่วนทำให้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ได้รับผลกระทบ ส่วนเรื่องคดีให้ว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งป.ป.ช. อัยการ ศาล ตำรวจ ถ้าทุกหน่วยทำตรงไปตรงมา ไม่มีใครไปสั่งคดีได้ เพราะเป็นคดีที่มีคนสนใจ จับตามอง ส่วนกระแสสังคมที่โจมตีการออกมาแฉข้อมูลครั้งนี้นั้น ไม่เกินความคาดหมาย เตรียมรับอยู่แล้ว ทางกฎหมายอาจต้องเป็นผู้ต้องหา เตรียมใจไว้อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับป.ป.ช. ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ 

เมื่อถามว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้ ถือว่าจบแล้วครับนาย เป็นการแตกหักหรือไม่ พ.ต.อ.ภาคภูมิตอบว่า ไม่ถึงขั้นนั้น ยังเคารพในฐานะผู้บังคับบัญชาที่เคยช่วยสนับสนุน แต่วันนี้ต้องแยกกันระหว่างความถูกต้องเพื่อคนส่วนรวม เพื่อตนเอง องค์กร แม้จะถูกกล่าวหาทรยศหักหลัก ก็เตรียมรับไว้อยู่แล้ว เรื่องนี้คนที่ถูกหักหลังคนแรกคือนายเอกวิทย์ ถูกถ่ายคลิปเพื่อแบล็กเมย์ คนที่สองคือ ตน ที่พยายามให้ตนไปรับเงินคืน เพื่อจัดฉากว่า เป็นเจ้าของเงิน ถ้าสองสิ่งนี้ที่เรียกว่าหักหลัก ก็ไม่ต่างจากสิ่งที่ออกมาเปิดเผยข้อมูล ขึ้นอยู่กับใครหักหลังใครก่อน

ข่าวล่าสุด

เก้าอี้สั่นคลอน! ‘สุริยะ’ ส่อแววปลิว รมว.เกษตรฯ หลังอธิบดีฝนหลวงฯ แฉหมดเปลือก 

มีคำสั่งด่วนเด้งอธิบดีกรมฝนหลวงฯ พ้นเก้าอี้แบบสายฟ้าแลบ อธิบดีจึงตัดสินใจยื่นใบลาออกพร้อมแฉเบื้องหลังว่าโดนกดดันอย่างหนัก เพราะไม่ยอมเซ็นอนุมัติงบซ่อมบำรุงเครื่องบินปี 2570 ให้กับ "หลาน รมต."

ลิซ่า เดิมพันครั้งใหญ่ของ ฟีฟ่า

องค์กรจัดการลิขสิทธิ์เพลง (PRO) เพียงแห่งเดียวในสหรัฐอเมริกา ประกาศรายชื่อศิลปิน ที่จะแสดงใน ฟุตบอลโลก 2026 LISA นางฟ้าตัวน้อยจากประเทศไทย ลิซ่า ไม่ได้เดินตามเกมของใคร ลิซ่า กำลังสร้างเกมของตัวเอง กับมหาอำนาจกีฬาโลก

ใบไม้หนึ่งใบ กับสุนัขที่เข้าใจ “การแลกเปลี่ยน” เหมือนมนุษย์

เป็นสุนัขจรที่เจ้าหน้าที่ช่วยกันดูแล มันใช้ชีวิตปะปนกับนักเรียน เห็นกิจวัตรเดิมทุกวัน—การต่อแถว การยื่นเงิน การรับของตอบแทน ภาพเหล่านี้ค่อยๆ กลายเป็น “ข้อมูล” ที่มันสะสมโดยไม่ต้องมีใครบอก

ตระกูล “จุฬางกูร” กับ “จึงรุ่งเรืองกิจ” 

ตระกูล "จุฬางกูร" กับ "จึงรุ่งเรืองกิจ" เป็น 2 ตระกูลที่แตกกอมาจากรากเดียวกัน โดยต้นตระกูลเป็นทายาทของ "ฮั้งฮ้อ แซ่จึง" ซึ่งต้นตระกูล "จุฬางกูร" คือ "สรรเสริญ จุฬางกูร"

ข่าวอื่นๆ

เก้าอี้สั่นคลอน! ‘สุริยะ’ ส่อแววปลิว รมว.เกษตรฯ หลังอธิบดีฝนหลวงฯ แฉหมดเปลือก 

มีคำสั่งด่วนเด้งอธิบดีกรมฝนหลวงฯ พ้นเก้าอี้แบบสายฟ้าแลบ อธิบดีจึงตัดสินใจยื่นใบลาออกพร้อมแฉเบื้องหลังว่าโดนกดดันอย่างหนัก เพราะไม่ยอมเซ็นอนุมัติงบซ่อมบำรุงเครื่องบินปี 2570 ให้กับ "หลาน รมต."

อดีต​ที่ผิดพลาด ​ส่งผลถึงปัจจุบัน​

การจะมีรัฐสภาที่ใช้งานได้จะต้องอาศัยปชช.ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง​ ที่เข้าใจระบอบการปกครองแบบนี้ดี หากไม่มีปชช.ที่มีสติปัญญามากำกับควบคุม รัฐสภามีแต่จะเสื่อมถอยไปเป็นองค์การที่เลวร้ายและเผด็จการ

เสียงใต้ ไม่ต้องการความรุนแรง

บอกเลยว่านี่คือการ "ดับเครื่องชน" ของแม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) ที่ดุเดือด มากครับ เหมือนเป็นการรวบยอดความอัดอั้นของฝั่งความมั่นคงแล้วสวนกลับ ใส่ฝั่งการเมืองแบบ "หมัดฮุค" เข้าเต็มเปา